MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

ทรามาดอล (Tramadol)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • Tramadol เป็นยาในกลุ่มโอปิออยด์ ที่ใช้บรรเทาอาการปวดได้เช่นเดียวกับมอร์ฟีน บรรเทาอาการปวดระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรง เช่น ปวดไมเกรน ปวดเรื้อรังจากโรค

  • Tramadol เป็นยาอันตราย ต้องซื้อจากขายยาแผนปัจจุบันที่ได้รับอนุญาตและโรงพยาบาลเท่านั้น เพราะต้องส่งมอบยาโดยเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ

  • ยา Tramadol มักถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดเพื่อให้เกิดอาการเคลิ้มสุข เนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางคล้ายสารเอ็นโดรฟิน หากใช้ไปนานๆ จะทำให้ติดยาได้ เมื่อหยุดยาจึงเกิดอาการถอนยา ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก



Table of Contents
Tramadol คือยาอะไร?
ชื่อทางการค้าของยา Tramadol
การออกฤทธิ์ของยา Tramadol
รูปแบบของยา Tramadol
ยา Tramadol ราคาเท่าไหร่?
วิธีใช้ยา Tramadol และปริมาณที่เหมาะสม
ข้อควรระวังในการใช้ยา Tramadol
ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Tramadol
ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยา Tramadol
ใช้ยา Tramadol เกินขนาดควรทำอย่างไร?
ลืมกินยา Tramadol ควรทำอย่างไร?
การเก็บรักษายา Tramadol
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Tramadol


Tramadol คือยาอะไร?


ทรามาดอล ภาษาอังกฤษเรียกว่า Tramadol คือ ยาในกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) ใช้บรรเทาอาการปวดระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง เช่น ปวดไมเกรน ปวดหลัง เข่า ข้อ กระดูก กล้ามเนื้อ รวมถึงบรรเทาอาการปวดแบบเฉียบพลัน อาการปวดเรื้อรังจากโรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) และบรรเทาปวดจากโรคมะเร็งได้


โดยในทางการแพทย์ตัวยาทรามาดอลใช้ระงับอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรงเช่นเดียวกับมอร์ฟีน (Morphine) แต่ไม่จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษ เนื่องจากยาชนิดนี้ยังระงับอาการปวดได้น้อยกว่ามอร์ฟีน 5-20 เท่า อย่างไรก็ตามยา Tramadol มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อให้เกิดอาการเคลิ้มสุข หากใช้ในปริมาณมากและนานจะทำให้ติดยา เมื่อหยุดยากะทันหันจึงเกิดอาการที่เรียกว่า “ถอนยา” ได้


ชื่อทางการค้าของยา Tramadol


ยา Tramadol ชนิดเม็ด

ชื่อทางการค้าของ Tramadol ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น


  • TRAMADA
  • TRAMADOL
  • RAMADOL
  • MABRON
  • ANALAB INJECTION
  • TROSIC
  • MILLIDOL

การออกฤทธิ์ของยา Tramadol


เมื่อกินยา Tramadol เข้าไปแล้ว ยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเปลี่ยนเป็น Active form ที่บริเวณตับ ตัวยาจะทำหน้าที่เหมือนสารเอ็นโดรฟิน (Endorphin) ในสมอง โดยการยับยั้งตัวรับสาร (Receptors) ความรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกส่งมายังเซลล์ของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้ที่ทานยา Tramadol เข้าไปจึงรู้สึกปวดน้อยลง เมื่อร่างกายใช้ประโยชน์จากตัวยาหมดแล้วก็จะขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ


รูปแบบของยา Tramadol


ยา Tramadol แบบแคปซูล

รูปแบบของยา Tramadol ที่ใช้ในประเทศไทย มี 2 ชนิด ได้แก่ Tramadol ชนิดยาเดี่ยว มีตั้งแต่ขนาด 50-100 มิลลิกรัมต่อ 1 เม็ดหรือแคปซูล และ Tramadol ชนิดยาผสมกับพาราเซตามอล (Paracetamol) ในรูปแบบยาเม็ด นอกจากนี้ยังมียาเหน็บทวารและยาฉีดด้วย


ยา Tramadol ราคาเท่าไหร่?


ยา Tramadol มีราคากลางตามที่กลุ่มนโยบายแห่งชาติด้านยาประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2553 ดังนี้


  • Tramadol hydrochloride ชนิดแคปซูล 50 มก. จำนวน 100 หน่วย ราคา 80.25 บาท
  • Tramadol hydrochloride ชนิดแคปซูล 50 มก. จำนวน 500 หน่วย ราคา 227.91 บาท
  • Tramadol hydrochloride ชนิดสารละลาย 50 มก./1 มล. จำนวน 1 หน่วย ราคา 6.42 บาท
  • Tramadol hydrochloride ชนิดสารละลาย 50 มก./2 มล. จำนวน 1 หน่วย ราคา 7.49 บาท

วิธีใช้ยา Tramadol และปริมาณที่เหมาะสม


  • ยา Tramadol จะออกฤทธิ์หลังกินประมาณ 1 ชั่วโมง และจะหมดฤทธิ์ภายใน 6-9 ชั่วโมง ขนาดรับประทานที่แนะนำจึงไม่เกิน 400 มิลลิกรัม/วัน ดังนั้นขนาดยาที่แนะนำคือครั้งละ 1 – 2 เม็ดหรือแคปซูล หรือคิดเป็น 50 – 100 มิลลิกรัม/ครั้ง และเว้นระยะห่างในการใช้ยาเป็นเวลา 4 – 6 ชั่วโมง

  • สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการของโรคอื่นๆ อยู่ด้วย แพทย์อาจปรับปริมาณยาได้ โดยคำนวณจากอายุ ประวัติการรักษา ระดับความรุนแรงของอาการ และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

  • นอกจากนี้ Tramadol คือยาที่ไม่มีฤทธิ์กัดกระเพาะ สามารถกินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ แต่เนื่องจากตัวยามีอาการข้างเคียง คือ คลื่นไส้และอาเจียน การกินยานี้หลังมื้ออาหารจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยลดอาการข้างเคียงเหล่านั้นลงไปได้ และควรกินยาในเวลาเดิมทุกวัน

  • ห้ามแบ่งยา Tramadol ให้ผู้อื่น หรือใช้ยาของผู้อื่น เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ โดยเฉพาะในเด็กอายุไม่เกิน 17 ปี

  • ห้ามกัด เคี้ยว หักยาก่อนกิน เนื่องจากอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง หรืออาจทำให้มีปริมาณยาในกระแสเลือดสูงขึ้นกว่าที่แพทย์กำหนด

buy drugs online via Raksa App

ข้อควรระวังในการใช้ยา Tramadol


ยา tramadol อาจทำให้ง่วงจึงไม่ควรขับรถ

  • ไม่ควรใช้ก่อนการขับรถ เนื่องจากยามีผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้
  • ห้ามกินยา Tramadol ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากจะทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง
  • ผู้ที่สามารถใช้ยาได้
    • ผู้ที่อายุ 17 ปีขึ้นไป
    • ใช้ในผู้ที่มีอาการเจ็บหรือปวดระดับปานกลางไปจนถึงรุนแรง
    • ผู้ที่รักษาด้วยยาแก้ปวดชนิดอื่นแล้วไม่ได้ผล

  • ผู้ที่ไม่ควรใช้ยา
    • ห้ามใช้ยาในผู้ที่มีประวัติแพ้ยาทรามาดอล หรือยาในกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) อื่นๆ
    • ห้ามใช้ยาในผู้ที่อยู่ในภาวะเป็นพิษจากการดื่มสุราเกินขนาด เพราะจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยมึนงงมากขึ้น
    • ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะไตหรือตับบกพร่อง เพราะจะยิ่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดพิษจากการใช้ยา
    • ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี
    • ห้ามใช้ในผู้ที่มีความเจ็บป่วยที่อาจนำไปสู่อาการชักหรือเป็นโรคลมชัก เพราะตัวยาจะเพิ่มความเสี่ยงให้อาการกำเริบ
    • ห้ามใช้ในผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ
    • ห้ามใช้ในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ
    • หญิงที่ทานยา Tramadol ขณะตั้งครรภ์ อาจทำให้เด็กทารกที่เกิดมามีอาการถอนยาและเป็นอันตรายต่อเด็ก
    • หญิงที่เพิ่งคลอดลูกสามารถใช้ยาได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะยาส่งผ่านสู่ทารกทางเลือดและน้ำนมได้

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Tramadol


ผลข้างเคียงของยา Tramadol พบได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงขั้นรุนแรง ดังนี้


ผลข้างเคียงทั่วไปของยา Tramadol


  • รู้สึกไม่สบาย
  • วิงเวียนศีรษะ

ผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจพบได้ของยา Tramadol


  • ปวดศีรษะ
  • ง่วงนอน และเวียนศีรษะ
  • อาเจียน
  • ท้องผูก
  • อ่อนเพลีย และไม่มีแรง
  • ปากแห้ง
  • เหงื่อออกง่าย

ผลข้างเคียงรุนแรงของยา Tramadol


  • มีปัญหาในการหายใจ เช่น หายใจช้า หรือหายใจตื้น
  • วิงเวียนศีรษะมาก อ่อนแรง เป็นสัญญาณของภาวะความดันโลหิตต่ำ
  • เห็นภาพหลอน มีอาการสับสน หรือหูแว่ว
  • รู้สึกง่วงนอนอย่างมาก
  • มีปัญหาเรื่องการปัสสาวะหรือปัสสาวะไม่ออก
  • มีอาการชัก ซึ่งสามารถพบในผู้ทานยา Tramadol มากกว่ายาตัวอื่นๆ ในกลุ่มโอปิออยด์

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างผลข้างเคียงจากการใช้ยา Tramadol ซึ่งผลข้างเคียงรุนแรงของยา Tramadol พบไม่บ่อยนัก หากเกิดอาการดังกล่าวรวมถึงผลข้างเคียงอื่นๆ ที่มีอาการแย่ลง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที



ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยา Tramadol


ยา Tramadol ไม่ควรใช้คู่กับยาตัวอื่นๆ รวมถึงวิตามินและสมุนไพรบางตัว เนื่องจากตัวยาจะขัดขวางการทำงานซึ่งกันและกัน รวมทั้งก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างยาที่ไม่ควรใช้คู่กับ Tramadol เช่น


ยาที่ห้ามทานคู่กับยา Tramadol


Carbamazepine (คาร์บามาซีปีน): เป็นยาในกลุ่มยากันชัก โดยตัวยาทำให้ประสิทธิภาพของ Tramadol ลดลง และยังทำให้ปริมาณ Tramadol ในร่างกายสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสให้เกิดอาการชัก


ยาโรคซึมเศร้าไม่ควรใช้คู่กับ Tramadol

ยาที่ไม่ควรทานคู่กับยา Tramadol


ทำให้ผลข้างเคียงของยาที่ทานคู่กับยา Tramadol เพิ่มขึ้น มีดังนี้


  • กลุ่มยารักษาโรคซึมเศร้า เช่น Sertraline, Fluoxetine, Paroxetine, Citalopram, Escitalopram, Duloxetine, Venlafaxine
  • ยาต้านเศร้ากลุ่ม MAOI เช่น Isocarboxazid, Phenelzine, Selegiline
  • ยาปฏิชีวนะ อย่างยา Linezolid (ไลนิโซลิด)
  • ยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท เช่น Zolpidem
  • ยากลุ่ม Benzodiazepines (เบนโซไดอะซีปีน) เช่น Alprazolam, Clonazepam, Diazepam, Lorazepam
  • ยากลุ่ม Opioid (โอปิออยด์) เช่น Hydrocodone, Oxycodone, Morphine
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin (วาร์ฟาริน)

ทำให้ผลข้างเคียงของยา Tramadol เพิ่มขึ้น มีดังนี้


  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เช่น Erythromycin
  • ยาต้านเศร้า (Antidepressants) เช่น Amitriptyline
  • ยาต้านเชื้อรา (Antifungal) เช่น Voriconazole, Ketoconazole
  • ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Antiarrhythmic) เช่น Quinidine

ใช้ยา Tramadol เกินขนาดควรทำอย่างไร?


ห้ามทานยาเกินขนาดหรือมากกว่าที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดแม้จะรู้สึกว่าอาการปวดไม่ดีขึ้น เพราะเมื่อกินยา Tramadol เกินขนาด (Overdose) จะทำให้เกิดอาการเซื่องซึม รูม่านตาหรี่ ภาวะกายใจไม่สงบ และหัวใจเต้นเร็ว ผู้ป่วยควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที ซึ่งการรักษาจะใช้ยานาล็อกโซน (Naloxone) แก้พิษเป็นระยะ และเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด เพราะหากฤทธิ์ของนาล็อกโซนหมด แต่ฤทธิ์ของยาทรามาดอลยังอยู่อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการกำเริบได้อีก


ลืมกินยา Tramadol ควรทำอย่างไร?


หากลืมกินยา Tramadol ให้รีบกินทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้ถึงเวลามื้อต่อไปแล้ว ก็ให้กินในเวลาของมื้อถัดไปได้เลย และห้ามเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่าเด็ดขาด เพื่อป้องกันการกินยาเกินขนาดที่แนะนำต่อวัน


การเก็บรักษายา Tramadol


  • เก็บยา Tramadol ไว้ที่อุณหภูมิห้องระหว่าง 15 – 30 องศาเซลเซียส
  • เก็บยานี้ไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท
  • เก็บยาให้ห่างจากแสงแดด ห้ามเอาไว้ในรถหรือใกล้หน้าต่าง
  • หลีกเลี่ยงการเก็บยาในบริเวณที่ชื้น เช่น ห้องน้ำ
  • เก็บให้ห่างจากเด็ก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Tramadol


1. ยา Tramadol เป็นยาอันตรายหรือไม่?


ยา Tramadol หรือ ทรามาดอล จัดเป็นยาอันตราย ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 เนื่องจากมีผลข้างเคียงเยอะ


2. Tramadol สามารถซื้อจากร้านขายยาได้หรือไม่?


ซื้อได้ แต่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ และเนื่องจาก Tramadol เป็นยาอันตราย ข้อกฎหมายจึงระบุให้สามารถจำหน่ายในร้านขายยาแผนปัจจุบันที่ได้รับอนุญาตและโรงพยาบาลเท่านั้น โดยต้องส่งมอบยาโดยเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ และต้องจัดทำบัญชีรายชื่อวัตถุดิบที่ใช้ผลิตยา บัญชีรายชื่อยาที่นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร รวมถึงรายงานการขายส่งยาเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามระยะเวลาที่กำหนด


หากร้านขายยาไม่มีใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนในกรณีที่ไม่จัดทำบัญชีการซื้อหรือขายยา ผู้รับอนุญาตจะมีโทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท ในขณะที่เภสัชกรจะมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท สำหรับกรณีที่ร้านขายยา Tramadol ในระหว่างเภสัชกรไม่อยู่ ผู้รับอนุญาตจะมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท


3. Tramadol แก้ปวดประจำเดือนได้หรือไม่?


Tramadol ใช้แก้ปวดประจำเดือนในระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ แต่ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ เนื่องจากอาการปวดประจำเดือนระดับปานกลางใช้เพียงแค่ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน หรือนาพรอกเซน ก็เพียงพอแล้ว เพราะผลข้างเคียงน้อยถึงน้อยมาก และมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการผลิตและการทำงานของพรอสตาแกลนดิน อันเป็นสาเหตุของการปวดประจำเดือนได้ดี


4. Tramadol แก้ปวดฟันได้หรือไม่?


ยา Tramadol ใช้เป็นยาทางเลือกสำหรับแก้ปวดฟันแบบเฉียบพลันได้ ในกรณีที่ยาชนิดอื่นใช้ไม่ได้ผล แต่หากปวดฟันไม่มากก็จะไม่นิยมใช้ยานี้กัน เพราะผลข้างเคียงเยอะมากเมื่อเทียบกับยาพาราเซตามอลและยาแก้ปวดอื่นๆ




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


ทีมเภสัชกรของ Raksa
ปรึกษาเภสัชกรผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

ทรามาดอล (Tramadol)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • Tramadol เป็นยาในกลุ่มโอปิออยด์ ที่ใช้บรรเทาอาการปวดได้เช่นเดียวกับมอร์ฟีน บรรเทาอาการปวดระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรง เช่น ปวดไมเกรน ปวดเรื้อรังจากโรค

  • Tramadol เป็นยาอันตราย ต้องซื้อจากขายยาแผนปัจจุบันที่ได้รับอนุญาตและโรงพยาบาลเท่านั้น เพราะต้องส่งมอบยาโดยเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ

  • ยา Tramadol มักถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดเพื่อให้เกิดอาการเคลิ้มสุข เนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางคล้ายสารเอ็นโดรฟิน หากใช้ไปนานๆ จะทำให้ติดยาได้ เมื่อหยุดยาจึงเกิดอาการถอนยา ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก



Table of Contents
Tramadol คือยาอะไร?
ชื่อทางการค้าของยา Tramadol
การออกฤทธิ์ของยา Tramadol
รูปแบบของยา Tramadol
ยา Tramadol ราคาเท่าไหร่?
วิธีใช้ยา Tramadol และปริมาณที่เหมาะสม
ข้อควรระวังในการใช้ยา Tramadol
ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Tramadol
ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยา Tramadol
ใช้ยา Tramadol เกินขนาดควรทำอย่างไร?
ลืมกินยา Tramadol ควรทำอย่างไร?
การเก็บรักษายา Tramadol
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Tramadol


Tramadol คือยาอะไร?


ทรามาดอล ภาษาอังกฤษเรียกว่า Tramadol คือ ยาในกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) ใช้บรรเทาอาการปวดระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง เช่น ปวดไมเกรน ปวดหลัง เข่า ข้อ กระดูก กล้ามเนื้อ รวมถึงบรรเทาอาการปวดแบบเฉียบพลัน อาการปวดเรื้อรังจากโรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) และบรรเทาปวดจากโรคมะเร็งได้


โดยในทางการแพทย์ตัวยาทรามาดอลใช้ระงับอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรงเช่นเดียวกับมอร์ฟีน (Morphine) แต่ไม่จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษ เนื่องจากยาชนิดนี้ยังระงับอาการปวดได้น้อยกว่ามอร์ฟีน 5-20 เท่า อย่างไรก็ตามยา Tramadol มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อให้เกิดอาการเคลิ้มสุข หากใช้ในปริมาณมากและนานจะทำให้ติดยา เมื่อหยุดยากะทันหันจึงเกิดอาการที่เรียกว่า “ถอนยา” ได้


ชื่อทางการค้าของยา Tramadol


ยา Tramadol ชนิดเม็ด

ชื่อทางการค้าของ Tramadol ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น


  • TRAMADA
  • TRAMADOL
  • RAMADOL
  • MABRON
  • ANALAB INJECTION
  • TROSIC
  • MILLIDOL

การออกฤทธิ์ของยา Tramadol


เมื่อกินยา Tramadol เข้าไปแล้ว ยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเปลี่ยนเป็น Active form ที่บริเวณตับ ตัวยาจะทำหน้าที่เหมือนสารเอ็นโดรฟิน (Endorphin) ในสมอง โดยการยับยั้งตัวรับสาร (Receptors) ความรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกส่งมายังเซลล์ของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้ที่ทานยา Tramadol เข้าไปจึงรู้สึกปวดน้อยลง เมื่อร่างกายใช้ประโยชน์จากตัวยาหมดแล้วก็จะขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ


รูปแบบของยา Tramadol


ยา Tramadol แบบแคปซูล

รูปแบบของยา Tramadol ที่ใช้ในประเทศไทย มี 2 ชนิด ได้แก่ Tramadol ชนิดยาเดี่ยว มีตั้งแต่ขนาด 50-100 มิลลิกรัมต่อ 1 เม็ดหรือแคปซูล และ Tramadol ชนิดยาผสมกับพาราเซตามอล (Paracetamol) ในรูปแบบยาเม็ด นอกจากนี้ยังมียาเหน็บทวารและยาฉีดด้วย


ยา Tramadol ราคาเท่าไหร่?


ยา Tramadol มีราคากลางตามที่กลุ่มนโยบายแห่งชาติด้านยาประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2553 ดังนี้


  • Tramadol hydrochloride ชนิดแคปซูล 50 มก. จำนวน 100 หน่วย ราคา 80.25 บาท
  • Tramadol hydrochloride ชนิดแคปซูล 50 มก. จำนวน 500 หน่วย ราคา 227.91 บาท
  • Tramadol hydrochloride ชนิดสารละลาย 50 มก./1 มล. จำนวน 1 หน่วย ราคา 6.42 บาท
  • Tramadol hydrochloride ชนิดสารละลาย 50 มก./2 มล. จำนวน 1 หน่วย ราคา 7.49 บาท

วิธีใช้ยา Tramadol และปริมาณที่เหมาะสม


  • ยา Tramadol จะออกฤทธิ์หลังกินประมาณ 1 ชั่วโมง และจะหมดฤทธิ์ภายใน 6-9 ชั่วโมง ขนาดรับประทานที่แนะนำจึงไม่เกิน 400 มิลลิกรัม/วัน ดังนั้นขนาดยาที่แนะนำคือครั้งละ 1 – 2 เม็ดหรือแคปซูล หรือคิดเป็น 50 – 100 มิลลิกรัม/ครั้ง และเว้นระยะห่างในการใช้ยาเป็นเวลา 4 – 6 ชั่วโมง

  • สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการของโรคอื่นๆ อยู่ด้วย แพทย์อาจปรับปริมาณยาได้ โดยคำนวณจากอายุ ประวัติการรักษา ระดับความรุนแรงของอาการ และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

  • นอกจากนี้ Tramadol คือยาที่ไม่มีฤทธิ์กัดกระเพาะ สามารถกินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ แต่เนื่องจากตัวยามีอาการข้างเคียง คือ คลื่นไส้และอาเจียน การกินยานี้หลังมื้ออาหารจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยลดอาการข้างเคียงเหล่านั้นลงไปได้ และควรกินยาในเวลาเดิมทุกวัน

  • ห้ามแบ่งยา Tramadol ให้ผู้อื่น หรือใช้ยาของผู้อื่น เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ โดยเฉพาะในเด็กอายุไม่เกิน 17 ปี

  • ห้ามกัด เคี้ยว หักยาก่อนกิน เนื่องจากอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง หรืออาจทำให้มีปริมาณยาในกระแสเลือดสูงขึ้นกว่าที่แพทย์กำหนด

buy drugs online via Raksa App

ข้อควรระวังในการใช้ยา Tramadol


ยา tramadol อาจทำให้ง่วงจึงไม่ควรขับรถ

  • ไม่ควรใช้ก่อนการขับรถ เนื่องจากยามีผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้
  • ห้ามกินยา Tramadol ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากจะทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง
  • ผู้ที่สามารถใช้ยาได้
    • ผู้ที่อายุ 17 ปีขึ้นไป
    • ใช้ในผู้ที่มีอาการเจ็บหรือปวดระดับปานกลางไปจนถึงรุนแรง
    • ผู้ที่รักษาด้วยยาแก้ปวดชนิดอื่นแล้วไม่ได้ผล

  • ผู้ที่ไม่ควรใช้ยา
    • ห้ามใช้ยาในผู้ที่มีประวัติแพ้ยาทรามาดอล หรือยาในกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) อื่นๆ
    • ห้ามใช้ยาในผู้ที่อยู่ในภาวะเป็นพิษจากการดื่มสุราเกินขนาด เพราะจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยมึนงงมากขึ้น
    • ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะไตหรือตับบกพร่อง เพราะจะยิ่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดพิษจากการใช้ยา
    • ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี
    • ห้ามใช้ในผู้ที่มีความเจ็บป่วยที่อาจนำไปสู่อาการชักหรือเป็นโรคลมชัก เพราะตัวยาจะเพิ่มความเสี่ยงให้อาการกำเริบ
    • ห้ามใช้ในผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ
    • ห้ามใช้ในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ
    • หญิงที่ทานยา Tramadol ขณะตั้งครรภ์ อาจทำให้เด็กทารกที่เกิดมามีอาการถอนยาและเป็นอันตรายต่อเด็ก
    • หญิงที่เพิ่งคลอดลูกสามารถใช้ยาได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะยาส่งผ่านสู่ทารกทางเลือดและน้ำนมได้

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Tramadol


ผลข้างเคียงของยา Tramadol พบได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงขั้นรุนแรง ดังนี้


ผลข้างเคียงทั่วไปของยา Tramadol


  • รู้สึกไม่สบาย
  • วิงเวียนศีรษะ

ผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจพบได้ของยา Tramadol


  • ปวดศีรษะ
  • ง่วงนอน และเวียนศีรษะ
  • อาเจียน
  • ท้องผูก
  • อ่อนเพลีย และไม่มีแรง
  • ปากแห้ง
  • เหงื่อออกง่าย

ผลข้างเคียงรุนแรงของยา Tramadol


  • มีปัญหาในการหายใจ เช่น หายใจช้า หรือหายใจตื้น
  • วิงเวียนศีรษะมาก อ่อนแรง เป็นสัญญาณของภาวะความดันโลหิตต่ำ
  • เห็นภาพหลอน มีอาการสับสน หรือหูแว่ว
  • รู้สึกง่วงนอนอย่างมาก
  • มีปัญหาเรื่องการปัสสาวะหรือปัสสาวะไม่ออก
  • มีอาการชัก ซึ่งสามารถพบในผู้ทานยา Tramadol มากกว่ายาตัวอื่นๆ ในกลุ่มโอปิออยด์

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างผลข้างเคียงจากการใช้ยา Tramadol ซึ่งผลข้างเคียงรุนแรงของยา Tramadol พบไม่บ่อยนัก หากเกิดอาการดังกล่าวรวมถึงผลข้างเคียงอื่นๆ ที่มีอาการแย่ลง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที



ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยา Tramadol


ยา Tramadol ไม่ควรใช้คู่กับยาตัวอื่นๆ รวมถึงวิตามินและสมุนไพรบางตัว เนื่องจากตัวยาจะขัดขวางการทำงานซึ่งกันและกัน รวมทั้งก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างยาที่ไม่ควรใช้คู่กับ Tramadol เช่น


ยาที่ห้ามทานคู่กับยา Tramadol


Carbamazepine (คาร์บามาซีปีน): เป็นยาในกลุ่มยากันชัก โดยตัวยาทำให้ประสิทธิภาพของ Tramadol ลดลง และยังทำให้ปริมาณ Tramadol ในร่างกายสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสให้เกิดอาการชัก


ยาโรคซึมเศร้าไม่ควรใช้คู่กับ Tramadol

ยาที่ไม่ควรทานคู่กับยา Tramadol


ทำให้ผลข้างเคียงของยาที่ทานคู่กับยา Tramadol เพิ่มขึ้น มีดังนี้


  • กลุ่มยารักษาโรคซึมเศร้า เช่น Sertraline, Fluoxetine, Paroxetine, Citalopram, Escitalopram, Duloxetine, Venlafaxine
  • ยาต้านเศร้ากลุ่ม MAOI เช่น Isocarboxazid, Phenelzine, Selegiline
  • ยาปฏิชีวนะ อย่างยา Linezolid (ไลนิโซลิด)
  • ยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท เช่น Zolpidem
  • ยากลุ่ม Benzodiazepines (เบนโซไดอะซีปีน) เช่น Alprazolam, Clonazepam, Diazepam, Lorazepam
  • ยากลุ่ม Opioid (โอปิออยด์) เช่น Hydrocodone, Oxycodone, Morphine
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin (วาร์ฟาริน)

ทำให้ผลข้างเคียงของยา Tramadol เพิ่มขึ้น มีดังนี้


  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เช่น Erythromycin
  • ยาต้านเศร้า (Antidepressants) เช่น Amitriptyline
  • ยาต้านเชื้อรา (Antifungal) เช่น Voriconazole, Ketoconazole
  • ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Antiarrhythmic) เช่น Quinidine

ใช้ยา Tramadol เกินขนาดควรทำอย่างไร?


ห้ามทานยาเกินขนาดหรือมากกว่าที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดแม้จะรู้สึกว่าอาการปวดไม่ดีขึ้น เพราะเมื่อกินยา Tramadol เกินขนาด (Overdose) จะทำให้เกิดอาการเซื่องซึม รูม่านตาหรี่ ภาวะกายใจไม่สงบ และหัวใจเต้นเร็ว ผู้ป่วยควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที ซึ่งการรักษาจะใช้ยานาล็อกโซน (Naloxone) แก้พิษเป็นระยะ และเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด เพราะหากฤทธิ์ของนาล็อกโซนหมด แต่ฤทธิ์ของยาทรามาดอลยังอยู่อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการกำเริบได้อีก


ลืมกินยา Tramadol ควรทำอย่างไร?


หากลืมกินยา Tramadol ให้รีบกินทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้ถึงเวลามื้อต่อไปแล้ว ก็ให้กินในเวลาของมื้อถัดไปได้เลย และห้ามเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่าเด็ดขาด เพื่อป้องกันการกินยาเกินขนาดที่แนะนำต่อวัน


การเก็บรักษายา Tramadol


  • เก็บยา Tramadol ไว้ที่อุณหภูมิห้องระหว่าง 15 – 30 องศาเซลเซียส
  • เก็บยานี้ไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท
  • เก็บยาให้ห่างจากแสงแดด ห้ามเอาไว้ในรถหรือใกล้หน้าต่าง
  • หลีกเลี่ยงการเก็บยาในบริเวณที่ชื้น เช่น ห้องน้ำ
  • เก็บให้ห่างจากเด็ก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Tramadol


1. ยา Tramadol เป็นยาอันตรายหรือไม่?


ยา Tramadol หรือ ทรามาดอล จัดเป็นยาอันตราย ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 เนื่องจากมีผลข้างเคียงเยอะ


2. Tramadol สามารถซื้อจากร้านขายยาได้หรือไม่?


ซื้อได้ แต่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ และเนื่องจาก Tramadol เป็นยาอันตราย ข้อกฎหมายจึงระบุให้สามารถจำหน่ายในร้านขายยาแผนปัจจุบันที่ได้รับอนุญาตและโรงพยาบาลเท่านั้น โดยต้องส่งมอบยาโดยเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ และต้องจัดทำบัญชีรายชื่อวัตถุดิบที่ใช้ผลิตยา บัญชีรายชื่อยาที่นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร รวมถึงรายงานการขายส่งยาเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามระยะเวลาที่กำหนด


หากร้านขายยาไม่มีใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนในกรณีที่ไม่จัดทำบัญชีการซื้อหรือขายยา ผู้รับอนุญาตจะมีโทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท ในขณะที่เภสัชกรจะมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท สำหรับกรณีที่ร้านขายยา Tramadol ในระหว่างเภสัชกรไม่อยู่ ผู้รับอนุญาตจะมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท


3. Tramadol แก้ปวดประจำเดือนได้หรือไม่?


Tramadol ใช้แก้ปวดประจำเดือนในระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ แต่ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ เนื่องจากอาการปวดประจำเดือนระดับปานกลางใช้เพียงแค่ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน หรือนาพรอกเซน ก็เพียงพอแล้ว เพราะผลข้างเคียงน้อยถึงน้อยมาก และมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการผลิตและการทำงานของพรอสตาแกลนดิน อันเป็นสาเหตุของการปวดประจำเดือนได้ดี


4. Tramadol แก้ปวดฟันได้หรือไม่?


ยา Tramadol ใช้เป็นยาทางเลือกสำหรับแก้ปวดฟันแบบเฉียบพลันได้ ในกรณีที่ยาชนิดอื่นใช้ไม่ได้ผล แต่หากปวดฟันไม่มากก็จะไม่นิยมใช้ยานี้กัน เพราะผลข้างเคียงเยอะมากเมื่อเทียบกับยาพาราเซตามอลและยาแก้ปวดอื่นๆ




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


ทีมเภสัชกรของ Raksa
ปรึกษาเภสัชกรผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล