MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

ยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINT


  • NSAIDs หรือ กลุ่มยาต้านอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ Non-Steroidal Anti-inflammatory คือ กลุ่มยาที่ใช้ในการบรรเทาอาการปวด ลดอาการอักเสบ รวมถึงลดไข้ได้

  • ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยา NSAIDs คือ ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด เรอเปรี้ยว อาหารไม่ย่อย ถ่ายเหลว เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก

  • ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตรสามารถรับประทานยา NSAIDs ได้ แต่ควรได้รับคำแนะนำและการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด



Table of Contents
NSAIDs คืออะไร?
ยา NSAIDs มีกี่ประเภท?
ยากลุ่ม NSAIDs มีอะไรบ้าง?
การออกฤทธิ์ของยาในกลุ่ม NSAIDs
NSAIDs มักจะถูกใช้ในกรณีไหน?
ข้อควรระวังในการใช้ยา NSAIDs
ผลข้างเคียงจากการใช้ยา NSAIDs
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยากลุ่ม NSAIDs


NSAIDs คืออะไร?


NSAIDs คือ กลุ่มยาต้านอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal anti-inflammatory drugs) ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยทั่วไปมักเรียกว่ายาแก้ปวดข้อหรือยาแก้อักเสบ โดยยา NSAIDs ถือเป็นยาที่มีประโยชน์ในทางการแพทย์มาก เพราะนอกจากสรรพคุณในการลดอาการอักเสบ เช่น ข้อกระดูกเสื่อม ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้ออักเสบในโรคเกาต์ เอ็นอักเสบเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ในการบรรเทาอาการปวดทั้งแบบรุนแรงและเฉียบพลัน เช่น ปวดไมเกรน ปวดประจำเดือน ปวดฟัน ปวดแผลผ่าตัด และช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายทำให้สามารถใช้ลดไข้ได้อีกด้วย


ยา NSAIDs มีกี่ประเภท?


ยากลุ่มเอ็นเสด

ยา NSAIDs สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามเกณฑ์ต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันจะนิยมแบ่งกลุ่มตามฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ค็อกซ์ (Cyclooxygenase) ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นได้ 3 กลุ่ม ดังนี้


  1. Non-selective COX-2 inhibitor: เป็นยา NSAIDs ที่ยับยั้งเอนไซม์ทั้งค็อกซ์-1 และค็อกซ์-2 ซึ่งเป็นยา NSAIDs ที่ใช้กันมานานและแพร่หลาย เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) นาพรอกเซน (Naproxen)
  2. Selective COX-2 inhibitor: เป็นยา NSAIDs ที่ออกฤทธิ์ที่เอนไซม์ทั้งค็อกซ์-2 มากกว่าค็อกซ์-1 ลดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ดีขึ้น แต่ส่งผลเสียต่อหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น เช่น มีล็อกซิแคม (Meloxicam)
  3. Specific COX-2 inhibitor: ยา NSAIDs ที่เจาะจงยับยั้งเอนไซม์ค็อกซ์-2 โดยเฉพาะ ซึ่งมักมีชื่อลงท้ายด้วย “ค็อกสิบ (Coxib)” เช่น เซเลค็อกสิบ (Celecoxib) เอทอริค็อกสิบ (Etoricoxib) พาเรค็อกสิบ (Parecoxib)

ยากลุ่ม NSAIDs มีอะไรบ้าง?


Ibuprofen เป็นยากลุ่มเอ็นเสด

ยา NSAIDs ที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย ได้แก่ แอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ไดโคลฟีแน็ก (Diclofenac) นาพร็อกเซน (Naproxen) ไพร็อกซิแคม (Piroxicam) เมล็อกซิแคม (Meloxicam) เซเลค็อกสิบ (Celecoxib) เอทอริค็อกสิบ (Etoricoxib) นาบูมีโทน (Nabumetone) อินโดเมทาซิน (Indomethacin) ฯลฯ


buy medication on Raksa app

การออกฤทธิ์ของยาในกลุ่ม NSAIDs


ยา NSAIDs คือ ยาที่มีกลไกออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์เอนไซม์ไซโคลออกซิจีเนส (Cyclooxygenase) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า เอนไซม์ค็อกซ์ (COX) ซึ่งมี 2 ตัวคือ ค็อกซ์-1 (COX-1) และค็อกซ์-2 (COX-2) โดยเอนไซม์ค็อกซ์-1 จะทำหน้าที่สร้างสารเคมีที่เรียกว่า สารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ที่ช่วยดูแลสมดุลของร่างกาย เช่น ควบคุมการไหลเวียนของเลือดที่ไต ส่วนเอนไซม์ค็อกซ์-2 จะสร้างโพรสตาแกลนดินที่เป็นสาเหตุของอาการปวด อาการอักเสบ และอาการไข้


เมื่อรับประทานยาในกลุ่ม NSAIDs เข้าไป ยาจะไปยับยั้งเอนไซม์ไซโคลออกซิจีเนส ทำให้ลดการผลิตสารพรอสตาแกลนดิน จึงส่งผลให้อาการปวด อาการไข้ หรืออาการอักเสบลดลงได้ ยา NSAIDs บางตัวจะยับยั้งทั้งเอนไซม์ค็อกซ์-1 และค็อกซ์-2 ทำให้อาจส่งผลต่อการทำงานส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร จึงได้มีการผลิตยา NSAIDs ที่ออกฤทธิ์ที่เอนไซม์ค็อกซ์-2 มากกว่า หรือออกฤทธิ์เฉพาะเอนไซม์ค็อกซ์-2 อย่างเดียว เพื่อลดผลข้างเคียงต่อร่างกาย


NSAIDs มักจะถูกใช้ในกรณีไหน?


ยาเอ็นเสดใช้แก้ปวด

  • Anti-inflammatory effect คือ ลดการอักเสบ เช่น บรรเทาอาการอักเสบจากข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้ออักเสบเกาต์ ไข้รูมาติก โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก (JIA) โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด โรคแพ้ภูมิตัวเอง

  • Analgesic effects คือ ลดอาการปวด เช่น ลดอาการปวดศีรษะจากไมเกรน อาการปวดจากข้อเข่าเสื่อม ปวดฟัน ปวดประจำเดือน รวมถึงอาการปวดบาดแผลที่เกิดจากการผ่าตัดต่างๆ

  • Antipyretic effects คือ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายทำให้สามารถลดไข้ได้

ข้อควรระวังในการใช้ยา NSAIDs


ทานยากลุ่มเอ็นเสดแก้ปวด แก้อักเสบ

  • การใช้ยากลุ่มนี้จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกรเท่านั้น และมีข้อควรระวัง ดังนี้
  • ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยาหรือมีประวัติเคยแพ้ยากลุ่ม NSAIDs
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีแผลในทางเดินอาหารระยะเฉียบพลัน
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด เพราะยาอาจทำให้อาการหอบหืดรุนแรงขึ้น
  • ระวังการใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดบกพร่อง ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไต
  • ระมัดระวังการใช้ยา NSAIDs ในผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ระวังในการใช้ในสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร เนื่องจากยาบางตัวสามารถถูกส่งผ่านรกและถูกขับออกทางน้ำนมได้
  • ระวังการใช้ยาร่วมกับยาอื่น เพราะยาในกลุ่มนี้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาได้มาก
  • ห้ามรับประทานยา NSAIDs ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ตับทำงานหนักขึ้น

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา NSAIDs


  • ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร

เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด เรอเปรี้ยว อาหารไม่ย่อย ถ่ายเหลว เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไปจนถึงกระเพาะอาหารและลำไส้ทะลุได้


  • ผลข้างเคียงต่อตับ

ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยา NSAIDs มักพบว่ามีค่าเลือดที่ตับผิดปกติราวร้อยละ 15 และพบว่ามีภาวะตับอักเสบร้อยละ 1 โดยที่มักไม่พบอาการแสดงใดๆ เนื่องจากยา NSAIDs ส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมและทำลายที่ตับ


  • ผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

ยา NSAIDs ทำให้เกิดการคั่งของเกลือและน้ำในร่างกาย จึงส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นประมาณ 3 ถึง 6 มม.ปรอท


  • ผลข้างเคียงต่อระบบไตและสมดุลของเกลือแร่

โดยทั่วไปแล้วยา NSAIDs จะไม่ส่งผลข้างเคียงต่อระบบไตในกลุ่มคนปกติ แต่ในผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีภาวะไตวาย ไตล้มเหลว หรือมีภาวะการทำงานของไตบกพร่องเรื้อรังมาก่อน รวมถึงผู้ป่วยเบาหวาน ตับแข็ง ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจวาย โปรตีนรั่วในปัสสาวะ ภาวะที่ร่างกายขาดสารน้ำ และผู้สูงอายุ ยา NSAIDs จะลดประสิทธิภาพการทำงานของไตและอาจรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้


ยาเอ็นเสดอาจทำให้เกิดหอบหืด

  • ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินหายใจ

ยากลุ่ม NSAIDs ส่งผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินหายใจ โดยทำให้เกิดภาวะหลอดลมหดเกร็ง ผู้ป่วยโรคหอบหืดจึงไม่ควรใช้หรือต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น


  • ผลข้างเคียงต่อระบบโลหิต

ยา NSAIDs ที่ยับยั้งค็อกซ์-1 ได้ดีกว่าค็อกซ์-2 อาจขัดขวางการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ดังนั้นหากเกิดบาดแผลเลือดจะหยุดไหลยาก ส่วนยาที่ยับยั้งค็อกซ์-2 ได้ดีกว่าค็อกซ์-1 อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด นอกจากนี้ยังอาจกดไขกระดูกทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ภาวะโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ และเกล็ดเลือดต่ำได้ แต่พบได้น้อยมาก


  • ผลข้างเคียงต่อระบบประสาทส่วนกลาง

ยา NSAIDs อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะมึนงง สับสน ซึมเศร้า เห็นภาพหลอน และชักได้โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ


  • ผลข้างเคียงต่อระบบผิวหนัง

ยา NSAIDs สามารถส่งผลกระทบได้ตั้งแต่เป็นผื่นเล็กน้อยจนถึงผื่นที่มีความรุนแรง เช่น ผื่นแพ้ยา Erythema Multiforme, Toxic Epidermal Necrolysis และกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson Syndrome)


Consult doctor on Raksa app

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยากลุ่ม NSAIDs


1. ยากลุ่ม NSAIDs มีข้อห้ามใช้อะไรบ้าง?


ยากลุ่ม NSAIDs มีข้อห้ามใช้หลายประการ คือ ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยาหรือมีประวัติเคยแพ้ยากลุ่ม NSAIDs หรือผู้ป่วยที่มีแผลในทางเดินอาหารระยะเฉียบพลัน ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ผู้ป่วยโรคตับและโรคไต และอีกมากมาย ทางที่ดีหากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาตัวอื่นอยู่ก่อน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง


2. ยากลุ่ม NSAIDs ใช้ในผู้สูงอายุได้ไหม?


ใช้ได้ แต่ต้องได้รับคำแนะนำและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด


3. ยากลุ่ม NSAIDs ใช้ในคนท้องได้ไหม?


สามารถใช้ได้ สำหรับกลุ่มสตรีมีครรภ์ที่อยู่ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ยา NSAIDs อาจส่งผลต่อการคลอดและทารก จึงควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับสตรีที่ให้นมบุตร เนื่องจากยาบางตัวสามารถถูกส่งผ่านรกและถูกขับออกทางน้ำนมได้


4. ยากลุ่ม NSAIDs อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นจริงหรือไม่?


จริง ยา NSAIDs ทำให้เกิดการคั่งของเกลือและน้ำในร่างกาย จึงส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นประมาณ 3 ถึง 6 มม.ปรอท


5. ยากลุ่ม NSAIDs มีผลต่อไตจริงหรือไม่?


จริง ยา NSAIDs ทุกชนิดมีโอกาสทำให้เกิดผลเสียต่อไตได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยอาจทำให้เกิดความผิดปกติ เช่น ภาวะบวมน้ำ โพแทสเซียมในเลือดสูง ไปจนถึงภาวะไตวายได้




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


พญ. จิรภัทร สุริยะชัยสวัสดิ์

พญ. จิรภัทร สุริยะชัยสวัสดิ์ (GP)
โรงพยาบาลกรุงเทพ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

ยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINT


  • NSAIDs หรือ กลุ่มยาต้านอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ Non-Steroidal Anti-inflammatory คือ กลุ่มยาที่ใช้ในการบรรเทาอาการปวด ลดอาการอักเสบ รวมถึงลดไข้ได้

  • ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยา NSAIDs คือ ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด เรอเปรี้ยว อาหารไม่ย่อย ถ่ายเหลว เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก

  • ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตรสามารถรับประทานยา NSAIDs ได้ แต่ควรได้รับคำแนะนำและการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด



Table of Contents
NSAIDs คืออะไร?
ยา NSAIDs มีกี่ประเภท?
ยากลุ่ม NSAIDs มีอะไรบ้าง?
การออกฤทธิ์ของยาในกลุ่ม NSAIDs
NSAIDs มักจะถูกใช้ในกรณีไหน?
ข้อควรระวังในการใช้ยา NSAIDs
ผลข้างเคียงจากการใช้ยา NSAIDs
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยากลุ่ม NSAIDs


NSAIDs คืออะไร?


NSAIDs คือ กลุ่มยาต้านอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal anti-inflammatory drugs) ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยทั่วไปมักเรียกว่ายาแก้ปวดข้อหรือยาแก้อักเสบ โดยยา NSAIDs ถือเป็นยาที่มีประโยชน์ในทางการแพทย์มาก เพราะนอกจากสรรพคุณในการลดอาการอักเสบ เช่น ข้อกระดูกเสื่อม ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้ออักเสบในโรคเกาต์ เอ็นอักเสบเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ในการบรรเทาอาการปวดทั้งแบบรุนแรงและเฉียบพลัน เช่น ปวดไมเกรน ปวดประจำเดือน ปวดฟัน ปวดแผลผ่าตัด และช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายทำให้สามารถใช้ลดไข้ได้อีกด้วย


ยา NSAIDs มีกี่ประเภท?


ยากลุ่มเอ็นเสด

ยา NSAIDs สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามเกณฑ์ต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันจะนิยมแบ่งกลุ่มตามฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ค็อกซ์ (Cyclooxygenase) ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นได้ 3 กลุ่ม ดังนี้


  1. Non-selective COX-2 inhibitor: เป็นยา NSAIDs ที่ยับยั้งเอนไซม์ทั้งค็อกซ์-1 และค็อกซ์-2 ซึ่งเป็นยา NSAIDs ที่ใช้กันมานานและแพร่หลาย เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) นาพรอกเซน (Naproxen)
  2. Selective COX-2 inhibitor: เป็นยา NSAIDs ที่ออกฤทธิ์ที่เอนไซม์ทั้งค็อกซ์-2 มากกว่าค็อกซ์-1 ลดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ดีขึ้น แต่ส่งผลเสียต่อหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น เช่น มีล็อกซิแคม (Meloxicam)
  3. Specific COX-2 inhibitor: ยา NSAIDs ที่เจาะจงยับยั้งเอนไซม์ค็อกซ์-2 โดยเฉพาะ ซึ่งมักมีชื่อลงท้ายด้วย “ค็อกสิบ (Coxib)” เช่น เซเลค็อกสิบ (Celecoxib) เอทอริค็อกสิบ (Etoricoxib) พาเรค็อกสิบ (Parecoxib)

ยากลุ่ม NSAIDs มีอะไรบ้าง?


Ibuprofen เป็นยากลุ่มเอ็นเสด

ยา NSAIDs ที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย ได้แก่ แอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ไดโคลฟีแน็ก (Diclofenac) นาพร็อกเซน (Naproxen) ไพร็อกซิแคม (Piroxicam) เมล็อกซิแคม (Meloxicam) เซเลค็อกสิบ (Celecoxib) เอทอริค็อกสิบ (Etoricoxib) นาบูมีโทน (Nabumetone) อินโดเมทาซิน (Indomethacin) ฯลฯ


buy medication on Raksa app

การออกฤทธิ์ของยาในกลุ่ม NSAIDs


ยา NSAIDs คือ ยาที่มีกลไกออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์เอนไซม์ไซโคลออกซิจีเนส (Cyclooxygenase) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า เอนไซม์ค็อกซ์ (COX) ซึ่งมี 2 ตัวคือ ค็อกซ์-1 (COX-1) และค็อกซ์-2 (COX-2) โดยเอนไซม์ค็อกซ์-1 จะทำหน้าที่สร้างสารเคมีที่เรียกว่า สารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ที่ช่วยดูแลสมดุลของร่างกาย เช่น ควบคุมการไหลเวียนของเลือดที่ไต ส่วนเอนไซม์ค็อกซ์-2 จะสร้างโพรสตาแกลนดินที่เป็นสาเหตุของอาการปวด อาการอักเสบ และอาการไข้


เมื่อรับประทานยาในกลุ่ม NSAIDs เข้าไป ยาจะไปยับยั้งเอนไซม์ไซโคลออกซิจีเนส ทำให้ลดการผลิตสารพรอสตาแกลนดิน จึงส่งผลให้อาการปวด อาการไข้ หรืออาการอักเสบลดลงได้ ยา NSAIDs บางตัวจะยับยั้งทั้งเอนไซม์ค็อกซ์-1 และค็อกซ์-2 ทำให้อาจส่งผลต่อการทำงานส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร จึงได้มีการผลิตยา NSAIDs ที่ออกฤทธิ์ที่เอนไซม์ค็อกซ์-2 มากกว่า หรือออกฤทธิ์เฉพาะเอนไซม์ค็อกซ์-2 อย่างเดียว เพื่อลดผลข้างเคียงต่อร่างกาย


NSAIDs มักจะถูกใช้ในกรณีไหน?


ยาเอ็นเสดใช้แก้ปวด

  • Anti-inflammatory effect คือ ลดการอักเสบ เช่น บรรเทาอาการอักเสบจากข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้ออักเสบเกาต์ ไข้รูมาติก โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก (JIA) โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด โรคแพ้ภูมิตัวเอง

  • Analgesic effects คือ ลดอาการปวด เช่น ลดอาการปวดศีรษะจากไมเกรน อาการปวดจากข้อเข่าเสื่อม ปวดฟัน ปวดประจำเดือน รวมถึงอาการปวดบาดแผลที่เกิดจากการผ่าตัดต่างๆ

  • Antipyretic effects คือ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายทำให้สามารถลดไข้ได้

ข้อควรระวังในการใช้ยา NSAIDs


ทานยากลุ่มเอ็นเสดแก้ปวด แก้อักเสบ

  • การใช้ยากลุ่มนี้จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกรเท่านั้น และมีข้อควรระวัง ดังนี้
  • ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยาหรือมีประวัติเคยแพ้ยากลุ่ม NSAIDs
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีแผลในทางเดินอาหารระยะเฉียบพลัน
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด เพราะยาอาจทำให้อาการหอบหืดรุนแรงขึ้น
  • ระวังการใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดบกพร่อง ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไต
  • ระมัดระวังการใช้ยา NSAIDs ในผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ระวังในการใช้ในสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร เนื่องจากยาบางตัวสามารถถูกส่งผ่านรกและถูกขับออกทางน้ำนมได้
  • ระวังการใช้ยาร่วมกับยาอื่น เพราะยาในกลุ่มนี้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาได้มาก
  • ห้ามรับประทานยา NSAIDs ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ตับทำงานหนักขึ้น

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา NSAIDs


  • ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร

เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด เรอเปรี้ยว อาหารไม่ย่อย ถ่ายเหลว เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไปจนถึงกระเพาะอาหารและลำไส้ทะลุได้


  • ผลข้างเคียงต่อตับ

ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยา NSAIDs มักพบว่ามีค่าเลือดที่ตับผิดปกติราวร้อยละ 15 และพบว่ามีภาวะตับอักเสบร้อยละ 1 โดยที่มักไม่พบอาการแสดงใดๆ เนื่องจากยา NSAIDs ส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมและทำลายที่ตับ


  • ผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

ยา NSAIDs ทำให้เกิดการคั่งของเกลือและน้ำในร่างกาย จึงส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นประมาณ 3 ถึง 6 มม.ปรอท


  • ผลข้างเคียงต่อระบบไตและสมดุลของเกลือแร่

โดยทั่วไปแล้วยา NSAIDs จะไม่ส่งผลข้างเคียงต่อระบบไตในกลุ่มคนปกติ แต่ในผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีภาวะไตวาย ไตล้มเหลว หรือมีภาวะการทำงานของไตบกพร่องเรื้อรังมาก่อน รวมถึงผู้ป่วยเบาหวาน ตับแข็ง ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจวาย โปรตีนรั่วในปัสสาวะ ภาวะที่ร่างกายขาดสารน้ำ และผู้สูงอายุ ยา NSAIDs จะลดประสิทธิภาพการทำงานของไตและอาจรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้


ยาเอ็นเสดอาจทำให้เกิดหอบหืด

  • ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินหายใจ

ยากลุ่ม NSAIDs ส่งผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินหายใจ โดยทำให้เกิดภาวะหลอดลมหดเกร็ง ผู้ป่วยโรคหอบหืดจึงไม่ควรใช้หรือต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น


  • ผลข้างเคียงต่อระบบโลหิต

ยา NSAIDs ที่ยับยั้งค็อกซ์-1 ได้ดีกว่าค็อกซ์-2 อาจขัดขวางการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ดังนั้นหากเกิดบาดแผลเลือดจะหยุดไหลยาก ส่วนยาที่ยับยั้งค็อกซ์-2 ได้ดีกว่าค็อกซ์-1 อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด นอกจากนี้ยังอาจกดไขกระดูกทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ภาวะโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ และเกล็ดเลือดต่ำได้ แต่พบได้น้อยมาก


  • ผลข้างเคียงต่อระบบประสาทส่วนกลาง

ยา NSAIDs อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะมึนงง สับสน ซึมเศร้า เห็นภาพหลอน และชักได้โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ


  • ผลข้างเคียงต่อระบบผิวหนัง

ยา NSAIDs สามารถส่งผลกระทบได้ตั้งแต่เป็นผื่นเล็กน้อยจนถึงผื่นที่มีความรุนแรง เช่น ผื่นแพ้ยา Erythema Multiforme, Toxic Epidermal Necrolysis และกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson Syndrome)


Consult doctor on Raksa app

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยากลุ่ม NSAIDs


1. ยากลุ่ม NSAIDs มีข้อห้ามใช้อะไรบ้าง?


ยากลุ่ม NSAIDs มีข้อห้ามใช้หลายประการ คือ ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยาหรือมีประวัติเคยแพ้ยากลุ่ม NSAIDs หรือผู้ป่วยที่มีแผลในทางเดินอาหารระยะเฉียบพลัน ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ผู้ป่วยโรคตับและโรคไต และอีกมากมาย ทางที่ดีหากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาตัวอื่นอยู่ก่อน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง


2. ยากลุ่ม NSAIDs ใช้ในผู้สูงอายุได้ไหม?


ใช้ได้ แต่ต้องได้รับคำแนะนำและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด


3. ยากลุ่ม NSAIDs ใช้ในคนท้องได้ไหม?


สามารถใช้ได้ สำหรับกลุ่มสตรีมีครรภ์ที่อยู่ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ยา NSAIDs อาจส่งผลต่อการคลอดและทารก จึงควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับสตรีที่ให้นมบุตร เนื่องจากยาบางตัวสามารถถูกส่งผ่านรกและถูกขับออกทางน้ำนมได้


4. ยากลุ่ม NSAIDs อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นจริงหรือไม่?


จริง ยา NSAIDs ทำให้เกิดการคั่งของเกลือและน้ำในร่างกาย จึงส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นประมาณ 3 ถึง 6 มม.ปรอท


5. ยากลุ่ม NSAIDs มีผลต่อไตจริงหรือไม่?


จริง ยา NSAIDs ทุกชนิดมีโอกาสทำให้เกิดผลเสียต่อไตได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยอาจทำให้เกิดความผิดปกติ เช่น ภาวะบวมน้ำ โพแทสเซียมในเลือดสูง ไปจนถึงภาวะไตวายได้




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


พญ. จิรภัทร สุริยะชัยสวัสดิ์

พญ. จิรภัทร สุริยะชัยสวัสดิ์ (GP)
โรงพยาบาลกรุงเทพ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล