MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

ท้องไม่ท้อง! เช็กให้ชัวร์ด้วยที่ตรวจครรภ์ ความแม่นยำสูงแม้ตรวจเองที่บ้าน

KEY POINTS:


  • ภาวะการตั้งครรภ์สามารถตรวจได้ด้วยตัวเอง โดยการใช้ที่ตรวจครรภ์ ซึ่งมีทั้งหมด 4 แบบ คือ แบบจุ่ม แบบตลับหรือแบบหยด แบบปากกาหรือปัสสาวะผ่าน และแบบดิจิทัล ซึ่งทั้ง 4 แบบมีความแม่นยำใกล้เคียงกัน โดยมีความแม่นยำถึง 98% เมื่อใช้อย่างถูกวิธี

  • ชุดตรวจครรภ์จะใช้หลักการทดสอบหาฮอร์โมน HCG จากน้ำปัสสาวะของผู้ตรวจ ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะมีมากในช่วงที่มีการสร้างรกหรือมีการฝังตัวอ่อนในผนังมดลูกประมาณ 8-12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์

  • ผลจากการใช้ชุดตรวจครรภ์จะมีความแม่นยำสูง ก็ต่อเมื่อตรวจครรภ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ปัสสาวะไม่ปนเปื้อน และอยู่ในสภาวะร่างกายที่เหมาะสม เช่น ไม่มีการใช้ยาและไม่มีโรคบางชนิดอย่างไทรอยด์ รวมถึงมีการเช็กสภาพชุดตรวจครรภ์ก่อนใช้งาน



Table of Contents
ที่ตรวจครรภ์คืออะไร?
ที่ตรวจครรภ์มีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไร?
ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี?
ตรวจครรภ์ได้ตอนไหน?
ตรวจตั้งครรภ์เวลาไหนแม่นยำที่สุด?
ผลลัพธ์แบบไหนแปลว่าตั้งครรภ์?
ที่ตรวจครรภ์ผิดพลาดได้ไหม?
ข้อควรรู้ในการใช้ที่ตรวจครรภ์
ที่ตรวจครรภ์ซื้อที่ไหน?
ที่ตรวจครรภ์ ราคาเท่าไหร่?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ที่ตรวจครรภ์


การตั้งครรภ์อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีเพศสัมพันธ์และไม่ได้ป้องกันหรือไม่ได้ใช้วิธีการคุมกำเนิด ในผู้หญิงบางคนอาจมีอาการหรือสัญญาณเตือนต่างๆ ที่คล้ายกับการตั้งครรภ์ในระยะแรก เช่น ประจำเดือนไม่มา หน้าอกขยาย รู้สึกอ่อนเพลีย หรือปวดท้องน้อย เกิดเป็นความสงสัยและกังวลใจของใครหลายคน แต่มีวิธีที่จะช่วยยืนยันได้ว่าตั้งครรภ์หรือไม่ คือการใช้ที่ตรวจครรภ์ เป็นอุปกรณ์ที่หาซื้อง่าย ใช้ง่าย ตรวจได้เอง และช่วยยืนยันภาวะตั้งครรภ์ได้แม่นยำกว่า 98%


ที่ตรวจครรภ์คืออะไร?


ที่ตรวจครรภ์ ตรวจภาวะตั้งครรภ์แม่นยำ 98%

ที่ตรวจครรภ์หรือชุดทดสอบการตั้งครรภ์ (Pregnancy tests) คือ อุปกรณ์ทดสอบภาวะตั้งครรภ์ที่สามารถเช็กได้ด้วยตัวเอง หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยหลักการทำงานของที่ตรวจครรภ์ คือ การตรวจหาฮอร์โมน HCG (Human chorionic gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นจากรกหลังเกิดการปฏิสนธิได้ 6 วัน และฮอร์โมนชนิดนี้จะสูงมากในช่วง 8-12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์


โดยสามารถตรวจได้จากปัสสาวะของคุณแม่ ซึ่งผลจากชุดตรวจครรภ์มีความแม่นยำถึง 98% ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจเกิดความผิดพลาดที่มาจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น ช่วงเวลาที่ตรวจ สภาพร่างกาย หรือยาที่กำลังทานอยู่


ที่ตรวจครรภ์มีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไร?


ปกติแล้วที่ตรวจครรภ์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ตรวจจากเลือด เป็นการตรวจโดยแพทย์ ซึ่งสามารถตรวจแล้วรู้ผลได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ ของการตั้งครรภ์ คือ 6-8 วันแรกหลังจากปฏิสนธิ และอีกประเภทคือ ตรวจจากปัสสาวะ ที่หาซื้อได้ง่ายและตรวจได้เองที่บ้าน ให้ผลทดสอบที่ค่อนข้างแม่นยำหากใช้อย่างถูกวิธี มีหลายแบบให้เลือกดังนี้


ชุดตรวจครรภ์แบบตรวจปัสสาวะ

ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม (Pregnancy Test Strip)


ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม มีลักษณะเป็นแผ่นสำหรับนำไปจุ่มลงในปัสสาวะ บางยี่ห้อจะมีถ้วยตวงขนาดเล็กมาด้วยเพื่อใช้ในการเก็บปัสสาวะ เมื่อเก็บปัสสาวะแล้วจึงค่อยนำเอาแผ่นทดสอบไปจุ่มลงในปัสสาวะประมาณ 3 วินาที แล้วเอาขึ้นมาตั้งทิ้งไว้รออ่านผลตรวจหลังจากนั้นประมาณ 5 นาที


ที่ตรวจครรภ์แบบหยด (Pregnancy Test Cassette)


ที่ตรวจครรภ์แบบหยดหรือเรียกอีกอย่างว่าแบบตลับ มีอุปกรณ์มาให้ 3 อย่างได้แก่ ถ้วยตวงสำหรับเก็บปัสสาวะที่จะทำการตรวจ หลอดหยด และตลับตรวจครรภ์ วิธีการใช้คือให้นำปัสสาวะใส่ถ้วยตวงแล้วใช้หลอดหยดดูดปัสสาวะจากถ้วยก่อนจะหยด 3-4 หยดลงในตลับตรวจครรภ์ แล้วตั้งทิ้งไว้รออ่านผลตรวจหลังจากนั้นประมาณ 5 นาที


ที่ตรวจครรภ์แบบปากกาหรือที่ตรวจครรภ์แบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests)


ที่ตรวจครรภ์แบบปากกาหรือที่ตรวจครรภ์แบบปัสสาวะผ่าน จะมีแท่งตรวจสอบการตั้งครรภ์สามารถถอดฝาครอบแล้วถือแท่งทดสอบให้ทิศทางลูกศรชี้ลง จากนั้นปัสสาวะผ่านประมาณ 30 วินาที แล้วตั้งทิ้งไว้เป็นเวลา 3-5 นาทีจะปรากฏผลการตั้งครรภ์


ที่ตรวจครรภ์แบบดิจิทัล (Digital Pregnancy Test)


คล้ายแบบปากกาใช้การตรวจด้วยการปัสสาวะผ่านเช่นกัน แต่จะมีหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล ใช้เวลาในการรอผลประมาณ 3 วินาทีและให้ผลการตรวจที่ค่อนข้างแม่นยำแต่มีราคาสูง


consult doctor

ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี?


ที่ตรวจครรภ์ที่สะดวกและได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ที่ตรวจครรภ์แบบปากกาหรือชุดตรวจครรภ์แบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests) เพราะใช้งานได้สะดวก มีอุปกรณ์ไม่เยอะ ส่วนที่ตรวจครรภ์แบบจุ่มก็จะมีข้อดีคือมีราคาที่ถูกกว่าแบบอื่นๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นที่ตรวจครรภ์แบบไหน ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีความแม่นยำใกล้เคียงกันประมาณ 98%


นอกจากนี้ในเครื่องตรวจจะระบุค่าความไว (Sensitivity) เอาไว้ หากเครื่องไหนมีความแม่นยำสูง จะปรากฏค่าตัวเลขความไวต่ำ เช่น มีความไว 20 mIU/ml แปลว่าแม่นยำกว่าเครื่องตรวจที่มีความไว 100 mIU/ml นั่นเอง


ตรวจครรภ์ได้ตอนไหน?


สำหรับชุดตรวจครรภ์แบบตรวจปัสสาวะ ควรเริ่มตรวจในวันที่ 7 นับจากวันแรกที่ประจำเดือนไม่มา เพราะการขาดประจำเดือนอาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ได้ หากยังไม่มั่นใจให้ตรวจซ้ำ โดยเว้นให้ห่างจากครั้งแรก 2-3 วัน


ตรวจตั้งครรภ์เวลาไหนแม่นยำที่สุด?


ควรตรวจครรภ์ในช่วงเวลาเช้า เพราะเป็นช่วงที่ค่าฮอร์โมน HCG สูงที่สุดในรอบวัน หรือตรวจก่อนรับประทานอาหาร เพราะเป็นช่วงเวลาที่ปัสสาวะยังไม่มีสารเจือปนที่อาจทำให้ผลการตรวจผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนได้


ผลลัพธ์แบบไหนแปลว่าตั้งครรภ์?


ผลตรวจครรภ์ 2 ขีดมีโอกาสตั้งครรภ์สูง

ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 2 ขีด


บนที่ตรวจครรภ์จะมีอักษรตัว C และตัว T กำกับเอาไว้ ถ้าผลการทดสอบมีเส้นขึ้นทั้งสองขีด คือ ที่ Control Line (C) และ Test Line (T) แสดงว่าตั้งครรภ์


ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 1 ขีด


กรณีที่พบขีดขึ้น 1 ขีดที่บริเวณตัว C หรือ Control Line แสดงว่าไม่ตั้งครรภ์ ทั้งนี้อาจเกิดจากการตรวจครรภ์เร็วเกินไป แต่ถ้าไม่มั่นใจควรตรวจซ้ำโดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-3 วัน หากตั้งครรภ์จริงปริมาณฮอร์โมน HCG ก็จะสูงขึ้น การตรวจครรภ์ก็จะยิ่งแม่นยำขึ้น


ที่ตรวจครรภ์ผิดพลาดได้ไหม?


ที่ตรวจครรภ์มีค่าความไวหรือเรียกว่า Sensitivity ซึ่งแต่ละรุ่นและยี่ห้อก็มีค่านี้แตกต่างกันออกไป ทำให้ผลในการทดสอบระหว่างสารเคมีกับฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะอาจคลาดเคลื่อนได้ และยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นตัวแปรให้การทดสอบผิดพลาด เช่น ค่าความเข้มข้นของปัสสาวะลดลงเนื่องจากผู้ทดสอบดื่มน้ำเยอะเกินไปก่อนตรวจ สารเคมีในชุดตรวจเสื่อมสภาพ หรือตั้งทิ้งไว้นานเกินไปหลังทำการทดสอบ อาจทำให้ผลลัพธ์การตรวจภาวะตั้งครรภ์คลาดเคลื่อนได้


ข้อควรรู้ในการใช้ที่ตรวจครรภ์


อ่านฉลากก่อนใช้ที่ตรวจครรภ์

  • ก่อนใช้ที่ตรวจครรภ์ควรอ่านคู่มือการใช้งานก่อน เพื่อให้ทำการตรวจได้ถูกวิธีและได้ผลการตรวจที่คลาดเคลื่อนน้อย
  • ควรสังเกตวันหมดอายุของที่ตรวจครรภ์ก่อนใช้งานเพื่อความแม่นยำ เนื่องจากสารเคมีที่ใช้ทดสอบอาจเสื่อมสภาพไปแล้ว หากใช้ชุดตรวจครรภ์ที่หมดอายุจะทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนได้
  • ควรใช้ที่ตรวจครรภ์หลังจากวันแรกที่รอบเดือนขาดหายไป 7 วันเนื่องจากประจำเดือนอาจมาช้ากว่าปกติเนื่องจากความเครียดของเราเองก็ได้

ที่ตรวจครรภ์ซื้อที่ไหน?


สามารถหาซื้อที่ตรวจครรภ์ได้จากร้านขายยาหรือร้านค้าทั่วไป ซึ่งจะมีชุดตรวจครรภ์แบบตรวจปัสสาวะให้เลือกหลายแบบ


ที่ตรวจครรภ์ ราคาเท่าไหร่?


ชุดตรวจครรภ์มีราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป โดยจะแตกต่างกันในแต่ละแบบ และราคาจะขึ้นกับความแม่นยำของเครื่องตรวจด้วย


buy drugs online via Raksa App

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ที่ตรวจครรภ์


1. ตรวจครรภ์ 1 ขีด ท้องไหม?


ถ้าที่ตรวจครรภ์ขึ้น 1 ขีด มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ต่ำเนื่องจากไม่พบฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะ หรือพบในปริมาณที่ต่ำมาก ทั้งนี้อาจจะเกิดการผิดพลาดได้จากการตรวจในช่วงเวลาที่ระดับฮอร์โมนยังต่ำมากเกินไปคือหลังจากมีเพศสัมพันธ์ไม่ถึง 6 วัน หรือในอีกกรณีที่ตรวจตอนตั้งท้องเกิน 4 เดือนแล้ว เพราะฮอร์โมน HCG จะลดต่ำลง


2. ตรวจครรภ์ตอนเย็นได้ไหม?


สามารถตรวจครรภ์ตอนเย็นได้ แต่ความแม่นยำอาจจะลดลงเนื่องจากปัสสาวะมีการปนเปื้อนสารอื่นๆ จากอาหารหรือยาที่รับประทานระหว่างวัน


3. ตรวจครรภ์ตอนกลางคืนได้ไหม?


สามารถทำได้แต่อาจจะทำให้ปัสสาวะมีการปนเปื้อนของสารอื่นๆ จากอาหารหรือยาที่รับประทานเข้าไปโดยไม่รู้ตัวว่ามีผลกับการทดสอบฮอร์โมน เช่น การกินยาขับปัสสาวะ หรือการกินยาแก้แพ้


4. ตรวจครรภ์ 2 ขีด แต่ไม่ท้อง เกิดจากอะไร?


อาจจะเกิดจากความผิดปกติของร่างกาย เช่น มีสารปนเปื้อนในปัสสาวะ หรือเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ รวมถึงคนที่มีฮอร์โมนผิดปกติจากโรค เช่น ผู้ป่วยโรคไทรอยด์


5. ตรวจครรภ์ 1 ขีดเข้ม 1 ขีดจาง ท้องไหม?


มีโอกาสตั้งครรภ์สูง แต่ควรทำการตรวจสอบอีกในระยะ 2-3 วันถัดมา เนื่องจากอาจมีปริมาณฮอร์โมนเพิ่มขึ้นจากอายุครรภ์ที่เริ่มมีการสร้างรกนั่นเอง


6. ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม C เข้ม T จาง ท้องไหม?


มีโอกาสตั้งครรภ์สูง เนื่องจากพบฮอร์โมน HCG แต่อาจจะตรวจในช่วงเวลาที่มีฮอร์โมนในระดับไม่สูงมาก หรืออาจจะไม่ตั้งครรภ์ก็ได้ในกรณีที่ผู้ตรวจมีฮอร์โมนผิดปกติ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือเป็นไทรอยด์


7. ตรวจครรภ์ 2 ขีดเข้ม แปลว่าอะไร?


แปลว่า “มีโอกาสตั้งครรภ์” แต่ทั้งนี้ควรตรวจซ้ำในช่วงเวลาถัดมาประมาณ 2-3 วัน เพราะอาจมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในปัสสะวะมีค่าสูงได้


8. ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่มมีโอกาสผิดพลาดมากน้อยแค่ไหน?


ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่มมีความแม่นยำใกล้เคียงกับที่ตรวจครรภ์แบบอื่นๆ เนื่องจากมีหลักการทำงานเหมือนกันคือ ตรวจหาระดับฮอร์โมน HCG ในน้ำปัสสาวะ


9. ตรวจครรภ์ตอนไหนชัวร์สุด?


ควรตรวจเมื่อประจำเดือนมาไม่ปกติหรือถัดจากวันที่ควรมีรอบเดือนประมาณ 1 อาทิตย์ หรือตรวจครรภ์หลังจากมีเพศสัมพันธ์เกิน 6 วันไปแล้ว เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่อาจเกิดการปฏิสนธิและตัวอ่อนฝังตัวในมดลูกทำให้รกเริ่มสร้างฮอร์โมน HCG ขึ้นมา และควรตรวจซ้ำอีกครั้งใน 2-3 วันถัดไป


การใช้ที่ตรวจครรภ์หาระดับฮอร์โมนในปัสสาวะให้ความแม่นยำสูง แต่หากผู้ตรวจมีความไม่มั่นใจในผลตรวจ เช่น ตรวจไม่พบ หรือมีภาวะของร่างกายที่ส่งผลทำให้ผลตรวจไม่แม่นยำ รวมทั้งช่วงเวลาที่ตรวจไม่เหมาะสม อาจทำการทดสอบซ้ำได้ แต่หากมีอายุครรภ์เกิน 4 เดือนก็อาจจะทำให้ตรวจไม่พบ จึงควรตรวจยืนยันกับทางโรงพยาบาลด้วยวิธีอื่นๆ ภายหลัง เช่น การตรวจเลือด หรืออัลตร้าซาวน์




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

ท้องไม่ท้อง! เช็กให้ชัวร์ด้วยที่ตรวจครรภ์ ความแม่นยำสูงแม้ตรวจเองที่บ้าน

KEY POINTS:


  • ภาวะการตั้งครรภ์สามารถตรวจได้ด้วยตัวเอง โดยการใช้ที่ตรวจครรภ์ ซึ่งมีทั้งหมด 4 แบบ คือ แบบจุ่ม แบบตลับหรือแบบหยด แบบปากกาหรือปัสสาวะผ่าน และแบบดิจิทัล ซึ่งทั้ง 4 แบบมีความแม่นยำใกล้เคียงกัน โดยมีความแม่นยำถึง 98% เมื่อใช้อย่างถูกวิธี

  • ชุดตรวจครรภ์จะใช้หลักการทดสอบหาฮอร์โมน HCG จากน้ำปัสสาวะของผู้ตรวจ ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะมีมากในช่วงที่มีการสร้างรกหรือมีการฝังตัวอ่อนในผนังมดลูกประมาณ 8-12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์

  • ผลจากการใช้ชุดตรวจครรภ์จะมีความแม่นยำสูง ก็ต่อเมื่อตรวจครรภ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ปัสสาวะไม่ปนเปื้อน และอยู่ในสภาวะร่างกายที่เหมาะสม เช่น ไม่มีการใช้ยาและไม่มีโรคบางชนิดอย่างไทรอยด์ รวมถึงมีการเช็กสภาพชุดตรวจครรภ์ก่อนใช้งาน



Table of Contents
ที่ตรวจครรภ์คืออะไร?
ที่ตรวจครรภ์มีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไร?
ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี?
ตรวจครรภ์ได้ตอนไหน?
ตรวจตั้งครรภ์เวลาไหนแม่นยำที่สุด?
ผลลัพธ์แบบไหนแปลว่าตั้งครรภ์?
ที่ตรวจครรภ์ผิดพลาดได้ไหม?
ข้อควรรู้ในการใช้ที่ตรวจครรภ์
ที่ตรวจครรภ์ซื้อที่ไหน?
ที่ตรวจครรภ์ ราคาเท่าไหร่?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ที่ตรวจครรภ์


การตั้งครรภ์อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีเพศสัมพันธ์และไม่ได้ป้องกันหรือไม่ได้ใช้วิธีการคุมกำเนิด ในผู้หญิงบางคนอาจมีอาการหรือสัญญาณเตือนต่างๆ ที่คล้ายกับการตั้งครรภ์ในระยะแรก เช่น ประจำเดือนไม่มา หน้าอกขยาย รู้สึกอ่อนเพลีย หรือปวดท้องน้อย เกิดเป็นความสงสัยและกังวลใจของใครหลายคน แต่มีวิธีที่จะช่วยยืนยันได้ว่าตั้งครรภ์หรือไม่ คือการใช้ที่ตรวจครรภ์ เป็นอุปกรณ์ที่หาซื้อง่าย ใช้ง่าย ตรวจได้เอง และช่วยยืนยันภาวะตั้งครรภ์ได้แม่นยำกว่า 98%


ที่ตรวจครรภ์คืออะไร?


ที่ตรวจครรภ์ ตรวจภาวะตั้งครรภ์แม่นยำ 98%

ที่ตรวจครรภ์หรือชุดทดสอบการตั้งครรภ์ (Pregnancy tests) คือ อุปกรณ์ทดสอบภาวะตั้งครรภ์ที่สามารถเช็กได้ด้วยตัวเอง หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยหลักการทำงานของที่ตรวจครรภ์ คือ การตรวจหาฮอร์โมน HCG (Human chorionic gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นจากรกหลังเกิดการปฏิสนธิได้ 6 วัน และฮอร์โมนชนิดนี้จะสูงมากในช่วง 8-12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์


โดยสามารถตรวจได้จากปัสสาวะของคุณแม่ ซึ่งผลจากชุดตรวจครรภ์มีความแม่นยำถึง 98% ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจเกิดความผิดพลาดที่มาจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น ช่วงเวลาที่ตรวจ สภาพร่างกาย หรือยาที่กำลังทานอยู่


ที่ตรวจครรภ์มีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไร?


ปกติแล้วที่ตรวจครรภ์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ตรวจจากเลือด เป็นการตรวจโดยแพทย์ ซึ่งสามารถตรวจแล้วรู้ผลได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ ของการตั้งครรภ์ คือ 6-8 วันแรกหลังจากปฏิสนธิ และอีกประเภทคือ ตรวจจากปัสสาวะ ที่หาซื้อได้ง่ายและตรวจได้เองที่บ้าน ให้ผลทดสอบที่ค่อนข้างแม่นยำหากใช้อย่างถูกวิธี มีหลายแบบให้เลือกดังนี้


ชุดตรวจครรภ์แบบตรวจปัสสาวะ

ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม (Pregnancy Test Strip)


ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม มีลักษณะเป็นแผ่นสำหรับนำไปจุ่มลงในปัสสาวะ บางยี่ห้อจะมีถ้วยตวงขนาดเล็กมาด้วยเพื่อใช้ในการเก็บปัสสาวะ เมื่อเก็บปัสสาวะแล้วจึงค่อยนำเอาแผ่นทดสอบไปจุ่มลงในปัสสาวะประมาณ 3 วินาที แล้วเอาขึ้นมาตั้งทิ้งไว้รออ่านผลตรวจหลังจากนั้นประมาณ 5 นาที


ที่ตรวจครรภ์แบบหยด (Pregnancy Test Cassette)


ที่ตรวจครรภ์แบบหยดหรือเรียกอีกอย่างว่าแบบตลับ มีอุปกรณ์มาให้ 3 อย่างได้แก่ ถ้วยตวงสำหรับเก็บปัสสาวะที่จะทำการตรวจ หลอดหยด และตลับตรวจครรภ์ วิธีการใช้คือให้นำปัสสาวะใส่ถ้วยตวงแล้วใช้หลอดหยดดูดปัสสาวะจากถ้วยก่อนจะหยด 3-4 หยดลงในตลับตรวจครรภ์ แล้วตั้งทิ้งไว้รออ่านผลตรวจหลังจากนั้นประมาณ 5 นาที


ที่ตรวจครรภ์แบบปากกาหรือที่ตรวจครรภ์แบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests)


ที่ตรวจครรภ์แบบปากกาหรือที่ตรวจครรภ์แบบปัสสาวะผ่าน จะมีแท่งตรวจสอบการตั้งครรภ์สามารถถอดฝาครอบแล้วถือแท่งทดสอบให้ทิศทางลูกศรชี้ลง จากนั้นปัสสาวะผ่านประมาณ 30 วินาที แล้วตั้งทิ้งไว้เป็นเวลา 3-5 นาทีจะปรากฏผลการตั้งครรภ์


ที่ตรวจครรภ์แบบดิจิทัล (Digital Pregnancy Test)


คล้ายแบบปากกาใช้การตรวจด้วยการปัสสาวะผ่านเช่นกัน แต่จะมีหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล ใช้เวลาในการรอผลประมาณ 3 วินาทีและให้ผลการตรวจที่ค่อนข้างแม่นยำแต่มีราคาสูง


consult doctor

ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี?


ที่ตรวจครรภ์ที่สะดวกและได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ที่ตรวจครรภ์แบบปากกาหรือชุดตรวจครรภ์แบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests) เพราะใช้งานได้สะดวก มีอุปกรณ์ไม่เยอะ ส่วนที่ตรวจครรภ์แบบจุ่มก็จะมีข้อดีคือมีราคาที่ถูกกว่าแบบอื่นๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นที่ตรวจครรภ์แบบไหน ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีความแม่นยำใกล้เคียงกันประมาณ 98%


นอกจากนี้ในเครื่องตรวจจะระบุค่าความไว (Sensitivity) เอาไว้ หากเครื่องไหนมีความแม่นยำสูง จะปรากฏค่าตัวเลขความไวต่ำ เช่น มีความไว 20 mIU/ml แปลว่าแม่นยำกว่าเครื่องตรวจที่มีความไว 100 mIU/ml นั่นเอง


ตรวจครรภ์ได้ตอนไหน?


สำหรับชุดตรวจครรภ์แบบตรวจปัสสาวะ ควรเริ่มตรวจในวันที่ 7 นับจากวันแรกที่ประจำเดือนไม่มา เพราะการขาดประจำเดือนอาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ได้ หากยังไม่มั่นใจให้ตรวจซ้ำ โดยเว้นให้ห่างจากครั้งแรก 2-3 วัน


ตรวจตั้งครรภ์เวลาไหนแม่นยำที่สุด?


ควรตรวจครรภ์ในช่วงเวลาเช้า เพราะเป็นช่วงที่ค่าฮอร์โมน HCG สูงที่สุดในรอบวัน หรือตรวจก่อนรับประทานอาหาร เพราะเป็นช่วงเวลาที่ปัสสาวะยังไม่มีสารเจือปนที่อาจทำให้ผลการตรวจผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนได้


ผลลัพธ์แบบไหนแปลว่าตั้งครรภ์?


ผลตรวจครรภ์ 2 ขีดมีโอกาสตั้งครรภ์สูง

ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 2 ขีด


บนที่ตรวจครรภ์จะมีอักษรตัว C และตัว T กำกับเอาไว้ ถ้าผลการทดสอบมีเส้นขึ้นทั้งสองขีด คือ ที่ Control Line (C) และ Test Line (T) แสดงว่าตั้งครรภ์


ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 1 ขีด


กรณีที่พบขีดขึ้น 1 ขีดที่บริเวณตัว C หรือ Control Line แสดงว่าไม่ตั้งครรภ์ ทั้งนี้อาจเกิดจากการตรวจครรภ์เร็วเกินไป แต่ถ้าไม่มั่นใจควรตรวจซ้ำโดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-3 วัน หากตั้งครรภ์จริงปริมาณฮอร์โมน HCG ก็จะสูงขึ้น การตรวจครรภ์ก็จะยิ่งแม่นยำขึ้น


ที่ตรวจครรภ์ผิดพลาดได้ไหม?


ที่ตรวจครรภ์มีค่าความไวหรือเรียกว่า Sensitivity ซึ่งแต่ละรุ่นและยี่ห้อก็มีค่านี้แตกต่างกันออกไป ทำให้ผลในการทดสอบระหว่างสารเคมีกับฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะอาจคลาดเคลื่อนได้ และยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นตัวแปรให้การทดสอบผิดพลาด เช่น ค่าความเข้มข้นของปัสสาวะลดลงเนื่องจากผู้ทดสอบดื่มน้ำเยอะเกินไปก่อนตรวจ สารเคมีในชุดตรวจเสื่อมสภาพ หรือตั้งทิ้งไว้นานเกินไปหลังทำการทดสอบ อาจทำให้ผลลัพธ์การตรวจภาวะตั้งครรภ์คลาดเคลื่อนได้


ข้อควรรู้ในการใช้ที่ตรวจครรภ์


อ่านฉลากก่อนใช้ที่ตรวจครรภ์

  • ก่อนใช้ที่ตรวจครรภ์ควรอ่านคู่มือการใช้งานก่อน เพื่อให้ทำการตรวจได้ถูกวิธีและได้ผลการตรวจที่คลาดเคลื่อนน้อย
  • ควรสังเกตวันหมดอายุของที่ตรวจครรภ์ก่อนใช้งานเพื่อความแม่นยำ เนื่องจากสารเคมีที่ใช้ทดสอบอาจเสื่อมสภาพไปแล้ว หากใช้ชุดตรวจครรภ์ที่หมดอายุจะทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนได้
  • ควรใช้ที่ตรวจครรภ์หลังจากวันแรกที่รอบเดือนขาดหายไป 7 วันเนื่องจากประจำเดือนอาจมาช้ากว่าปกติเนื่องจากความเครียดของเราเองก็ได้

ที่ตรวจครรภ์ซื้อที่ไหน?


สามารถหาซื้อที่ตรวจครรภ์ได้จากร้านขายยาหรือร้านค้าทั่วไป ซึ่งจะมีชุดตรวจครรภ์แบบตรวจปัสสาวะให้เลือกหลายแบบ


ที่ตรวจครรภ์ ราคาเท่าไหร่?


ชุดตรวจครรภ์มีราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป โดยจะแตกต่างกันในแต่ละแบบ และราคาจะขึ้นกับความแม่นยำของเครื่องตรวจด้วย


buy drugs online via Raksa App

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ที่ตรวจครรภ์


1. ตรวจครรภ์ 1 ขีด ท้องไหม?


ถ้าที่ตรวจครรภ์ขึ้น 1 ขีด มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ต่ำเนื่องจากไม่พบฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะ หรือพบในปริมาณที่ต่ำมาก ทั้งนี้อาจจะเกิดการผิดพลาดได้จากการตรวจในช่วงเวลาที่ระดับฮอร์โมนยังต่ำมากเกินไปคือหลังจากมีเพศสัมพันธ์ไม่ถึง 6 วัน หรือในอีกกรณีที่ตรวจตอนตั้งท้องเกิน 4 เดือนแล้ว เพราะฮอร์โมน HCG จะลดต่ำลง


2. ตรวจครรภ์ตอนเย็นได้ไหม?


สามารถตรวจครรภ์ตอนเย็นได้ แต่ความแม่นยำอาจจะลดลงเนื่องจากปัสสาวะมีการปนเปื้อนสารอื่นๆ จากอาหารหรือยาที่รับประทานระหว่างวัน


3. ตรวจครรภ์ตอนกลางคืนได้ไหม?


สามารถทำได้แต่อาจจะทำให้ปัสสาวะมีการปนเปื้อนของสารอื่นๆ จากอาหารหรือยาที่รับประทานเข้าไปโดยไม่รู้ตัวว่ามีผลกับการทดสอบฮอร์โมน เช่น การกินยาขับปัสสาวะ หรือการกินยาแก้แพ้


4. ตรวจครรภ์ 2 ขีด แต่ไม่ท้อง เกิดจากอะไร?


อาจจะเกิดจากความผิดปกติของร่างกาย เช่น มีสารปนเปื้อนในปัสสาวะ หรือเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ รวมถึงคนที่มีฮอร์โมนผิดปกติจากโรค เช่น ผู้ป่วยโรคไทรอยด์


5. ตรวจครรภ์ 1 ขีดเข้ม 1 ขีดจาง ท้องไหม?


มีโอกาสตั้งครรภ์สูง แต่ควรทำการตรวจสอบอีกในระยะ 2-3 วันถัดมา เนื่องจากอาจมีปริมาณฮอร์โมนเพิ่มขึ้นจากอายุครรภ์ที่เริ่มมีการสร้างรกนั่นเอง


6. ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม C เข้ม T จาง ท้องไหม?


มีโอกาสตั้งครรภ์สูง เนื่องจากพบฮอร์โมน HCG แต่อาจจะตรวจในช่วงเวลาที่มีฮอร์โมนในระดับไม่สูงมาก หรืออาจจะไม่ตั้งครรภ์ก็ได้ในกรณีที่ผู้ตรวจมีฮอร์โมนผิดปกติ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือเป็นไทรอยด์


7. ตรวจครรภ์ 2 ขีดเข้ม แปลว่าอะไร?


แปลว่า “มีโอกาสตั้งครรภ์” แต่ทั้งนี้ควรตรวจซ้ำในช่วงเวลาถัดมาประมาณ 2-3 วัน เพราะอาจมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในปัสสะวะมีค่าสูงได้


8. ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่มมีโอกาสผิดพลาดมากน้อยแค่ไหน?


ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่มมีความแม่นยำใกล้เคียงกับที่ตรวจครรภ์แบบอื่นๆ เนื่องจากมีหลักการทำงานเหมือนกันคือ ตรวจหาระดับฮอร์โมน HCG ในน้ำปัสสาวะ


9. ตรวจครรภ์ตอนไหนชัวร์สุด?


ควรตรวจเมื่อประจำเดือนมาไม่ปกติหรือถัดจากวันที่ควรมีรอบเดือนประมาณ 1 อาทิตย์ หรือตรวจครรภ์หลังจากมีเพศสัมพันธ์เกิน 6 วันไปแล้ว เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่อาจเกิดการปฏิสนธิและตัวอ่อนฝังตัวในมดลูกทำให้รกเริ่มสร้างฮอร์โมน HCG ขึ้นมา และควรตรวจซ้ำอีกครั้งใน 2-3 วันถัดไป


การใช้ที่ตรวจครรภ์หาระดับฮอร์โมนในปัสสาวะให้ความแม่นยำสูง แต่หากผู้ตรวจมีความไม่มั่นใจในผลตรวจ เช่น ตรวจไม่พบ หรือมีภาวะของร่างกายที่ส่งผลทำให้ผลตรวจไม่แม่นยำ รวมทั้งช่วงเวลาที่ตรวจไม่เหมาะสม อาจทำการทดสอบซ้ำได้ แต่หากมีอายุครรภ์เกิน 4 เดือนก็อาจจะทำให้ตรวจไม่พบ จึงควรตรวจยืนยันกับทางโรงพยาบาลด้วยวิธีอื่นๆ ภายหลัง เช่น การตรวจเลือด หรืออัลตร้าซาวน์




แหล่งข้อมูล