MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคขาดสารอาหาร (Under Nutrition or Nutritional Deficiency)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคขาดโปรตีนและพลังงานแบ่งเป็น 2 ประเภท แบบแรกคือควาชิออร์กอร์ (Kwashiorkor) ทำให้ตับโต ผิวหนังหลุดร่วม ซึมเศร้า มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ส่วนอีกประเภทคือมาราสมัส (Merasmus) ทำให้ร่างกายซูบผอมหนังหุ้มกระดูก มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี

  • โรคขาดสารอาหารเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการเจ็บป่วยของร่างกายและจิตใจ การรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้อยากอาหารน้อยลง ปัญหาเรื่องการดูดซึมสารอาหาร หรือพฤติกรรมการเลือกทานอาหารก็ส่งผลให้เป็นโรคขาดสารอาหารได้

  • ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เสี่ยงโรคขาดสารอาหารเช่นกัน เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมลงทำให้การดูดซึมสารอาหารลดลง หรือการทานยารักษาโรคบางชนิดทำให้เบื่ออาหาร ส่งผลให้ร่างกายซูบผอม ควรดูแลอย่างใกล้ชิดเรื่องโภชนาการ



Table of Contents
โรคขาดสารอาหารคืออะไร?
โรคที่เกิดจากการขาดสารอาหาร
สาเหตุของโรคขาดสารอาหาร
อาการของโรคขาดสารอาหาร
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคขาดสารอาหาร
ยารักษาโรคขาดสารอาหาร
ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคขาดสารอาหาร
ภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ: ดูแลอย่างไรให้เหมาะสม
การป้องกันโรคขาดสารอาหาร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคขาดสารอาหาร


โรคขาดสารอาหารคืออะไร?


โรคขาดสารอาหาร (Under Nutrition or Nutritional Deficiency) เป็นหนึ่งในภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) หรือการได้รับสารอาหารในปริมาณที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน จนเกิดความผิดปกติกับร่างกาย


โรคขาดสารอาหารเกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารอาหารเข้าไปไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หรืออาจจะเกิดการจากที่ร่างกายได้รับสารอาหารตามปกติ ในระดับที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกายแล้ว แต่ไม่สามารถดึงเอาสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะผิดปกติกับร่างกายได้ อย่างการมีรูปร่างผอมกว่าปกติ ทำให้เกิดโรคได้ง่าย รวมถึงทำให้บางอวัยวะทำงานผิดปกติ


โรคขาดสารอาหารในเด็ก

โรคที่เกิดจากการขาดสารอาหาร


1. โรคขาดโปรตีนและพลังงาน (Protein-energy Malnutrition; PEM หรือ Protein-calorie Malnutrition; PCM)


มักพบในโรคนี้ในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่ร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อสร้างการเจริญเติบโต สามารถแยกได้เป็นสองประเภทคือ โรคขาดโปรตีนอย่างมาก ซึ่งจะทำให้มีอาการขาบวม ผมหลุดร่วง ผิวหนังลอกออกเป็นแผ่นบางๆ ตับโต มีอาการเศร้าซึม เรียกว่า ควาชิออร์กอร์ (Kwashiorkor)


ส่วนแบบที่สองเรียกว่ามาราสมัส (Merasmus) มักพบในเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี เกิดจากการขาดโปรตีนและพลังงานทำให้ร่างกายไม่บวม แต่กลับซูบผอมแบบหนังหุ้มกระดูก ในบางรายอาจมีอาการทั้งสองโรคเกิดขึ้นพร้อมกันได้


2. โรคที่เกิดจากการขาดวิตามินและแร่ธาตุ


การขาดวิตามินแต่ละชนิดจะส่งผลให้เกิดโรคหลายอย่าง เช่น


  • วิตามินเอ เกิดโรคเกี่ยวกับการมองเห็น
  • วิตามินบี 1 เกิดโรคเหน็บชา
  • วิตามินบี 2 เกิดโรคปากนกกระจอก
  • ธาตุเหล็ก เกิดโรคโลหิตจาง
  • ธาตุฟอสฟอรัส เกิดโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  • ธาตุไอโอดีน เกิดโรคคอพอก

สาเหตุของโรคขาดสารอาหาร


สาเหตุของภาวะการขาดสารอาหาร เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทั้งเรื่องสุขภาพ เช่น มีอาการป่วย สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ในผู้สูงวัย หรือการได้รับยาบางชนิดทำให้อยากอาหารน้อยลง เบื่ออาหาร หรืออาจเกิดจากสภาวะการดูดซึมของร่างกายไม่ปกติก็ได้ รวมถึงการป่วยด้วยโรคในกลุ่มโรคการกินผิดปกติ (Eating Disorders) เช่น Anorexia Nervosa หรือ Bulimia Nervosa เป็นต้น


นอกจากนี้โรคขาดสารอาหารยังอาจมีต้นตอมาจากปัญหาทางสภาวะจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ไบโพลาร์ เครียด ทำให้ไม่อยากรับประทานอาหาร รวมถึงปัญหาด้านพฤติกรรมการเลือกกินอาหารเฉพาะบางประเภท หรือการจำกัดปริมาณอาหาร และยังอาจเกิดจากปัญหาความยากจนจนทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารก็ได้เช่นกัน


eating disorder

อาการของโรคขาดสารอาหาร


ผู้ป่วยที่เป็นโรคขาดสารอาหารจะมีอาการเบื้องต้นดังนี้


  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ผมร่วง
  • เวียนศีรษะและอ่อนเพลียได้ง่ายกว่าปกติ
  • ใจสั่น
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • ชาหรือเสียวบริเวณข้อต่อ

โดยอาการบางอย่างของโรคขาดสารอาหารอาจไม่รุนแรงทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าเป็นโรคได้ เช่น อาการอ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ ดังนั้นหากมีอาการเหล่านี้มากขึ้นหรือเป็นติดต่อกันเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ควรเริ่มพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการเหล่านี้ว่าเกิดจากโรคขาดสารอาหารหรือไม่


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


ในเด็กที่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนหรือไม่มีประโยชน์ หากเริ่มมีอาการบวม หรือผอมแห้งผิดปกติให้รีบพาไปพบแพทย์ ในผู้ใหญ่ที่ผอมผิดปกติ หรือมีอาการเบื่ออาหารจนส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาต้นตอของโรคและทำการรักษาอย่างถูกต้อง


consult doctor

การรักษาโรคขาดสารอาหาร


การรักษาโรคขาดสารอาหารจะขึ้นอยู่กับสภาวะทางร่างกายของแต่ละบุคคล ว่าร่างกายขาดสารอาหารชนิดใดบ้าง และมีความรุนแรงของโรคมากน้อยแค่ไหน


โดยทั่วไปแล้วแพทย์และนักโภชนาการจะเป็นผู้ประเมินอาการและการรักษาร่วมกัน โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยบางรายในระยะแรก หรือมีการเพิ่มวิตามินหรือสารอาหารเพิ่มเติมให้รับประทานเสริมกับมื้ออาหาร


ส่วนผู้ป่วยที่มีสภาวะร่างกายที่เป็นอุปสรรคในการกลืนจะใช้วิธีการให้สารอาหารทางสายยาง รวมถึงมีการวินิจฉัยถึงสาเหตุหลักของการขาดสารอาหารในผู้ป่วยบางราย


ยารักษาโรคขาดสารอาหาร


การรักษาโรคขาดสารอาหารที่ดีที่สุดคือการรับประทานอาหารให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน โดยแพทย์จะมีการซักประวัติของผู้ป่วยเพื่อหาต้นตอของโรค เช่น พฤติกรรมการกิน ยาที่รับประทานอยู่


จากนั้นอาจมีการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับสารเคมีในเลือด ในผู้ป่วยบางราย แพทย์และนักโภชนาการจะให้ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร บางรายอาจได้รับอาหารเสริมและวิตามินในปริมาณที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มการดูดซึมด้วย นอกจากนี้อาจมีการให้ยาตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย


buy drug online on raksa app

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคขาดสารอาหาร


Do


ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร มีอาหารว่างระหว่างมื้อหรือรับประทานอาหารมื้อย่อยๆ เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มปริมาณแคลอรี่ รับประทานอาหารเสริมตามที่นักโภชนาการหรือแพทย์สั่งเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี


Don’t


ไม่ควรเลือกรับประทานอาหารเฉพาะอย่าง หรือเลือกรับประทานเฉพาะของไม่มีประโยชน์


ภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ

ภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ: ดูแลอย่างไรให้เหมาะสม


ในกลุ่มผู้สูงอายุมักเกิดการเบื่ออาหาร หรือรับประทานอาหารได้ยากขึ้นทั้งจากสภาพทางร่างกายของผู้สูงอายุที่เสื่อมสภาพลง กลืนอาหารยาก การดูดซึมอาหารผิดปกติ ปากแห้ง หรือจากการได้รับยาบางชนิดที่อาจทำให้ได้รับรสไม่เหมือนเดิม


ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มีอาการอ่อนเพลีย มึนหัว เวียนหัว ปวดเมื่อย เป็นตะคริว นอนไม่หลับ ท้องอืดท้องเฟ้อ


บางรายที่มีอาการเบื่ออาหาร ไม่ยอมรับประทานอาหาร ทำให้ร่ายกายซูบผอมลงกว่าปกติ หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 18.5 กิโลกรัมต่อตร.ม. หรืออาจะทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้


ในการดูแลให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารเพียงพอต่อร่างกาย อาจจะเริ่มจากการเพิ่มปริมาณอาหารผัดหรือทอด เน้นโปรตีนจากปลาและไข่ขาว เพิ่มมื้ออาหารให้มีหลายครั้งมากขึ้น เน้นทานทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง โดยเลือกอาหารที่ผู้สูงอายุชอบ แต่ต้องไม่ขัดกับโรคที่เป็นอยู่ มีการจัดอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้น ปกติแล้วผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการสารอาหารปริมาณมากเท่าวัยหนุ่มสาวที่มีการดูดซึมและเผาผลาญที่ดี แต่ต้องการสารอาหารที่สมดุลในปริมาณพอเหมาะ เช่น วิตามิน อาหารเสริมระหว่างมื้อ อีกทั้งควรดูแลด้านสุขภาพช่องปากและสุขอนามัยอื่นๆ ด้วย


การป้องกันโรคขาดสารอาหาร


รับประทานอาหารให้ได้สัดส่วนตามหลักโภชนาการ รับประทานอาหาร 5 หมู่ให้ครบถ้วน โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี หรือเนื้อสัตว์บางชนิดเพื่อเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุ ไม่เลือกกินเฉพาะอาหารที่ชอบ แต่กินอาหารให้มีความหลากหลาย เพราะแร่ธาตุและวิตามินบางชนิดหากได้รับในปริมาณที่ไม่เหมาะสมก็จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะบางส่วนในร่างกายได้


ป้องกันโรคขาดสารอาหาร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคขาดสารอาหาร


1. เกลือแร่ชนิดใดหากขาดจะเป็นโรคคอหอยพอก?


ผู้ป่วยที่เป็นโรคคอพอก (Goiter) เกิดจากการขาดธาตุไอโอดีนหรือรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หรือในช่วงวัยรุ่น ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ เสียสมดุลทำให้มีไทรอยด์ฮอโมนต่ำ ต่อมไทรอยด์จึงได้รับการกระตุ้นให้ผลิตฮอร์โมน Thyroxine ออกมามากขึ้นทำให้ต่อมไทรอยด์โต หรือเป็นโรคคอพอกได้นั่นเอง


2. โรคเหน็บชาขาดสารอาหารอะไร?


โรคเหน็บชา (Beriberi) เกิดจากการขาดวิตามินบี 1 (ไทอามีน) หรือได้รับสารที่เข้าไปทำลายวิตามินบี 1 ทำให้มีอาการอ่อนแรง ชาตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า เป็นเหน็บ หรืออาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย


3. เบื่ออาหารขาดวิตามินอะไร?


เกิดจากการขาดกลุ่มวิตามินบี เช่น บี 1 และ บี 12 ที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหาร ร่างกายอ่อนเพลีย ท้องเดิน และนอนไม่หลับร่วมด้วย


4. ขาดแร่ธาตุจะเป็นโรคอะไร?


การขาดแร่ธาตุอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น ซิงค์ จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย ซึมเศร้า ทำให้ผิวหนังอักเสบได้ การขาดซีลิเนียมจะทำให้เกิดโรคหัวใจอ่อนแรง การขาดแคลเซียมทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน การขาดธาตุเหล็กจะทำให้เป็นโรคโลหิตจาง การขาดแมกนีเซียม ทำให้ผู้ที่ดื่มสุราเป็นโรคท้องร่วงเรื้อรังหรือเป็นโรคไต




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


นพ. ปองคุณ อารยะทรงศักดิ์

นพ. ปองคุณ อารยะทรงศักดิ์ (GP)
คลินิคส่วนตัว
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคขาดสารอาหาร (Under Nutrition or Nutritional Deficiency)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคขาดโปรตีนและพลังงานแบ่งเป็น 2 ประเภท แบบแรกคือควาชิออร์กอร์ (Kwashiorkor) ทำให้ตับโต ผิวหนังหลุดร่วม ซึมเศร้า มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ส่วนอีกประเภทคือมาราสมัส (Merasmus) ทำให้ร่างกายซูบผอมหนังหุ้มกระดูก มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี

  • โรคขาดสารอาหารเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการเจ็บป่วยของร่างกายและจิตใจ การรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้อยากอาหารน้อยลง ปัญหาเรื่องการดูดซึมสารอาหาร หรือพฤติกรรมการเลือกทานอาหารก็ส่งผลให้เป็นโรคขาดสารอาหารได้

  • ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เสี่ยงโรคขาดสารอาหารเช่นกัน เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมลงทำให้การดูดซึมสารอาหารลดลง หรือการทานยารักษาโรคบางชนิดทำให้เบื่ออาหาร ส่งผลให้ร่างกายซูบผอม ควรดูแลอย่างใกล้ชิดเรื่องโภชนาการ



Table of Contents
โรคขาดสารอาหารคืออะไร?
โรคที่เกิดจากการขาดสารอาหาร
สาเหตุของโรคขาดสารอาหาร
อาการของโรคขาดสารอาหาร
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคขาดสารอาหาร
ยารักษาโรคขาดสารอาหาร
ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคขาดสารอาหาร
ภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ: ดูแลอย่างไรให้เหมาะสม
การป้องกันโรคขาดสารอาหาร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคขาดสารอาหาร


โรคขาดสารอาหารคืออะไร?


โรคขาดสารอาหาร (Under Nutrition or Nutritional Deficiency) เป็นหนึ่งในภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) หรือการได้รับสารอาหารในปริมาณที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน จนเกิดความผิดปกติกับร่างกาย


โรคขาดสารอาหารเกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารอาหารเข้าไปไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หรืออาจจะเกิดการจากที่ร่างกายได้รับสารอาหารตามปกติ ในระดับที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกายแล้ว แต่ไม่สามารถดึงเอาสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะผิดปกติกับร่างกายได้ อย่างการมีรูปร่างผอมกว่าปกติ ทำให้เกิดโรคได้ง่าย รวมถึงทำให้บางอวัยวะทำงานผิดปกติ


โรคขาดสารอาหารในเด็ก

โรคที่เกิดจากการขาดสารอาหาร


1. โรคขาดโปรตีนและพลังงาน (Protein-energy Malnutrition; PEM หรือ Protein-calorie Malnutrition; PCM)


มักพบในโรคนี้ในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่ร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อสร้างการเจริญเติบโต สามารถแยกได้เป็นสองประเภทคือ โรคขาดโปรตีนอย่างมาก ซึ่งจะทำให้มีอาการขาบวม ผมหลุดร่วง ผิวหนังลอกออกเป็นแผ่นบางๆ ตับโต มีอาการเศร้าซึม เรียกว่า ควาชิออร์กอร์ (Kwashiorkor)


ส่วนแบบที่สองเรียกว่ามาราสมัส (Merasmus) มักพบในเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี เกิดจากการขาดโปรตีนและพลังงานทำให้ร่างกายไม่บวม แต่กลับซูบผอมแบบหนังหุ้มกระดูก ในบางรายอาจมีอาการทั้งสองโรคเกิดขึ้นพร้อมกันได้


2. โรคที่เกิดจากการขาดวิตามินและแร่ธาตุ


การขาดวิตามินแต่ละชนิดจะส่งผลให้เกิดโรคหลายอย่าง เช่น


  • วิตามินเอ เกิดโรคเกี่ยวกับการมองเห็น
  • วิตามินบี 1 เกิดโรคเหน็บชา
  • วิตามินบี 2 เกิดโรคปากนกกระจอก
  • ธาตุเหล็ก เกิดโรคโลหิตจาง
  • ธาตุฟอสฟอรัส เกิดโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  • ธาตุไอโอดีน เกิดโรคคอพอก

สาเหตุของโรคขาดสารอาหาร


สาเหตุของภาวะการขาดสารอาหาร เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทั้งเรื่องสุขภาพ เช่น มีอาการป่วย สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ในผู้สูงวัย หรือการได้รับยาบางชนิดทำให้อยากอาหารน้อยลง เบื่ออาหาร หรืออาจเกิดจากสภาวะการดูดซึมของร่างกายไม่ปกติก็ได้ รวมถึงการป่วยด้วยโรคในกลุ่มโรคการกินผิดปกติ (Eating Disorders) เช่น Anorexia Nervosa หรือ Bulimia Nervosa เป็นต้น


นอกจากนี้โรคขาดสารอาหารยังอาจมีต้นตอมาจากปัญหาทางสภาวะจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ไบโพลาร์ เครียด ทำให้ไม่อยากรับประทานอาหาร รวมถึงปัญหาด้านพฤติกรรมการเลือกกินอาหารเฉพาะบางประเภท หรือการจำกัดปริมาณอาหาร และยังอาจเกิดจากปัญหาความยากจนจนทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารก็ได้เช่นกัน


eating disorder

อาการของโรคขาดสารอาหาร


ผู้ป่วยที่เป็นโรคขาดสารอาหารจะมีอาการเบื้องต้นดังนี้


  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ผมร่วง
  • เวียนศีรษะและอ่อนเพลียได้ง่ายกว่าปกติ
  • ใจสั่น
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • ชาหรือเสียวบริเวณข้อต่อ

โดยอาการบางอย่างของโรคขาดสารอาหารอาจไม่รุนแรงทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าเป็นโรคได้ เช่น อาการอ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ ดังนั้นหากมีอาการเหล่านี้มากขึ้นหรือเป็นติดต่อกันเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ควรเริ่มพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการเหล่านี้ว่าเกิดจากโรคขาดสารอาหารหรือไม่


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


ในเด็กที่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนหรือไม่มีประโยชน์ หากเริ่มมีอาการบวม หรือผอมแห้งผิดปกติให้รีบพาไปพบแพทย์ ในผู้ใหญ่ที่ผอมผิดปกติ หรือมีอาการเบื่ออาหารจนส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาต้นตอของโรคและทำการรักษาอย่างถูกต้อง


consult doctor

การรักษาโรคขาดสารอาหาร


การรักษาโรคขาดสารอาหารจะขึ้นอยู่กับสภาวะทางร่างกายของแต่ละบุคคล ว่าร่างกายขาดสารอาหารชนิดใดบ้าง และมีความรุนแรงของโรคมากน้อยแค่ไหน


โดยทั่วไปแล้วแพทย์และนักโภชนาการจะเป็นผู้ประเมินอาการและการรักษาร่วมกัน โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยบางรายในระยะแรก หรือมีการเพิ่มวิตามินหรือสารอาหารเพิ่มเติมให้รับประทานเสริมกับมื้ออาหาร


ส่วนผู้ป่วยที่มีสภาวะร่างกายที่เป็นอุปสรรคในการกลืนจะใช้วิธีการให้สารอาหารทางสายยาง รวมถึงมีการวินิจฉัยถึงสาเหตุหลักของการขาดสารอาหารในผู้ป่วยบางราย


ยารักษาโรคขาดสารอาหาร


การรักษาโรคขาดสารอาหารที่ดีที่สุดคือการรับประทานอาหารให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน โดยแพทย์จะมีการซักประวัติของผู้ป่วยเพื่อหาต้นตอของโรค เช่น พฤติกรรมการกิน ยาที่รับประทานอยู่


จากนั้นอาจมีการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับสารเคมีในเลือด ในผู้ป่วยบางราย แพทย์และนักโภชนาการจะให้ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร บางรายอาจได้รับอาหารเสริมและวิตามินในปริมาณที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มการดูดซึมด้วย นอกจากนี้อาจมีการให้ยาตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย


buy drug online on raksa app

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคขาดสารอาหาร


Do


ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร มีอาหารว่างระหว่างมื้อหรือรับประทานอาหารมื้อย่อยๆ เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มปริมาณแคลอรี่ รับประทานอาหารเสริมตามที่นักโภชนาการหรือแพทย์สั่งเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี


Don’t


ไม่ควรเลือกรับประทานอาหารเฉพาะอย่าง หรือเลือกรับประทานเฉพาะของไม่มีประโยชน์


ภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ

ภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ: ดูแลอย่างไรให้เหมาะสม


ในกลุ่มผู้สูงอายุมักเกิดการเบื่ออาหาร หรือรับประทานอาหารได้ยากขึ้นทั้งจากสภาพทางร่างกายของผู้สูงอายุที่เสื่อมสภาพลง กลืนอาหารยาก การดูดซึมอาหารผิดปกติ ปากแห้ง หรือจากการได้รับยาบางชนิดที่อาจทำให้ได้รับรสไม่เหมือนเดิม


ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มีอาการอ่อนเพลีย มึนหัว เวียนหัว ปวดเมื่อย เป็นตะคริว นอนไม่หลับ ท้องอืดท้องเฟ้อ


บางรายที่มีอาการเบื่ออาหาร ไม่ยอมรับประทานอาหาร ทำให้ร่ายกายซูบผอมลงกว่าปกติ หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 18.5 กิโลกรัมต่อตร.ม. หรืออาจะทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้


ในการดูแลให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารเพียงพอต่อร่างกาย อาจจะเริ่มจากการเพิ่มปริมาณอาหารผัดหรือทอด เน้นโปรตีนจากปลาและไข่ขาว เพิ่มมื้ออาหารให้มีหลายครั้งมากขึ้น เน้นทานทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง โดยเลือกอาหารที่ผู้สูงอายุชอบ แต่ต้องไม่ขัดกับโรคที่เป็นอยู่ มีการจัดอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้น ปกติแล้วผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการสารอาหารปริมาณมากเท่าวัยหนุ่มสาวที่มีการดูดซึมและเผาผลาญที่ดี แต่ต้องการสารอาหารที่สมดุลในปริมาณพอเหมาะ เช่น วิตามิน อาหารเสริมระหว่างมื้อ อีกทั้งควรดูแลด้านสุขภาพช่องปากและสุขอนามัยอื่นๆ ด้วย


การป้องกันโรคขาดสารอาหาร


รับประทานอาหารให้ได้สัดส่วนตามหลักโภชนาการ รับประทานอาหาร 5 หมู่ให้ครบถ้วน โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี หรือเนื้อสัตว์บางชนิดเพื่อเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุ ไม่เลือกกินเฉพาะอาหารที่ชอบ แต่กินอาหารให้มีความหลากหลาย เพราะแร่ธาตุและวิตามินบางชนิดหากได้รับในปริมาณที่ไม่เหมาะสมก็จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะบางส่วนในร่างกายได้


ป้องกันโรคขาดสารอาหาร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคขาดสารอาหาร


1. เกลือแร่ชนิดใดหากขาดจะเป็นโรคคอหอยพอก?


ผู้ป่วยที่เป็นโรคคอพอก (Goiter) เกิดจากการขาดธาตุไอโอดีนหรือรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หรือในช่วงวัยรุ่น ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ เสียสมดุลทำให้มีไทรอยด์ฮอโมนต่ำ ต่อมไทรอยด์จึงได้รับการกระตุ้นให้ผลิตฮอร์โมน Thyroxine ออกมามากขึ้นทำให้ต่อมไทรอยด์โต หรือเป็นโรคคอพอกได้นั่นเอง


2. โรคเหน็บชาขาดสารอาหารอะไร?


โรคเหน็บชา (Beriberi) เกิดจากการขาดวิตามินบี 1 (ไทอามีน) หรือได้รับสารที่เข้าไปทำลายวิตามินบี 1 ทำให้มีอาการอ่อนแรง ชาตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า เป็นเหน็บ หรืออาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย


3. เบื่ออาหารขาดวิตามินอะไร?


เกิดจากการขาดกลุ่มวิตามินบี เช่น บี 1 และ บี 12 ที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหาร ร่างกายอ่อนเพลีย ท้องเดิน และนอนไม่หลับร่วมด้วย


4. ขาดแร่ธาตุจะเป็นโรคอะไร?


การขาดแร่ธาตุอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น ซิงค์ จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย ซึมเศร้า ทำให้ผิวหนังอักเสบได้ การขาดซีลิเนียมจะทำให้เกิดโรคหัวใจอ่อนแรง การขาดแคลเซียมทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน การขาดธาตุเหล็กจะทำให้เป็นโรคโลหิตจาง การขาดแมกนีเซียม ทำให้ผู้ที่ดื่มสุราเป็นโรคท้องร่วงเรื้อรังหรือเป็นโรคไต




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


นพ. ปองคุณ อารยะทรงศักดิ์

นพ. ปองคุณ อารยะทรงศักดิ์ (GP)
คลินิคส่วนตัว
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล