MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โอเมพราโซล (Omeprazole)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • Omeprazole คือยาในกลุ่ม PPIs หรือ Proton Pump Inhibitors ออกฤทธิ์ช่วยลดการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร นิยมใช้ในผู้ที่มีปัญหากรดเกิน มีการระคายเคืองหรือมีแผลในระบบทางเดินอาหาร เป็นยาที่ออกฤทธิ์นาน และให้ประสิทธิภาพทางการรักษาที่ดี

  • Omeprazole เป็นยาที่ปลอดภัยและผลข้างเคียงน้อย แต่อาจมีพบได้บ้าง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย อย่างไรก็ตามไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารได้น้อยลง และมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อในทางเดินอาหารหรือโรคต่างๆ ได้

  • การรับประทานยา Omeprazole ควรควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมเพื่อให้อาการทุเลาและไม่กลับมาเป็นซ้ำ เช่น ทานอาหารให้ตรงเวลา ไม่ทานอาหารอิ่มจนเกินไป ไม่นอนทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด ลดความเครียด




Omeprazole คือยาอะไร?


Omeprazole หรือ โอเมพราโซล เป็นยาลดกรดในกลุ่ม PPIs หรือ Proton Pump Inhibitors โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ช่วยลดการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร ใช้รักษาอาการต่างๆ ที่เกิดจากกรด เช่น แผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcers) แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal ulcers) หลอดอาหารอักเสบ (Erosive esophagitis) โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease หรือ GERD) แผลในทางเดินอาหารจากการใช้ยาต้านการอักเสบในกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-inflammatory Drugs หรือ NSAIDs) รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเรื่องกรดเกิน ทำให้เกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง หลังจากรับประทานอาหาร


ยา omeprazole

ชื่อทางการค้าของยา Omeprazole


ชื่อทางการค้าของ Omeprazole เช่น MIRACID, MIRAPAC, MOPRIX, OPRAZOLE, DUOGAS, AIROMET-AOM, GOMEC, OPRAMED, PEPTIZOLE, NOCID, LOZOL, STOMEC, SANOSEC, GASTROSEC, MOSEC CAPSULE, PROCATE CAPSULE, ULPRAZOLE, O-SID, OMEPRAZOLE GPO, OCID, OMLEK 20, OMEPROL, OMOL, OMICAP-20, OLIT


การออกฤทธิ์ของยา Omeprazole


Omeprazole คือยาในกลุ่ม Proton Pump Inhibitors หรือ PPIs โดยตัวยาจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Hydrogen/Potassium Adenosine Triphosphatase หรือ H+/K+ ATPase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีส่วนในการสร้างกรดในกระเพาะอาหารจึงทำให้กรดมีปริมาณลดลง การรับประทานยา Omeprazole จะออกฤทธิ์ได้นาน และมีประสิทธิภาพดี ช่วยในการลดกรดได้ตลอดวัน ควรรับประทานในตอนเช้าหรือตอนท้องว่าง


รูปแบบของยา Omeprazole


  • ยาฉีดทางหลอดเลือดดำ ขนาด 40 มิลลิกรัม
  • ยาเม็ดชนิดแคปซูล ขนาด 10 มก. 20 มก. และ 40 มก. ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบ Enteric Coated Pellets โดยเม็ดยาขนาดเล็กจะถูกบรรจุอยู่ในแคปซูลอีกที เพื่อป้องกันตัวยา Omeprazole ถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหาร ให้ผ่านไปออกฤทธิ์และแตกตัวในลำไส้เล็กแทน จะช่วยให้ตัวยาสามารถดูดซึมและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยา omeprazole

วิธีใช้ยา Omeprazole และปริมาณที่เหมาะสม


Omeprazole ควรรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ส่วนปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาต้องคำนึงถึงความรุนแรง ชนิดและตำแหน่งของโรคด้วย ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ โดยมากจะอยู่ที่ครั้งละ 20-40 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งปริมาณยา Omeprazole สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีโรคประจำตัว ดังนี้


  • รักษาอาการอาหารไม่ย่อยหรือปวดในกระเพาะอาหาร รับประทานครั้งละ 10-20 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน
  • รักษาอาการกรดไหลย้อนและแสบร้อนกลางอก รับประทานครั้งละ 20-40 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน
  • รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร รับประทานครั้งละ 20-40 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

ปริมาณจะแตกต่างออกไปสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะตับทำงานผิดปกติ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ การรับประทานยาให้กลืนยาทั้งเม็ด ห้ามเคี้ยว แบ่ง บด หรือทำให้เม็ดยาแตก เพราะจะเป็นการทำลายประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของตัวยา นอกจากนี้ไม่ควรรับประทานพร้อมดื่มนมหรือยาเคลือบกระเพาะอาหาร เพราะจะทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่เต็มที่


ข้อควรระวังในการใช้ยา Omeprazole


  • ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา ไม่ควรหยุด เพิ่มหรือลดปริมาณยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

  • ไม่ควรใช้ในผู้ที่แพ้สารประกอบในยา หรือยาในกลุ่มเดียวกัน เช่น Esomeprazole, Lansoprazole, Pantoprazole, Rabeprazole, Nexium, Prevacid, Protonix

  • ควรระมัดระวังในการใช้ Omeprazole ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง โรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ โรคลมชัก หรือผู้ที่มีอาการแสบร้อนกลางอกมานานเกิน 3 เดือน

  • ไม่ควรใช้ยา Omeprazole หากกำลังรับประทานยา HIV ที่มีตัวยา Rilpivirine อยู่

  • แจ้งเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาหากมีอาการบวมหรือเจ็บตามร่างกาย และน้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ

  • ควรใช้ในเด็กที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตามเด็กที่รับประทาน Omeprazole มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้มากกว่าผู้ใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ หรือมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

  • ยา Omeprazole ในหญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร สามารถใช้ได้แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และควรรักษาอาการกรดไหลย้อนด้วยวิธีอื่นๆ ก่อนจะใช้ยา

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ รวมถึงอาหารรสจัด ระหว่างการรับประทานยา เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

buy drug online on raksa app

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Omeprazole


Omeprazole เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย ซึ่งผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป เช่น


  • อาการปวดศีรษะ
  • เวียนศีรษะ
  • ปวดท้อง
  • อาหารไม่ย่อย
  • ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน

ผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยา Omeprazole ที่ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที เช่น


  • อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • มีอาการชัก ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำ
  • มีผื่นที่บริเวณแก้มและจมูก
  • มีอาการปวดข้อ อันเป็นสัญญาณของโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเองหรือ SLE

อาการแพ้ Omeprazole แบบรุนแรงนั้นพบได้น้อยแต่อาจเกิดขึ้นได้ ให้หยุดยาแล้วควรรีบไปพบแพทย์ทันที เช่น


  • มีผื่นบริเวณใบหน้า
  • ปากบวม คอบวม
  • แน่นหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • วิงเวียนศีรษะ

consult doctor

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Omeprazole


  • ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Omeprazole ได้แก่ ยาต้านเชื้อไวรัส HIV ยาคลายกังวลกลุ่มเบ็นโซไดอาซิปีน (Benzodiazepine) ยากันชัก Phenytoin ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Cilostazol, Clopidogrel, Warfarin ยารักษาวัณโรค Rifampin ยารักษาโรคสะเก็ดเงิน Methotrexate

  • ยาในกลุ่มเดียวกันคือกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPIs) เช่น Esomeprazole, Lansoprazole, Pantoprazole, Rabeprazole, Nexium, Prevacid, Protonix เพราะจะทำให้ผลข้างเคียงรุนแรงขึ้น

  • เนื่องจาก Omeprazole ออกฤทธิ์ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร จึงไม่ควรรับประทานร่วมกับยาที่ต้องอาศัยสภาวะความเป็นกรดในการออกฤทธิ์ เช่น Atazanavir, Erlotinib, Nelfinavir, Pazopanib, Rilpivirine และยาต้านเชื้อราในกลุ่มเอโซล (Azole) เช่น Itraconazole, Ketoconazole, Posaconazole

ยา omeprazole

ใช้ยา Omeprazole เกินขนาดควรทำอย่างไร?


ผู้ที่รับประทาน Omeprazole เกินขนาดจะมีอาการ เช่น เวียนศีรษะ ตาพร่า เหงื่อออก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ให้คอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากอาการรุนแรงมากขึ้น หายใจลำบาก หรือหมดสติ ให้รีบนำส่งแพทย์โดยด่วน


ลืมกินยา Omeprazole ควรทำอย่างไร?


หากลืมรับประทาน Omeprazole ให้รับประทานทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ และควรเว้นระยะหลังจากรับประทานอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง แต่หากใกล้เคียงกับโดสถัดไป ก็ให้รอรับประทานในโดสถัดไปได้เลย โดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่าเพื่อชดเชยโดสที่ขาด


การเก็บรักษายา Omeprazole


Omeprazole ควรเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม ในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงจากความชื้นและแสงแดด และควรเก็บให้พ้นจากเด็กและสัตว์เลี้ยง


ยา omeprazole

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Omeprazole


1. Omeprazole gpo 20mg คือยาอะไร?


Omeprazole gpo 20 เป็นหนึ่งในชื่อทางการค้าของยา Omeprazole ที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม (The Government Pharmaceutical Organization หรือ GPO) มีลักษณะเป็นแคปซูล บรรจุตัวยา Omeprazole 20 มิลลิกรัม ออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร


2. Omeprazole กินตอนไหน?


เนื่องจาก Omeprazole คือยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง หากรับประทานวันละ 1 ครั้ง ควรรับประทานตอนเช้า


3. Omeprazole กินนาน อันตรายหรือไม่?


หากรับประทาน Omeprazole ติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้น้อยลงเพราะยาเข้าไปยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร จึงทำให้ร่างกายมีโอกาสที่จะขาดวิตามิน B12 ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แคลเซียม อาจทำให้เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย มือเท้าชา มีอาการกระดูกเปราะหักง่ายโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ


นอกจากนี้ยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารเนื่องจากร่างกายผลิตกรดน้อยจึงไม่สามารถทำลายเชื้อโรคได้ รวมถึงมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคไต โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย และโรคสมองเสื่อม จึงควรใช้ในปริมาณที่จำเป็น ในระยะเวลาที่จำกัด หรืออยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์เท่านั้น


4. Omeprazole อาจทำให้กระดูกพรุนจริงหรือไม่?


ผู้ที่รับประทาน Omeprazole ติดต่อกันเป็นเวลานานมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้ เนื่องจากร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง จึงควรระมัดระวังในการใช้กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระดูกพรุนหรือกระดูกเปราะอยู่แล้ว ผู้สูงอายุ หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ที่ใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมเพิ่ม


5. Omeprazole คนท้องกินได้ไหม?


คนท้องสามารถใช้ยา Omeprazole ได้ แต่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ และแพทย์จะสั่งยาให้เมื่อพิจารณาแล้วว่าการรับประทานยามีความเสี่ยงต่ำและเป็นประโยชน์มากกว่า




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย





แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

โอเมพราโซล (Omeprazole)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • Omeprazole คือยาในกลุ่ม PPIs หรือ Proton Pump Inhibitors ออกฤทธิ์ช่วยลดการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร นิยมใช้ในผู้ที่มีปัญหากรดเกิน มีการระคายเคืองหรือมีแผลในระบบทางเดินอาหาร เป็นยาที่ออกฤทธิ์นาน และให้ประสิทธิภาพทางการรักษาที่ดี

  • Omeprazole เป็นยาที่ปลอดภัยและผลข้างเคียงน้อย แต่อาจมีพบได้บ้าง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย อย่างไรก็ตามไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารได้น้อยลง และมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อในทางเดินอาหารหรือโรคต่างๆ ได้

  • การรับประทานยา Omeprazole ควรควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมเพื่อให้อาการทุเลาและไม่กลับมาเป็นซ้ำ เช่น ทานอาหารให้ตรงเวลา ไม่ทานอาหารอิ่มจนเกินไป ไม่นอนทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด ลดความเครียด




Omeprazole คือยาอะไร?


Omeprazole หรือ โอเมพราโซล เป็นยาลดกรดในกลุ่ม PPIs หรือ Proton Pump Inhibitors โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ช่วยลดการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร ใช้รักษาอาการต่างๆ ที่เกิดจากกรด เช่น แผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcers) แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal ulcers) หลอดอาหารอักเสบ (Erosive esophagitis) โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease หรือ GERD) แผลในทางเดินอาหารจากการใช้ยาต้านการอักเสบในกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-inflammatory Drugs หรือ NSAIDs) รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเรื่องกรดเกิน ทำให้เกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง หลังจากรับประทานอาหาร


ยา omeprazole

ชื่อทางการค้าของยา Omeprazole


ชื่อทางการค้าของ Omeprazole เช่น MIRACID, MIRAPAC, MOPRIX, OPRAZOLE, DUOGAS, AIROMET-AOM, GOMEC, OPRAMED, PEPTIZOLE, NOCID, LOZOL, STOMEC, SANOSEC, GASTROSEC, MOSEC CAPSULE, PROCATE CAPSULE, ULPRAZOLE, O-SID, OMEPRAZOLE GPO, OCID, OMLEK 20, OMEPROL, OMOL, OMICAP-20, OLIT


การออกฤทธิ์ของยา Omeprazole


Omeprazole คือยาในกลุ่ม Proton Pump Inhibitors หรือ PPIs โดยตัวยาจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Hydrogen/Potassium Adenosine Triphosphatase หรือ H+/K+ ATPase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีส่วนในการสร้างกรดในกระเพาะอาหารจึงทำให้กรดมีปริมาณลดลง การรับประทานยา Omeprazole จะออกฤทธิ์ได้นาน และมีประสิทธิภาพดี ช่วยในการลดกรดได้ตลอดวัน ควรรับประทานในตอนเช้าหรือตอนท้องว่าง


รูปแบบของยา Omeprazole


  • ยาฉีดทางหลอดเลือดดำ ขนาด 40 มิลลิกรัม
  • ยาเม็ดชนิดแคปซูล ขนาด 10 มก. 20 มก. และ 40 มก. ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบ Enteric Coated Pellets โดยเม็ดยาขนาดเล็กจะถูกบรรจุอยู่ในแคปซูลอีกที เพื่อป้องกันตัวยา Omeprazole ถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหาร ให้ผ่านไปออกฤทธิ์และแตกตัวในลำไส้เล็กแทน จะช่วยให้ตัวยาสามารถดูดซึมและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยา omeprazole

วิธีใช้ยา Omeprazole และปริมาณที่เหมาะสม


Omeprazole ควรรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ส่วนปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาต้องคำนึงถึงความรุนแรง ชนิดและตำแหน่งของโรคด้วย ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ โดยมากจะอยู่ที่ครั้งละ 20-40 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งปริมาณยา Omeprazole สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีโรคประจำตัว ดังนี้


  • รักษาอาการอาหารไม่ย่อยหรือปวดในกระเพาะอาหาร รับประทานครั้งละ 10-20 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน
  • รักษาอาการกรดไหลย้อนและแสบร้อนกลางอก รับประทานครั้งละ 20-40 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน
  • รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร รับประทานครั้งละ 20-40 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

ปริมาณจะแตกต่างออกไปสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะตับทำงานผิดปกติ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ การรับประทานยาให้กลืนยาทั้งเม็ด ห้ามเคี้ยว แบ่ง บด หรือทำให้เม็ดยาแตก เพราะจะเป็นการทำลายประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของตัวยา นอกจากนี้ไม่ควรรับประทานพร้อมดื่มนมหรือยาเคลือบกระเพาะอาหาร เพราะจะทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่เต็มที่


ข้อควรระวังในการใช้ยา Omeprazole


  • ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา ไม่ควรหยุด เพิ่มหรือลดปริมาณยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

  • ไม่ควรใช้ในผู้ที่แพ้สารประกอบในยา หรือยาในกลุ่มเดียวกัน เช่น Esomeprazole, Lansoprazole, Pantoprazole, Rabeprazole, Nexium, Prevacid, Protonix

  • ควรระมัดระวังในการใช้ Omeprazole ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง โรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ โรคลมชัก หรือผู้ที่มีอาการแสบร้อนกลางอกมานานเกิน 3 เดือน

  • ไม่ควรใช้ยา Omeprazole หากกำลังรับประทานยา HIV ที่มีตัวยา Rilpivirine อยู่

  • แจ้งเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาหากมีอาการบวมหรือเจ็บตามร่างกาย และน้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ

  • ควรใช้ในเด็กที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตามเด็กที่รับประทาน Omeprazole มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้มากกว่าผู้ใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ หรือมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

  • ยา Omeprazole ในหญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร สามารถใช้ได้แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และควรรักษาอาการกรดไหลย้อนด้วยวิธีอื่นๆ ก่อนจะใช้ยา

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ รวมถึงอาหารรสจัด ระหว่างการรับประทานยา เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

buy drug online on raksa app

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Omeprazole


Omeprazole เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย ซึ่งผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป เช่น


  • อาการปวดศีรษะ
  • เวียนศีรษะ
  • ปวดท้อง
  • อาหารไม่ย่อย
  • ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน

ผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยา Omeprazole ที่ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที เช่น


  • อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • มีอาการชัก ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำ
  • มีผื่นที่บริเวณแก้มและจมูก
  • มีอาการปวดข้อ อันเป็นสัญญาณของโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเองหรือ SLE

อาการแพ้ Omeprazole แบบรุนแรงนั้นพบได้น้อยแต่อาจเกิดขึ้นได้ ให้หยุดยาแล้วควรรีบไปพบแพทย์ทันที เช่น


  • มีผื่นบริเวณใบหน้า
  • ปากบวม คอบวม
  • แน่นหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • วิงเวียนศีรษะ

consult doctor

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Omeprazole


  • ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Omeprazole ได้แก่ ยาต้านเชื้อไวรัส HIV ยาคลายกังวลกลุ่มเบ็นโซไดอาซิปีน (Benzodiazepine) ยากันชัก Phenytoin ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Cilostazol, Clopidogrel, Warfarin ยารักษาวัณโรค Rifampin ยารักษาโรคสะเก็ดเงิน Methotrexate

  • ยาในกลุ่มเดียวกันคือกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPIs) เช่น Esomeprazole, Lansoprazole, Pantoprazole, Rabeprazole, Nexium, Prevacid, Protonix เพราะจะทำให้ผลข้างเคียงรุนแรงขึ้น

  • เนื่องจาก Omeprazole ออกฤทธิ์ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร จึงไม่ควรรับประทานร่วมกับยาที่ต้องอาศัยสภาวะความเป็นกรดในการออกฤทธิ์ เช่น Atazanavir, Erlotinib, Nelfinavir, Pazopanib, Rilpivirine และยาต้านเชื้อราในกลุ่มเอโซล (Azole) เช่น Itraconazole, Ketoconazole, Posaconazole

ยา omeprazole

ใช้ยา Omeprazole เกินขนาดควรทำอย่างไร?


ผู้ที่รับประทาน Omeprazole เกินขนาดจะมีอาการ เช่น เวียนศีรษะ ตาพร่า เหงื่อออก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ให้คอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากอาการรุนแรงมากขึ้น หายใจลำบาก หรือหมดสติ ให้รีบนำส่งแพทย์โดยด่วน


ลืมกินยา Omeprazole ควรทำอย่างไร?


หากลืมรับประทาน Omeprazole ให้รับประทานทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ และควรเว้นระยะหลังจากรับประทานอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง แต่หากใกล้เคียงกับโดสถัดไป ก็ให้รอรับประทานในโดสถัดไปได้เลย โดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่าเพื่อชดเชยโดสที่ขาด


การเก็บรักษายา Omeprazole


Omeprazole ควรเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม ในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงจากความชื้นและแสงแดด และควรเก็บให้พ้นจากเด็กและสัตว์เลี้ยง


ยา omeprazole

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Omeprazole


1. Omeprazole gpo 20mg คือยาอะไร?


Omeprazole gpo 20 เป็นหนึ่งในชื่อทางการค้าของยา Omeprazole ที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม (The Government Pharmaceutical Organization หรือ GPO) มีลักษณะเป็นแคปซูล บรรจุตัวยา Omeprazole 20 มิลลิกรัม ออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร


2. Omeprazole กินตอนไหน?


เนื่องจาก Omeprazole คือยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง หากรับประทานวันละ 1 ครั้ง ควรรับประทานตอนเช้า


3. Omeprazole กินนาน อันตรายหรือไม่?


หากรับประทาน Omeprazole ติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้น้อยลงเพราะยาเข้าไปยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร จึงทำให้ร่างกายมีโอกาสที่จะขาดวิตามิน B12 ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แคลเซียม อาจทำให้เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย มือเท้าชา มีอาการกระดูกเปราะหักง่ายโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ


นอกจากนี้ยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารเนื่องจากร่างกายผลิตกรดน้อยจึงไม่สามารถทำลายเชื้อโรคได้ รวมถึงมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคไต โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย และโรคสมองเสื่อม จึงควรใช้ในปริมาณที่จำเป็น ในระยะเวลาที่จำกัด หรืออยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์เท่านั้น


4. Omeprazole อาจทำให้กระดูกพรุนจริงหรือไม่?


ผู้ที่รับประทาน Omeprazole ติดต่อกันเป็นเวลานานมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้ เนื่องจากร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง จึงควรระมัดระวังในการใช้กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระดูกพรุนหรือกระดูกเปราะอยู่แล้ว ผู้สูงอายุ หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ที่ใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมเพิ่ม


5. Omeprazole คนท้องกินได้ไหม?


คนท้องสามารถใช้ยา Omeprazole ได้ แต่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ และแพทย์จะสั่งยาให้เมื่อพิจารณาแล้วว่าการรับประทานยามีความเสี่ยงต่ำและเป็นประโยชน์มากกว่า




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย





แหล่งข้อมูล