MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังทางผิวหนังที่รักษาไม่หาย แต่สามารถบรรเทาอาการและควบคุมไม่ให้โรคกำเริบ ซึ่งโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ แต่มักมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย

  • โรคสะเก็ดเงินเกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังเร็วผิดปกติ ทำให้ผิวหน้าบริเวณที่เป็นโรคมีผื่นแดงเป็นขุยและมีอาการคัน โดยมีปัจจัยมาจากหลายๆ อย่าง ทั้งพันธุกรรม ความผิดปกติของภูมิคุ้ม หรือการเป็นโรคบางโรค

  • การรักษาโรคสะเก็ดเงินเป็นการบรรเทาอาการให้หายไป โดยการใช้ยาทาในกรณีที่โรคไม่รุนแรง แต่หากอาการรุนแรงแพทย์จะให้ยามารับประทานและรักษาด้วยวิธีฉายแสงร่วมด้วย



Table of Contents
โรคสะเก็ดเงินคืออะไร?
สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน
ลักษณะของโรคสะเก็ดเงิน
อาการของโรคสะเก็ดเงิน
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน
การป้องกันโรคสะเก็ดเงิน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน


โรคสะเก็ดเงินคืออะไร?


โรคสะเก็ดเงิน หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Psoriasis เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง หนึ่งในโรคผิวหนังที่รักษายากและไม่หายขาด รวมทั้งยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นโรคที่แสดงอาการผ่านทางผิวหนังส่วนต่างๆ ของร่างกาย


โรคสะเก็ดเงินเกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังที่มีอัตราความเร็วผิดปกติ อันเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม สิ่งกระตุ้นจากภายนอก หรือมีความสัมพันธ์กับโรคอื่นๆ อย่างเช่น โรคอ้วน เบาหวาน หรือผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง รวมถึงความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยโรคสะเก็ดเงินจัดอยู่ในกลุ่มโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อของตนเอง (Autoimmune Diseases) สามารถพบได้ถึงร้อยละ 1-2 ของประชากร และสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย


โรคสะเก็ดเงิน

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน


สาเหตุของการเกิดโรคสะเก็ดเงินนั้นเกิดจากการที่เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวในอัตราที่เร็วผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วเซลล์ผิวหนังที่เกิดขึ้นใหม่จะค่อยๆ ขึ้นมาแทนที่ผิวหนังชั้นนอกโดยใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ แต่บริเวณผิวหนังที่เป็นโรคสะเก็ดเงินจะใช้เวลาเพียง 3-7 วัน ทำให้เซลล์ผิวหน้าเหล่านี้ออกมาอยู่บริเวณหนังกำพร้าด้านนอกในขณะที่เซลล์ยังไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดรอยแดง เป็นขุยสีเงิน


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน


ยังไม่มีปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคที่แน่ชัด สามารถเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน การบาดเจ็บของผิวหนัง รวมถึงการเป็นโรคอื่นๆ ก็ส่งผลให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้ ทั้งโรคอ้วน ไข้หวัด หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ โรคทางจิตใจ การติดเชื้อ HIV โรคเอดส์ อาการเครียด คออักเสบจากการติดเชื้อ ไปจนถึงการระคายเคืองจากผิวหนังอันเกิดจากการแพ้ผงซักฟอก สบู่ หรือครีมทาผิวต่างๆ


ทั้งนี้ปัจจัยทางพันธุกรรมเองก็มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยพบว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ตามประวัติจะมีญาติที่เคยป่วยเป็นโรคนี้เช่นเดียวกัน


ลักษณะของโรคสะเก็ดเงิน


โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่ส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งแต่ละจุดที่เกิดโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการและลักษณะที่แตกต่างกันไปดังต่อไปนี้


ลักษณะของสะเก็ดเงิน

1. โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (Plaque Psoriasis)


เป็นโรคสะเก็ดเงินที่สามารถพบได้บ่อยที่สุด ตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ส่วนที่พบบ่อยที่สุดคือสะเก็ดเงินที่หัวหรือหนังศีรษะ ลามลงมาตามลำตัว แขนและขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีการเสียดสีจากการขยับตัวค่อนข้างบ่อยอย่างบริเวณข้อศอกหรือหัวเข่า


2. โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นขนาดเล็ก (Guttate Psoriasis)


ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีประวัติการติดเชื้อทางเดินหายใจมาก่อนและมักจะเกิดกับผู้ที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี ซึ่งลักษณะของสะเก็ดเงินเป็นจุดสีชมพูขนาดเล็กไม่เกิน 1 เซนติเมตร ขึ้นตามผิวหนัง มักจะเกิดขึ้นตามแขน ขา หรือลำตัว สามารถกลายเป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนาได้


3. โรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง (Pustular Psoriasis) 


สำหรับโรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนองสามารถพบได้มากในวัยผู้ใหญ่ โดยมีลักษณะเป็นตุ่มหนองสีขาวกระจายเป็นวงกว้าง บนผิวหนังที่มีอาการอักเสบหรือแดง มักจะเป็นบริเวณแขน ขา หรืออาจจะขยายไปทั่วลำตัวได้ ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการไข้ขึ้น คันตามผิวหนัง ไม่อยากอาหาร


4. โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว (Erythrodermic Psoriasis)


โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว จะมีลักษณะเป็นผื่นแดงตามผิวหนัง มีขุยลอกเกือบทุกพื้นที่ของร่างกาย มีอาการคัน และเจ็บตามผิวหนังอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าเป็นชนิดที่รุนแรงและพบได้น้อย อาจเกิดจากการขาดยาหรือมีปัจจัยอื่นๆ กระตุ้น


5. โรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ (Inverse Psoriasis)


เป็นโรคสะเก็ดเงินที่อาจจะเกิดจากการเสียดสีหรือการสะสมของแบคทีเรีย มีลักษณะเป็นผื่นแดงเรื้อรัง แต่ไม่ค่อยปรากฏอาการแห้งหรือเป็นขุย มักเกิดขึ้นบริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรือข้อพับต่างๆ ของร่างกาย


6. โรคสะเก็ดเงินบริเวณมือเท้า (Palmoplantar Psoriasis)


เป็นโรคสะเก็ดเงินที่มีผื่นแดงขึ้นและมีขอบเขตของผื่นชัดเจนรวมทั้งมีลักษณะเป็นขุยลอก มักขึ้นบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าก่อน และอาจลามไปหลังมือหลังเท้าได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง


อาการของโรคสะเก็ดเงิน


ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามที่กล่าวมาขั้นต้น แต่จะมีอาการที่คล้ายกันก็คือ


  • ผิวหนังมีลักษณะเป็นผื่นแดง มีขอบเขตชัดเจน
  • มีอาการลอกเป็นขุยสีขาว
  • ในบางรายอาจจะมีอาการอักเสบของผิวหรือผิวแห้งแตก และมีอาการเลือดออก

ซึ่งผื่นบนผิวหนังมักจะเกิดขึ้นบริเวณที่มีการเสียดสีตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดสะเก็ดเงินที่หัว หรือตามศอก เข่า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ในบางรายอาจจะมีอาการอื่นร่วม เช่น เล็บสะเก็ดเงิน (Psoriatic Nails) โดยจะมีอาการเล็บเป็นหลุม เล็บร่อน หรือผิดรูป ไปจนถึงข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic Arthritis) ซึ่งอาจพบในผู้ป่วยบางรายที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงินและมีอาการอักเสบของข้อร่วมด้วย


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


หากมีผื่นแดงนูนขึ้นบริเวณผิวหนังและลอกออกเป็นขุย และอาจมีอาการคัน หรือในบางกรณีผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อหรือผิดปกติบริเวณเล็บ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรค หากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลามไปบริเวณอื่นๆ ของร่างกายและทำให้อาการรุนแรงขึ้น


consult doctor

การรักษาโรคสะเก็ดเงิน


ในปัจจุบันการรักษาโรคสะเก็ดเงินนั้น ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถบรรเทาอาการตามผิวหนังให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น โดยการรักษานั้นแพทย์สามารถรักษาตามอาการของผู้ป่วย โดยคำนึงถึงผลดีและผลเสียต่างๆ


การรักษาโรคสะเก็ดเงิน

การรักษาโรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงน้อย


หมายถึงผู้ป่วยที่มีอาการของโรคสะเก็ดเงินที่มีผื่นน้อยกว่า 10% ของพื้นที่ผิวบนร่างกาย โดยแพทย์จะเลือกรักษาด้วยยาทาภายนอกทีจะช่วยบรรเทาอาการเกิดขึ้นของผื่นแดง อาการคัน และอักเสบของผิวหนังบนร่างกาย


  • ยาทาคอติโคสเตียรอยด์ (Topical Corticosteroids) เป็นยาทาภายนอกที่นิยมใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินมากที่สุด เพราะได้ผลเร็ว เป็นเนื้อครีมขาวจึงสะดวกในการใช้งาน รวมถึงราคาไม่สูง แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ผิวแตก ผิวหนังฝ่อ จนถึงขั้นเกิดอาการดื้อยา ยาชนิดนี้แม้จะเข้าถึงได้ง่าย แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

  • น้ำมันดิน (Tar) มีประสิทธิภาพในการลดอาการอักเสบของผิวหนังที่เป็นสาเหตุในการเกิดโรคสะเก็ดเงิน โดยให้ผลการรักษาที่ใกล้เคียงกับยาทาภายนอกคอติโคสเตียรอยด์ แต่น้ำมันดินมีสีน้ำตาลและกลิ่นเหม็น ทำให้ไม่เป็นที่นิยมและก่อให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณใบหน้า ข้อพับ หรือบริเวณผิวหนังที่บอบบางได้ง่าย

  • อนุพันธ์วิตามินดี (Calcipotriol) มีประสิทธิภาพคล้ายกับน้ำมันดิน ให้ผลการรักษาที่ดี พอๆ กับยาทาภายนอกคอติโคสเตียรอยด์และไม่มีผลข้างเคียง แต่มีราคาค่อนข้างแพงและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองอยู่บ้างในบริเวณผิวที่มีความบอบบาง

  • ยาทากลุ่ม Calcineurin Inhibitor (Tacrolimus, Pimecrolimus) นิยมนำมาใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินบริเวณผิวหน้า ตามซอก หรือข้อพับ ไม่มีผลข้างเคียงแต่ราคาแพง

การรักษาโรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงมาก


โรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรง คือมีผื่นมากเกินกว่า 10% ของร่างกาย แพทย์มักจะพิจารณาให้การรักษาโดยใช้ยาทาควบคู่ไปกับการฉายแสง เพื่อบรรเทาความรุนแรงของอาการผื่นแดงตามผิวหนัง อาการเจ็บ และคัน ไปจนถึงอาการร่วมที่เกิดจากโรคสะเก็ดเงินอย่างข้ออักเสบ


  • ยาทานเพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงิน แพทย์มักจะพิจารณาใช้ยาทานเพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงินในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงปานกลาง ไปจนถึงรุนแรงมาก และจำเป็นจะต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

  • การฉายแสงอาทิตย์เทียม (Phototherapy) เป็นการรักษาที่ได้ผลค่อนข้างดีสำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน และมีผลข้างเคียงน้อย โดยจะต้องเข้ารับการรักษา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน

buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน


Do


  • เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคสะเก็ดเงินมีหลายอย่าง ทำให้ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินควรเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ

  • ควรดูแลความสะอาดเพื่อเลี่ยงการติดเชื้อ ป้องกันไม่ให้ผื่นลุกลาม

  • ดูแลร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายเสมอและทานอาหารที่มีประโยชน์

  • ทายา ทานยา และเข้ารับการรักษาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว หรือบำรุงผิวสูตรอ่อนโยนเพื่อลดอาการระคายเคือง

ยาทาสะเก็ดเงิน

Don’t


  • ห้ามทานยาโดยไม่ได้ปรึกแพทย์เนื่องจากอาจทำให้โรคกำเริบ

  • ห้ามแกะเกาบริเวณแผลและผื่นที่ขึ้นตามร่างกาย เพราะจะทำให้อาการแย่ลง

  • ปล่อยให้น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ และไม่ดูแลสุขภาพ

การป้องกันโรคสะเก็ดเงิน


เนื่องจากโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดนัก อาจเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือเป็นโรคแทรกซ้อนจากการเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงหลีกเลี่ยงความเครียด


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน


1. โรคสะเก็ดเงินติดต่อไหม?


สะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ เนื่องจากไม่ได้มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส แต่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ผิวหนังในบริเวณที่เป็นโรค ซึ่งยังมีอีกหลายคนที่เข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อ และความเข้าใจผิดนี้ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ป่วย


2. โรคสะเก็ดเงินรักษาหายไหม?


การรักษาโรคสะเก็ดเงินเป็นการบรรเทาโรคดังกล่าวให้หายเป็นครั้งๆ ไป แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากมีปัจจัยหรือสิ่งเร้ามากระตุ้น ก็ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบมาอีกครั้ง


3. รักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยตัวเองได้ไหม?


ไม่ควรซื้อยามาทานเอง แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและรับการรักษาที่ตรงจุด ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง ก็จะช่วยบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินได้เป็นอย่างดี


4. โรคสะเก็ดเงินคันไหม?


โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่ส่งผลต่อผิวหนังตามร่างกายและเป็นขุยทำให้มีอาการคันร่วมด้วย แต่อาการคันจะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับชนิดของสะเก็ดเงินที่เป็น


5. โรคสะเก็ดเงินอันตรายไหม?


โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่ไม่อันตรายสามารถรักษาได้แม้จะไม่หายขาด หากมีอาการควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที ไม่ควรปล่อยให้อาการรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะอาการข้ออักเสบที่อาจทำให้ข้อผิดรูปได้




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


พญ. ชวพร สุดโนรีกูล

พญ. ชวพร สุดโนรีกูล (ตจแพทย์)
โรงพยาบาลสมิติเวช
MCs SWU in Dermatology
Diploma in Dermatology and Dermatosurgery
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังทางผิวหนังที่รักษาไม่หาย แต่สามารถบรรเทาอาการและควบคุมไม่ให้โรคกำเริบ ซึ่งโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ แต่มักมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย

  • โรคสะเก็ดเงินเกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังเร็วผิดปกติ ทำให้ผิวหน้าบริเวณที่เป็นโรคมีผื่นแดงเป็นขุยและมีอาการคัน โดยมีปัจจัยมาจากหลายๆ อย่าง ทั้งพันธุกรรม ความผิดปกติของภูมิคุ้ม หรือการเป็นโรคบางโรค

  • การรักษาโรคสะเก็ดเงินเป็นการบรรเทาอาการให้หายไป โดยการใช้ยาทาในกรณีที่โรคไม่รุนแรง แต่หากอาการรุนแรงแพทย์จะให้ยามารับประทานและรักษาด้วยวิธีฉายแสงร่วมด้วย



Table of Contents
โรคสะเก็ดเงินคืออะไร?
สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน
ลักษณะของโรคสะเก็ดเงิน
อาการของโรคสะเก็ดเงิน
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน
การป้องกันโรคสะเก็ดเงิน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน


โรคสะเก็ดเงินคืออะไร?


โรคสะเก็ดเงิน หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Psoriasis เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง หนึ่งในโรคผิวหนังที่รักษายากและไม่หายขาด รวมทั้งยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นโรคที่แสดงอาการผ่านทางผิวหนังส่วนต่างๆ ของร่างกาย


โรคสะเก็ดเงินเกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังที่มีอัตราความเร็วผิดปกติ อันเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม สิ่งกระตุ้นจากภายนอก หรือมีความสัมพันธ์กับโรคอื่นๆ อย่างเช่น โรคอ้วน เบาหวาน หรือผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง รวมถึงความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยโรคสะเก็ดเงินจัดอยู่ในกลุ่มโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อของตนเอง (Autoimmune Diseases) สามารถพบได้ถึงร้อยละ 1-2 ของประชากร และสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย


โรคสะเก็ดเงิน

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน


สาเหตุของการเกิดโรคสะเก็ดเงินนั้นเกิดจากการที่เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวในอัตราที่เร็วผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วเซลล์ผิวหนังที่เกิดขึ้นใหม่จะค่อยๆ ขึ้นมาแทนที่ผิวหนังชั้นนอกโดยใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ แต่บริเวณผิวหนังที่เป็นโรคสะเก็ดเงินจะใช้เวลาเพียง 3-7 วัน ทำให้เซลล์ผิวหน้าเหล่านี้ออกมาอยู่บริเวณหนังกำพร้าด้านนอกในขณะที่เซลล์ยังไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดรอยแดง เป็นขุยสีเงิน


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน


ยังไม่มีปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคที่แน่ชัด สามารถเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน การบาดเจ็บของผิวหนัง รวมถึงการเป็นโรคอื่นๆ ก็ส่งผลให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้ ทั้งโรคอ้วน ไข้หวัด หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ โรคทางจิตใจ การติดเชื้อ HIV โรคเอดส์ อาการเครียด คออักเสบจากการติดเชื้อ ไปจนถึงการระคายเคืองจากผิวหนังอันเกิดจากการแพ้ผงซักฟอก สบู่ หรือครีมทาผิวต่างๆ


ทั้งนี้ปัจจัยทางพันธุกรรมเองก็มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยพบว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ตามประวัติจะมีญาติที่เคยป่วยเป็นโรคนี้เช่นเดียวกัน


ลักษณะของโรคสะเก็ดเงิน


โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่ส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งแต่ละจุดที่เกิดโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการและลักษณะที่แตกต่างกันไปดังต่อไปนี้


ลักษณะของสะเก็ดเงิน

1. โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (Plaque Psoriasis)


เป็นโรคสะเก็ดเงินที่สามารถพบได้บ่อยที่สุด ตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ส่วนที่พบบ่อยที่สุดคือสะเก็ดเงินที่หัวหรือหนังศีรษะ ลามลงมาตามลำตัว แขนและขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีการเสียดสีจากการขยับตัวค่อนข้างบ่อยอย่างบริเวณข้อศอกหรือหัวเข่า


2. โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นขนาดเล็ก (Guttate Psoriasis)


ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีประวัติการติดเชื้อทางเดินหายใจมาก่อนและมักจะเกิดกับผู้ที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี ซึ่งลักษณะของสะเก็ดเงินเป็นจุดสีชมพูขนาดเล็กไม่เกิน 1 เซนติเมตร ขึ้นตามผิวหนัง มักจะเกิดขึ้นตามแขน ขา หรือลำตัว สามารถกลายเป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนาได้


3. โรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง (Pustular Psoriasis) 


สำหรับโรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนองสามารถพบได้มากในวัยผู้ใหญ่ โดยมีลักษณะเป็นตุ่มหนองสีขาวกระจายเป็นวงกว้าง บนผิวหนังที่มีอาการอักเสบหรือแดง มักจะเป็นบริเวณแขน ขา หรืออาจจะขยายไปทั่วลำตัวได้ ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการไข้ขึ้น คันตามผิวหนัง ไม่อยากอาหาร


4. โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว (Erythrodermic Psoriasis)


โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว จะมีลักษณะเป็นผื่นแดงตามผิวหนัง มีขุยลอกเกือบทุกพื้นที่ของร่างกาย มีอาการคัน และเจ็บตามผิวหนังอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าเป็นชนิดที่รุนแรงและพบได้น้อย อาจเกิดจากการขาดยาหรือมีปัจจัยอื่นๆ กระตุ้น


5. โรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ (Inverse Psoriasis)


เป็นโรคสะเก็ดเงินที่อาจจะเกิดจากการเสียดสีหรือการสะสมของแบคทีเรีย มีลักษณะเป็นผื่นแดงเรื้อรัง แต่ไม่ค่อยปรากฏอาการแห้งหรือเป็นขุย มักเกิดขึ้นบริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรือข้อพับต่างๆ ของร่างกาย


6. โรคสะเก็ดเงินบริเวณมือเท้า (Palmoplantar Psoriasis)


เป็นโรคสะเก็ดเงินที่มีผื่นแดงขึ้นและมีขอบเขตของผื่นชัดเจนรวมทั้งมีลักษณะเป็นขุยลอก มักขึ้นบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าก่อน และอาจลามไปหลังมือหลังเท้าได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง


อาการของโรคสะเก็ดเงิน


ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามที่กล่าวมาขั้นต้น แต่จะมีอาการที่คล้ายกันก็คือ


  • ผิวหนังมีลักษณะเป็นผื่นแดง มีขอบเขตชัดเจน
  • มีอาการลอกเป็นขุยสีขาว
  • ในบางรายอาจจะมีอาการอักเสบของผิวหรือผิวแห้งแตก และมีอาการเลือดออก

ซึ่งผื่นบนผิวหนังมักจะเกิดขึ้นบริเวณที่มีการเสียดสีตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดสะเก็ดเงินที่หัว หรือตามศอก เข่า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ในบางรายอาจจะมีอาการอื่นร่วม เช่น เล็บสะเก็ดเงิน (Psoriatic Nails) โดยจะมีอาการเล็บเป็นหลุม เล็บร่อน หรือผิดรูป ไปจนถึงข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic Arthritis) ซึ่งอาจพบในผู้ป่วยบางรายที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงินและมีอาการอักเสบของข้อร่วมด้วย


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


หากมีผื่นแดงนูนขึ้นบริเวณผิวหนังและลอกออกเป็นขุย และอาจมีอาการคัน หรือในบางกรณีผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อหรือผิดปกติบริเวณเล็บ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรค หากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลามไปบริเวณอื่นๆ ของร่างกายและทำให้อาการรุนแรงขึ้น


consult doctor

การรักษาโรคสะเก็ดเงิน


ในปัจจุบันการรักษาโรคสะเก็ดเงินนั้น ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถบรรเทาอาการตามผิวหนังให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น โดยการรักษานั้นแพทย์สามารถรักษาตามอาการของผู้ป่วย โดยคำนึงถึงผลดีและผลเสียต่างๆ


การรักษาโรคสะเก็ดเงิน

การรักษาโรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงน้อย


หมายถึงผู้ป่วยที่มีอาการของโรคสะเก็ดเงินที่มีผื่นน้อยกว่า 10% ของพื้นที่ผิวบนร่างกาย โดยแพทย์จะเลือกรักษาด้วยยาทาภายนอกทีจะช่วยบรรเทาอาการเกิดขึ้นของผื่นแดง อาการคัน และอักเสบของผิวหนังบนร่างกาย


  • ยาทาคอติโคสเตียรอยด์ (Topical Corticosteroids) เป็นยาทาภายนอกที่นิยมใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินมากที่สุด เพราะได้ผลเร็ว เป็นเนื้อครีมขาวจึงสะดวกในการใช้งาน รวมถึงราคาไม่สูง แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ผิวแตก ผิวหนังฝ่อ จนถึงขั้นเกิดอาการดื้อยา ยาชนิดนี้แม้จะเข้าถึงได้ง่าย แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

  • น้ำมันดิน (Tar) มีประสิทธิภาพในการลดอาการอักเสบของผิวหนังที่เป็นสาเหตุในการเกิดโรคสะเก็ดเงิน โดยให้ผลการรักษาที่ใกล้เคียงกับยาทาภายนอกคอติโคสเตียรอยด์ แต่น้ำมันดินมีสีน้ำตาลและกลิ่นเหม็น ทำให้ไม่เป็นที่นิยมและก่อให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณใบหน้า ข้อพับ หรือบริเวณผิวหนังที่บอบบางได้ง่าย

  • อนุพันธ์วิตามินดี (Calcipotriol) มีประสิทธิภาพคล้ายกับน้ำมันดิน ให้ผลการรักษาที่ดี พอๆ กับยาทาภายนอกคอติโคสเตียรอยด์และไม่มีผลข้างเคียง แต่มีราคาค่อนข้างแพงและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองอยู่บ้างในบริเวณผิวที่มีความบอบบาง

  • ยาทากลุ่ม Calcineurin Inhibitor (Tacrolimus, Pimecrolimus) นิยมนำมาใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินบริเวณผิวหน้า ตามซอก หรือข้อพับ ไม่มีผลข้างเคียงแต่ราคาแพง

การรักษาโรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงมาก


โรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรง คือมีผื่นมากเกินกว่า 10% ของร่างกาย แพทย์มักจะพิจารณาให้การรักษาโดยใช้ยาทาควบคู่ไปกับการฉายแสง เพื่อบรรเทาความรุนแรงของอาการผื่นแดงตามผิวหนัง อาการเจ็บ และคัน ไปจนถึงอาการร่วมที่เกิดจากโรคสะเก็ดเงินอย่างข้ออักเสบ


  • ยาทานเพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงิน แพทย์มักจะพิจารณาใช้ยาทานเพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงินในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงปานกลาง ไปจนถึงรุนแรงมาก และจำเป็นจะต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

  • การฉายแสงอาทิตย์เทียม (Phototherapy) เป็นการรักษาที่ได้ผลค่อนข้างดีสำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน และมีผลข้างเคียงน้อย โดยจะต้องเข้ารับการรักษา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน

buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน


Do


  • เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคสะเก็ดเงินมีหลายอย่าง ทำให้ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินควรเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ

  • ควรดูแลความสะอาดเพื่อเลี่ยงการติดเชื้อ ป้องกันไม่ให้ผื่นลุกลาม

  • ดูแลร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายเสมอและทานอาหารที่มีประโยชน์

  • ทายา ทานยา และเข้ารับการรักษาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว หรือบำรุงผิวสูตรอ่อนโยนเพื่อลดอาการระคายเคือง

ยาทาสะเก็ดเงิน

Don’t


  • ห้ามทานยาโดยไม่ได้ปรึกแพทย์เนื่องจากอาจทำให้โรคกำเริบ

  • ห้ามแกะเกาบริเวณแผลและผื่นที่ขึ้นตามร่างกาย เพราะจะทำให้อาการแย่ลง

  • ปล่อยให้น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ และไม่ดูแลสุขภาพ

การป้องกันโรคสะเก็ดเงิน


เนื่องจากโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดนัก อาจเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือเป็นโรคแทรกซ้อนจากการเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงหลีกเลี่ยงความเครียด


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน


1. โรคสะเก็ดเงินติดต่อไหม?


สะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ เนื่องจากไม่ได้มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส แต่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ผิวหนังในบริเวณที่เป็นโรค ซึ่งยังมีอีกหลายคนที่เข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อ และความเข้าใจผิดนี้ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ป่วย


2. โรคสะเก็ดเงินรักษาหายไหม?


การรักษาโรคสะเก็ดเงินเป็นการบรรเทาโรคดังกล่าวให้หายเป็นครั้งๆ ไป แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากมีปัจจัยหรือสิ่งเร้ามากระตุ้น ก็ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบมาอีกครั้ง


3. รักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยตัวเองได้ไหม?


ไม่ควรซื้อยามาทานเอง แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและรับการรักษาที่ตรงจุด ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง ก็จะช่วยบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินได้เป็นอย่างดี


4. โรคสะเก็ดเงินคันไหม?


โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่ส่งผลต่อผิวหนังตามร่างกายและเป็นขุยทำให้มีอาการคันร่วมด้วย แต่อาการคันจะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับชนิดของสะเก็ดเงินที่เป็น


5. โรคสะเก็ดเงินอันตรายไหม?


โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่ไม่อันตรายสามารถรักษาได้แม้จะไม่หายขาด หากมีอาการควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที ไม่ควรปล่อยให้อาการรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะอาการข้ออักเสบที่อาจทำให้ข้อผิดรูปได้




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


พญ. ชวพร สุดโนรีกูล

พญ. ชวพร สุดโนรีกูล (ตจแพทย์)
โรงพยาบาลสมิติเวช
MCs SWU in Dermatology
Diploma in Dermatology and Dermatosurgery
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล