MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD: Posttraumatic Stress Disorder)

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS :


  • โรค PTSD เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคที่เกิดจากความกดดันทางจิตใจชนิดหนึ่ง มักเกิดหลังจากได้เผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง เช่น ภัยพิบัติ สงคราม ถูกทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุร้ายแรง และก่อให้เกิดอาการทางจิตเวชที่จำเพาะ

  • การหวนนึกถึงเหตุร้ายซ้ำๆ ฝันร้าย วิตกกังวล หวาดระแวงรุนแรง โกรธเกรี้ยวง่าย มองโลกในแง่ร้าย ทั้งหมดนี้อาจเป็นอาการของโรค PTSD

  • การรักษาโรค PTSD สามารถรักษาด้วยการกินยาและการทำจิตบำบัด สิ่งสำคัญในการรักษาคือการให้กำลังใจ ส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้ระบายความคิด การทำจิตบำบัดมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การให้ผู้ป่วยกลับไปเผชิญกับเหตุการณ์อีกครั้งผ่านการจินตนาการและค่อยๆ เรียนรู้เพื่อให้เกิดวิธีรับมือที่เหมาะสม การสอนวิธีการปรับตัวกับความเครียด และการรักษาด้วย Eye Movement Desensitization and Reprocessing (EMDR)



Table of Contents
โรค PTSD คืออะไร?
สาเหตุของโรค PTSD
อาการของโรค PTSD
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรค PTSD
ยารักษาโรค PTSD
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรค PTSD
การป้องกันโรค PTSD




โรค PTSD คืออะไร?


PTSD คือโรคในกลุ่มที่เกิดจากความกดดันทางจิตใจชนิดหนึ่ง ซึ่งย่อมาจาก Posttraumatic Stress Disorder หรือที่รู้จักในชื่อ “โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง” ผู้ป่วยจะมีความเครียดและความรู้สึกที่รุนแรงมากหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้าย เช่น อุบัติเหตุ สงคราม ภัยพิบัติ ความรุนแรงทางเพศ หรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่สะเทือนใจอย่างมาก


ผู้ป่วย PTSD อาจจะเป็นผู้ที่เผชิญกับเหตุการณ์โดยตรง หรืออาจเป็นผู้พบเห็น / พยานในเหตุการณ์ก็ได้ เมื่อต้องเผชิญกับเหตุกระตุ้นซ้ำ เช่น สถานการณ์ สถานที่ หรือบุคคลที่คล้ายกับเหตุการณ์เดิมก็สามารถกระตุ้นความคิด ความทรงจำ หรือความรู้สึกที่ฝังใจในอดีตจนอาการทางจิตกำเริบขึ้นมาอีกครั้งได้ ส่งผลให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ


ลักษณะสำคัญของ PTSD มี 3 ด้านหลัก คือ มีการรู้สึกถึงประสบการณ์ที่ตกอยู่ในเหตุการณ์รุนแรงนั้นซ้ำๆ พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และมีอาการตื่นตัวได้ง่าย


สาเหตุของโรค PTSD


สาเหตุของโรค PTSD

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค PTSD มีทั้งปัจจัยด้านชีวภาพ และปัจจัยด้านจิตใจ พบว่ามีความผิดปกติของสารสื่อประสาทบางชนิด หรือมีการตอบสนองของระบบประสาทอัตโนมัติที่ไวเกิน ส่งผลให้เกิดอาการได้


ในส่วนของปัจจัยด้านจิตใจ เชื่อว่าอาการ PTSD เกิดขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในจิตไร้สำนึกถูกกระตุ้นโดยเหตุการณ์ที่รุนแรง ทำให้ผู้ป่วยเกิดพฤติกรรมถดถอย รวมทั้งมีการเชื่อมโยงเหตุการณ์กับสิ่งที่เตือนให้นึกถึง เช่น ภาพ กลิ่น เสียง เมื่อพบสิ่งเตือนเหล่านั้นก็จะมีอาการหวาดกลัวราวกับเผชิญเหตุการณ์จริง


เหตุการณ์รุนแรงที่อาจกระตุ้นให้เกิด PTSD เช่น


  • อุบัติเหตุร้ายแรง
  • ภาวะสงคราม
  • การถูกทารุณกรรมทางร่างกาย / ทางเพศ
  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • การถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง

อาการของโรค PTSD


หลังจากเผชิญเหตุการณ์รุนแรง ผู้ป่วย PTSD จะแสดงอาการออกมาให้เห็นได้หลายลักษณะ โดยจะมีอาการนานมากกว่า 1 เดือนขึ้นไป แพทย์ได้จำแนกอาการของผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้


  1. กลุ่มอาการหวนนึกถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ (Re-experiencing): ผู้ป่วย PTSD จะมองเห็นภาพเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า (Flashback) หรือฝันถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ (Nightmare)

  2. กลุ่มอาการหลีกเลี่ยงเหตุการณ์สะเทือนใจ (Avoidance): ผู้ป่วย PTSD มักจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ สถานที่ สิ่งของ หรือบุคคลที่อาจจะกระตุ้นความทรงจำที่สะเทือนใจ รวมถึงผู้ป่วยจะพยายามหลีกเลี่ยงความคิด ความทรงจำ หรือความรู้สึกที่เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นอีกด้วย

  3. กลุ่มอาการตื่นกลัว (Arousal and Reactivity): ผู้ป่วยจะมีอาการตกใจง่าย หวาดกลัวอย่างมาก วิตกกังวลรุนแรง นอนไม่ค่อยหลับ และหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย อาการกลุ่มนี้อาจทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ยากลำบาก

  4. กลุ่มอาการความคิดและอารมณ์ผันแปร (Cognition and Mood): ผู้ป่วย PTSD จะเริ่มมองโลกในแง่ร้าย คิดว่าตัวเองไร้ค่า ไม่สมควรอยู่บนโลกใบนี้ ความรู้สึกบิดเบี้ยวไปจากความจริง ไม่รู้สึกสนุกสนานกับกิจกรรมที่ตัวเองชอบเหมือนแต่ก่อน

อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


หากเคยตกอยู่ในเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กระทบกระเทือนจิตใจจนเกิดอาการของ PTSD จนรบกวนชีวิตประจำวันหรือรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมได้ ควรเข้าไปพบจิตแพทย์ เพื่อการประเมิน วินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง


consult doctor

การรักษาโรค PTSD


การรักษาที่จิตแพทย์ใช้รักษาโรค PTSD คือการทำจิตบำบัด (Psychotherapy) หรือเข้าใจง่ายๆ คือเป็นการพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อบำบัด เพื่อเยียวยาสภาพจิตใจให้แข็งแรงขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยรู้จักวิธีจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดจากโรค PTSD ได้ด้วยตัวเอง


การรักษาโรค PTSD

จิตบำบัดที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรค PTSD มีหลายแขนง ได้แก่


  1. Cognitive Behavioral Therapy (CBT)
    จิตบำบัดวิธีนี้มุ่งหมายเพื่อบำบัดความคิดของผู้ป่วยโรค PTSD ที่บิดเบือนไป โดยนำเทคนิคการปรับความคิดและการปรับพฤติกรรมมารวมกัน เพื่อชี้แนะให้ผู้ป่วยเข้าใจรูปแบบของความคิดและพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนนั้นเป็นอย่างไร พร้อมกับให้ผู้ป่วยฝึกทำกิจกรรมบำบัดและพูดคุยเพื่อประเมินความคิดใหม่ให้ถูกต้องตามความจริง

  2. Exposure Therapy
    วิธีบำบัดทางจิตวิทยาเพื่อรักษาอาการนึกภาพเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำๆ ให้หายไป ทำให้ผู้ป่วยโรค PTSD กล้าเผชิญหน้ากับสถานการณ์โดยไม่รู้สึกหวาดกลัวจนต้องหนีอีกต่อไป โดยการพาผู้ป่วยเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้หวาดระแวง แล้วปล่อยให้เรียนรู้กับสถานการณ์พร้อมกับวิธีการรับมือกับบาดแผลทางใจแบบค่อยเป็นค่อยไป

  3. Eye Movement Desensitization and Reprocessing (EMDR)
    จิตบำบัดวิธีนี้ไม่ใช่การสะกดจิตแต่เป็นการนำวิธีบำบัดแบบเผชิญหน้ากับสถานการณ์ผสมกับเทคนิคการเคลื่อนไหวของดวงตา โดยให้ผู้ป่วยรื้อฟื้นเหตุการณ์ร้ายแรงในอดีต และรับรู้สถานการณ์ใหม่ในปัจจุบันไปพร้อมกัน ระหว่างนั้นสมองก็จะประมวลข้อมูลใหม่เป็นความเข้าใจและการเรียนรู้เหตุการณ์ในอดีตเข้ามาแทนที่ ทำให้ความทรงจำที่ฝังใจนั้นถูกลบไป

ยารักษาโรค PTSD


ยารักษา PTSD

ในอีกกรณีหนึ่งหากผู้ป่วยยังไม่มีแนวโน้มว่าอาการทางจิตจะดีขึ้น จิตแพทย์ก็จะใช้ยาทางจิตเวชเพื่อรักษาโรค PTSD ควบคู่ไปด้วยกัน โดยกลุ่มยาหลักที่ใช้รักษาจะเป็นกลุ่ม Antidepressant หรือ ยาต้านซึมเศร้า เช่น Fluoxetine, Sertraline


buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรค PTSD


การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค PTSD

หลังจากผู้ป่วยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาแล้วเกิดอาการต่างๆ เช่น เห็นภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ รู้สึกเศร้า เครียด โกรธบ่อยกว่าปกติ หรือพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่อาจไปสะกิดแผลใจ ควรพบจิตแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อเข้ารับการรักษา พร้อมกับปฏิบัติตามคำแนะนำของจิตแพทย์อย่างเคร่งครัด


Do


ผู้ป่วยโรค PTSD จะต้องปฏิบัติตนเพื่อไม่ให้อาการกำเริบและรุนแรงยิ่งขึ้น โดยจำแนกเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยควรปฏิบัติ และสิ่งที่ผู้ป่วยไม่ควรปฏิบัติ ได้ดังนี้


  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค PTSD เพื่อทราบวิธีจัดการกับอาการที่กำลังเผชิญ
  • ปฏิบัติตามแผนการรักษาของจิตแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • เมื่อมีความเครียดหรือเกิดอาการวิตกกังวล ให้ทำกิจกรรมที่ผู้ป่วยชอบ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปที่ปัจจุบัน
  • ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคนรัก ความรู้สึกอบอุ่นใจจะช่วยเยียวยาอาการได้ดี

Don’t


  • ห้ามใช้ยาเสพติดทุกชนิด เพราะอาจมีผลต่อระบบประสาท เป็นอุปสรรคต่อการรักษาโรค PTSD ได้

การป้องกันโรค PTSD


เราไม่อาจทราบล่วงหน้าได้ว่าวันหนึ่งจะต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายหรือไม่ แต่สิ่งที่สามารถทำได้ ณ ปัจจุบันก็คือการดูแลจิตใจของเราให้เข้มแข็งควบคู่ไปกับการดูแลร่างกายให้แข็งแรง




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


พญ. บุฑบท พฤกษาพนาชาติ

พญ. บุฑบท พฤกษาพนาชาติ (จิตแพทย์)
โรงพยาบาลนครพิงค์
พบ. เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วว. จิตเวชเด็กและวัยรุ่น รพ.รามาธิบดี
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD: Posttraumatic Stress Disorder)

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS :


  • โรค PTSD เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคที่เกิดจากความกดดันทางจิตใจชนิดหนึ่ง มักเกิดหลังจากได้เผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง เช่น ภัยพิบัติ สงคราม ถูกทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุร้ายแรง และก่อให้เกิดอาการทางจิตเวชที่จำเพาะ

  • การหวนนึกถึงเหตุร้ายซ้ำๆ ฝันร้าย วิตกกังวล หวาดระแวงรุนแรง โกรธเกรี้ยวง่าย มองโลกในแง่ร้าย ทั้งหมดนี้อาจเป็นอาการของโรค PTSD

  • การรักษาโรค PTSD สามารถรักษาด้วยการกินยาและการทำจิตบำบัด สิ่งสำคัญในการรักษาคือการให้กำลังใจ ส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้ระบายความคิด การทำจิตบำบัดมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การให้ผู้ป่วยกลับไปเผชิญกับเหตุการณ์อีกครั้งผ่านการจินตนาการและค่อยๆ เรียนรู้เพื่อให้เกิดวิธีรับมือที่เหมาะสม การสอนวิธีการปรับตัวกับความเครียด และการรักษาด้วย Eye Movement Desensitization and Reprocessing (EMDR)



Table of Contents
โรค PTSD คืออะไร?
สาเหตุของโรค PTSD
อาการของโรค PTSD
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรค PTSD
ยารักษาโรค PTSD
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรค PTSD
การป้องกันโรค PTSD




โรค PTSD คืออะไร?


PTSD คือโรคในกลุ่มที่เกิดจากความกดดันทางจิตใจชนิดหนึ่ง ซึ่งย่อมาจาก Posttraumatic Stress Disorder หรือที่รู้จักในชื่อ “โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง” ผู้ป่วยจะมีความเครียดและความรู้สึกที่รุนแรงมากหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้าย เช่น อุบัติเหตุ สงคราม ภัยพิบัติ ความรุนแรงทางเพศ หรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่สะเทือนใจอย่างมาก


ผู้ป่วย PTSD อาจจะเป็นผู้ที่เผชิญกับเหตุการณ์โดยตรง หรืออาจเป็นผู้พบเห็น / พยานในเหตุการณ์ก็ได้ เมื่อต้องเผชิญกับเหตุกระตุ้นซ้ำ เช่น สถานการณ์ สถานที่ หรือบุคคลที่คล้ายกับเหตุการณ์เดิมก็สามารถกระตุ้นความคิด ความทรงจำ หรือความรู้สึกที่ฝังใจในอดีตจนอาการทางจิตกำเริบขึ้นมาอีกครั้งได้ ส่งผลให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ


ลักษณะสำคัญของ PTSD มี 3 ด้านหลัก คือ มีการรู้สึกถึงประสบการณ์ที่ตกอยู่ในเหตุการณ์รุนแรงนั้นซ้ำๆ พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และมีอาการตื่นตัวได้ง่าย


สาเหตุของโรค PTSD


สาเหตุของโรค PTSD

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค PTSD มีทั้งปัจจัยด้านชีวภาพ และปัจจัยด้านจิตใจ พบว่ามีความผิดปกติของสารสื่อประสาทบางชนิด หรือมีการตอบสนองของระบบประสาทอัตโนมัติที่ไวเกิน ส่งผลให้เกิดอาการได้


ในส่วนของปัจจัยด้านจิตใจ เชื่อว่าอาการ PTSD เกิดขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในจิตไร้สำนึกถูกกระตุ้นโดยเหตุการณ์ที่รุนแรง ทำให้ผู้ป่วยเกิดพฤติกรรมถดถอย รวมทั้งมีการเชื่อมโยงเหตุการณ์กับสิ่งที่เตือนให้นึกถึง เช่น ภาพ กลิ่น เสียง เมื่อพบสิ่งเตือนเหล่านั้นก็จะมีอาการหวาดกลัวราวกับเผชิญเหตุการณ์จริง


เหตุการณ์รุนแรงที่อาจกระตุ้นให้เกิด PTSD เช่น


  • อุบัติเหตุร้ายแรง
  • ภาวะสงคราม
  • การถูกทารุณกรรมทางร่างกาย / ทางเพศ
  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • การถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง

อาการของโรค PTSD


หลังจากเผชิญเหตุการณ์รุนแรง ผู้ป่วย PTSD จะแสดงอาการออกมาให้เห็นได้หลายลักษณะ โดยจะมีอาการนานมากกว่า 1 เดือนขึ้นไป แพทย์ได้จำแนกอาการของผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้


  1. กลุ่มอาการหวนนึกถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ (Re-experiencing): ผู้ป่วย PTSD จะมองเห็นภาพเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า (Flashback) หรือฝันถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ (Nightmare)

  2. กลุ่มอาการหลีกเลี่ยงเหตุการณ์สะเทือนใจ (Avoidance): ผู้ป่วย PTSD มักจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ สถานที่ สิ่งของ หรือบุคคลที่อาจจะกระตุ้นความทรงจำที่สะเทือนใจ รวมถึงผู้ป่วยจะพยายามหลีกเลี่ยงความคิด ความทรงจำ หรือความรู้สึกที่เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นอีกด้วย

  3. กลุ่มอาการตื่นกลัว (Arousal and Reactivity): ผู้ป่วยจะมีอาการตกใจง่าย หวาดกลัวอย่างมาก วิตกกังวลรุนแรง นอนไม่ค่อยหลับ และหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย อาการกลุ่มนี้อาจทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ยากลำบาก

  4. กลุ่มอาการความคิดและอารมณ์ผันแปร (Cognition and Mood): ผู้ป่วย PTSD จะเริ่มมองโลกในแง่ร้าย คิดว่าตัวเองไร้ค่า ไม่สมควรอยู่บนโลกใบนี้ ความรู้สึกบิดเบี้ยวไปจากความจริง ไม่รู้สึกสนุกสนานกับกิจกรรมที่ตัวเองชอบเหมือนแต่ก่อน

อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


หากเคยตกอยู่ในเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กระทบกระเทือนจิตใจจนเกิดอาการของ PTSD จนรบกวนชีวิตประจำวันหรือรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมได้ ควรเข้าไปพบจิตแพทย์ เพื่อการประเมิน วินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง


consult doctor

การรักษาโรค PTSD


การรักษาที่จิตแพทย์ใช้รักษาโรค PTSD คือการทำจิตบำบัด (Psychotherapy) หรือเข้าใจง่ายๆ คือเป็นการพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อบำบัด เพื่อเยียวยาสภาพจิตใจให้แข็งแรงขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยรู้จักวิธีจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดจากโรค PTSD ได้ด้วยตัวเอง


การรักษาโรค PTSD

จิตบำบัดที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรค PTSD มีหลายแขนง ได้แก่


  1. Cognitive Behavioral Therapy (CBT)
    จิตบำบัดวิธีนี้มุ่งหมายเพื่อบำบัดความคิดของผู้ป่วยโรค PTSD ที่บิดเบือนไป โดยนำเทคนิคการปรับความคิดและการปรับพฤติกรรมมารวมกัน เพื่อชี้แนะให้ผู้ป่วยเข้าใจรูปแบบของความคิดและพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนนั้นเป็นอย่างไร พร้อมกับให้ผู้ป่วยฝึกทำกิจกรรมบำบัดและพูดคุยเพื่อประเมินความคิดใหม่ให้ถูกต้องตามความจริง

  2. Exposure Therapy
    วิธีบำบัดทางจิตวิทยาเพื่อรักษาอาการนึกภาพเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำๆ ให้หายไป ทำให้ผู้ป่วยโรค PTSD กล้าเผชิญหน้ากับสถานการณ์โดยไม่รู้สึกหวาดกลัวจนต้องหนีอีกต่อไป โดยการพาผู้ป่วยเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้หวาดระแวง แล้วปล่อยให้เรียนรู้กับสถานการณ์พร้อมกับวิธีการรับมือกับบาดแผลทางใจแบบค่อยเป็นค่อยไป

  3. Eye Movement Desensitization and Reprocessing (EMDR)
    จิตบำบัดวิธีนี้ไม่ใช่การสะกดจิตแต่เป็นการนำวิธีบำบัดแบบเผชิญหน้ากับสถานการณ์ผสมกับเทคนิคการเคลื่อนไหวของดวงตา โดยให้ผู้ป่วยรื้อฟื้นเหตุการณ์ร้ายแรงในอดีต และรับรู้สถานการณ์ใหม่ในปัจจุบันไปพร้อมกัน ระหว่างนั้นสมองก็จะประมวลข้อมูลใหม่เป็นความเข้าใจและการเรียนรู้เหตุการณ์ในอดีตเข้ามาแทนที่ ทำให้ความทรงจำที่ฝังใจนั้นถูกลบไป

ยารักษาโรค PTSD


ยารักษา PTSD

ในอีกกรณีหนึ่งหากผู้ป่วยยังไม่มีแนวโน้มว่าอาการทางจิตจะดีขึ้น จิตแพทย์ก็จะใช้ยาทางจิตเวชเพื่อรักษาโรค PTSD ควบคู่ไปด้วยกัน โดยกลุ่มยาหลักที่ใช้รักษาจะเป็นกลุ่ม Antidepressant หรือ ยาต้านซึมเศร้า เช่น Fluoxetine, Sertraline


buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรค PTSD


การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค PTSD

หลังจากผู้ป่วยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาแล้วเกิดอาการต่างๆ เช่น เห็นภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ รู้สึกเศร้า เครียด โกรธบ่อยกว่าปกติ หรือพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่อาจไปสะกิดแผลใจ ควรพบจิตแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อเข้ารับการรักษา พร้อมกับปฏิบัติตามคำแนะนำของจิตแพทย์อย่างเคร่งครัด


Do


ผู้ป่วยโรค PTSD จะต้องปฏิบัติตนเพื่อไม่ให้อาการกำเริบและรุนแรงยิ่งขึ้น โดยจำแนกเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยควรปฏิบัติ และสิ่งที่ผู้ป่วยไม่ควรปฏิบัติ ได้ดังนี้


  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค PTSD เพื่อทราบวิธีจัดการกับอาการที่กำลังเผชิญ
  • ปฏิบัติตามแผนการรักษาของจิตแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • เมื่อมีความเครียดหรือเกิดอาการวิตกกังวล ให้ทำกิจกรรมที่ผู้ป่วยชอบ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปที่ปัจจุบัน
  • ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคนรัก ความรู้สึกอบอุ่นใจจะช่วยเยียวยาอาการได้ดี

Don’t


  • ห้ามใช้ยาเสพติดทุกชนิด เพราะอาจมีผลต่อระบบประสาท เป็นอุปสรรคต่อการรักษาโรค PTSD ได้

การป้องกันโรค PTSD


เราไม่อาจทราบล่วงหน้าได้ว่าวันหนึ่งจะต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายหรือไม่ แต่สิ่งที่สามารถทำได้ ณ ปัจจุบันก็คือการดูแลจิตใจของเราให้เข้มแข็งควบคู่ไปกับการดูแลร่างกายให้แข็งแรง




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


พญ. บุฑบท พฤกษาพนาชาติ

พญ. บุฑบท พฤกษาพนาชาติ (จิตแพทย์)
โรงพยาบาลนครพิงค์
พบ. เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วว. จิตเวชเด็กและวัยรุ่น รพ.รามาธิบดี
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล