MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

ยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • ยาคลายกล้ามเนื้อไม่ใช่ยาหลักในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ แพทย์หรือเภสัชกรมักให้ทานยาแก้ปวดก่อน หากอาการไม่ดีขึ้นจึงจะจ่ายยาคลายกล้ามเนื้อให้ทาน โดยจะเริ่มจากยาปริมาณน้อยที่สุดและทานในระยะเวลาสั้นที่สุดก่อนปรับปริมาณยาขึ้น

  • ยาคลายกล้ามเนื้อทุกชนิด ทุกยี่ห้อมักมีอาการข้างเคียงที่หลากหลาย โดยเฉพาะอาการง่วงซึม อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ปากแห้ง คอแห้ง จึงห้ามขับขี่ยานพาหนะหลังทานยา เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้

  • การทานยาคลายกล้ามเนื้อในปริมาณสูงเกิดกำหนดและเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดการติดยาได้ เมื่อไม่ได้ทานยาจะเกิดอาการอาเจียน นอนไม่หลับ มีอาการวิตกกังวล กระสับกระส่าย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยเลิกยาโดยการปรับลดขนาดยาลง



Table of Contents
ยาคลายกล้ามเนื้อคืออะไร?
ยาคลายกล้ามเนื้อมีกี่ประเภท?
การออกฤทธิ์ของยาคลายกล้ามเนื้อ
ตัวยาคลายกล้ามเนื้อชนิดต่างๆ
ข้อควรระวังในการใช้ยาคล้ายกล้ามเนื้อ
วิธีการกินยาคลายกล้ามเนื้อ
ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ
อาการแพ้ยาคลายกล้ามเนื้อ
ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อเกินขนาดควรทำอย่างไร?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาคลายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้อคืออะไร?


ยาคลายกล้ามเนื้อ ที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Muscle Relaxants หรือ Skeletal Muscle Relaxants เป็นยาที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อลาย (Skeletal Muscle) ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนที่เกร็งตึงหรือกระตุก ทำให้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อลดลง ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อส่วนคอ ส่วนหลัง กล้ามเนื้อแขน ขา หรือข้อต่อต่างๆ ที่อาจจะได้รับการบาดเจ็บแบบเฉียบพลันจากการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการปวดเมื่อยจากการใช้กล้ามเนื้อส่วนดังกล่าวซ้ำๆ เป็นประจำ ซึ่งยาคลายกล้ามเนื้อไม่ถือเป็นยาหลักในการใช้คลายกล้ามเนื้อ แพทย์หรือเภสัชกรมักจะให้ยาแก้ปวด/อักเสบมาทานก่อน หากอาการไม่ดีขึ้นจึงจะให้ยาคลายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้อมีกี่ประเภท?


ยาคลายกล้ามเนื้อมี 3 ประเภท

ในร่างกายมีกล้ามเนื้อทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อเรียบ และกล้ามเนื้อลาย ยาคลายกล้ามเนื้อที่นิยมทานเพื่อคลายอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัวนั้น เป็นยาคลายกล้ามเนื้อลาย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้


  • กลุ่มที่ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง (Centrally acting muscle relaxants) เป็นยาที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลางเพื่อผ่อนคลาย ลดอาการตึง เกร็ง และกระตุกของกล้ามเนื้อ ซึ่งตัวยาในกลุ่มนี้มีโครงสร้างแตกต่างกันไป และสามารถออกฤทธิ์กับตัวรับสัญญาณในระบบประสาทส่วนกลางที่ต่างกันด้วย ตัวยาจะใช้ตับในการทำให้ยาออกฤทธิ์ดังนั้นผู้ป่วยตับอักเสบจึงไม่ควรทาน เพราะนอกจากจะไม่ได้ฤทธิ์ยาแล้วยังอาจส่งผลข้างเคียง

  • กลุ่มที่ออกฤทธิ์ตรงรอยต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ (Neuromuscular blocking muscle relaxants) เป็นกลุ่มยาที่ใช้ในห้องผ่าตัดพร้อมการใช้เครื่องช่วยหายใจเท่านั้นเพราะเป็นยาอันตราย โดยตัวยาจะไปออกฤทธิ์กับตัวรับสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า แอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งมีหน้าที่สั่งการให้กล้ามเนื้อหดหรือขยายตัว

  • กลุ่มที่ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อโดยตรง (Directly acting muscle relaxants) เป็นยาที่ช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อโดยจะเข้าไปยับยั้งการปล่อยแคลเซียมจากซาร์โคพลาสมิก เรติคิวลัม (Sarcoplasmic Reticulum) ที่อยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ

การออกฤทธิ์ของยาคลายกล้ามเนื้อ


การออกฤทธิ์ของยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการเกร็ง ตึง กระตุกของกล้ามเนื้อ โดยตัวยาแต่ละตัวจะทำงานแตกต่างกัน อย่างยา Baclofen, Diazepam และ Tizanidine จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System) ส่วนยา Dantrolene (แดนโทรลีน) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อโดยตรง ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนแต่ไม่ถึงกับเป็นอัมพาต


ตัวยาคลายกล้ามเนื้อชนิดต่างๆ


Diazepam เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ

Diazepam (ไดอะซีแพม)


จัดเป็นยาในกลุ่ม Benzodiazepine (เบนโซไดอะซีปีน) หรือยานอนหลับที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง มักนำไปใช้เป็นยากล่อมประสาทหรือยาคลายกังวล ซึ่งสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ด้วย มีผลข้างเคียงน้อยจึงนิยมใช้อย่างแพร่หลาย


Orphenadrine (ออร์เฟเนดรีน)


มีชื่อทางการค้าที่เรามักคุ้นหูคือ Norgesic เป็นยาที่มีการผสมระหว่าง Orphenadrine และ Paracetamol ออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทในสมองทำให้กล้ามเนื้อลายคลายตัว การทานยาตัวนี้อาจทำให้มีอาการคอแห้ง ปากแห้ง ง่วงซึมได้ ห้ามใช้ในคนไข้ภาวะต้อหินมุมปิด ภาวะต่อมลูกหมากโตเพราะอาจทำให้อาการของโรคแย่ลง


Tolperisone (โทลเพอริโซน)


ชื่อทางการค้าที่คุ้นหูคือ Mydocalm โดยตัวยาจะออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลาง โดยไปลดการรับรู้และยังลดการทำงานของก้านสมองต่อไขสันหลัง ทำให้ไขสันหลังตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้น้อยลง ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวลงได้ ซึ่งผลข้างเคียงอาจจะมีอาการปากแห้ง คอแห้ง หรือท้องเสียได้ในบางราย และที่พบได้น้อยมากคืออาจมีความดันโลหิตต่ำลง


Baclofen (บาโคลเฟน)


เป็นยาคลายกล้ามเนื้อที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางเช่นกัน มักใช้ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด อาจมีผลข้างเคียงคือ ง่วงซึม อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย อาเจียน ท้องผูกได้ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ยาอย่างการมีผื่นแดงขึ้น หายใจลำบาก มีอาการบวมที่หน้า ลิ้น หรือคอ ให้รีบไปพบแพทย์


Tizanidine (ทิซานิดีน)


เป็นยารักษาอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง เป็นตัวยาอันตรายที่ห้ามใช้คู่กับยาปฏิชีวนะที่ชื่อว่า Ciprofloxacin เนื่องจากยา Ciprofloxacin จะไปยับยั้งเอนไซน์บริเวณตับที่ใช้ในการดูดซึมยา Tizanidine ทำให้ระดับตัวยา Tizanidine ในร่างกายสูงขึ้นมาก ส่งผลต่อระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้เกิดผลข้างเคียงทั้งอาการง่วงซึมรุนแรงและระดับความดันโลหิตต่ำลง


Eperisone (อิเปอริโซน)


เป็นยาที่ช่วยในเรื่องการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทั้งบริเวณแขน ขา คอ หลัง รวมถึงลดอาการหดเกร็งจากอาการอัมพาตที่เกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง และการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่ไขสันหลัง โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการส่งสัญญาณประสาท ที่คอยส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อหดตัว


Botulinum Toxin (โบทูลินัม ท็อกซิน)


ยาตัวนี้มีชื่อที่หลายคนได้ยินบ่อยๆ ก็คือ Botox (โบท็อก) เป็นยาคลายกล้ามเนื้อที่อยู่ในรูปแบบยาฉีด โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการปล่อยสารสื่อประสาทแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ทำให้กล้ามเนื้อคลายลง


buy drug online on raksa app

ข้อควรระวังในการใช้ยาคล้ายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้ออาจทำให้ง่วงซึม

  1. ยาคลายกล้ามเนื้อบางตัวมีตัวยาที่เป็นอันตรายหรือมีผลทำให้เกิดอาการติดยา ทำให้ไม่ควรซื้อมาทานเองหรือปรับขนาดยาเอง และควรทานเมื่อมีอาการเท่านั้น

  2. การรับประทานยาคล้ายกล้ามเนื้อต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และเภสัชกร โดยแจ้งอาการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวทุกครั้ง

  3. ยาคลายกล้ามเนื้อส่วนใหญ่มีอาการข้างเคียงหลังทานยาไปแล้ว โดยมักจะมีอาการง่วงซึม อ่อนเพลีย ดังนั้นหลังทานยาไปห้ามขับรถหรือทำกิจกรรมอันตราย

  4. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับทานยาคลายกล้ามเนื้อเพราะจะทำให้ง่วงซึมอย่างมาก

  5. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับหรือตับอักเสบห้ามทานยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะจะมีผลข้างเคียง

  6. ผู้ที่แพ้ยานี้หรือผู้ที่ทานยาโรคซึมเศร้า Fluvoxamine (ฟลูว็อกซามีน) ยาปฏิชีวนะ Ciprofloxacin (ซิโปรฟลอกซาซิน) ห้ามทานยาคลายกล้ามเนื้อ

  7. ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะตัดสินใจกินยาคลายกล้ามเนื้อ

  8. ไม่ควรใช้ยาคลายกล้ามเนื้อในกลุ่มผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

  9. ไม่ควรใช้ยาคลายกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้มีภาวะซึมเศร้า หรือผู้ที่มีประวัติการใช้ยาเสพติด หรือติดแอลกอฮอล์

  10. พบแพทย์ทันทีที่มีอาการผดผื่นแดง ตัวบวม หน้าบวม หายใจติดขัด แน่นหน้าอก หลังกินยาคลายกล้ามเนื้อ

วิธีการกินยาคลายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้อควรทานตอนมีอาการเท่านั้น

การกินยาคลายกล้ามเนื้อควรเริ่มกินจากปริมาณยาที่น้อยที่สุด ในระยะเวลาสั้นที่สุด หลังจากนั้นค่อยๆ เพิ่มตามอาการ ส่วนใหญ่แพทย์และเภสัชกรจะแนะนำให้ทานวันละ 3 ครั้งเมื่อมีอาการ


ยาคลายกล้ามเนื้อควรกินตอนไหน?


เนื่องจากยาคลายกล้ามเนื้อไม่ใช่ยาหลักในการรักษา การจะทานยาคลายกล้ามเนื้อต้องเช็กดูก่อนว่ามีอาการตึงกล้ามเนื้อด้วย หากมีอาการปวดอย่างเดียวสามารถทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ได้ หากต้องทานยาคลายกล้ามเนื้อจริงๆ ควรทานหลังอาหารเช้า เที่ยง เย็น วันละ 3 เวลา ปริมาณแต่ละโดสตามที่แพทย์หรือเภสัชกรจ่ายยามาให้ ห้ามเพิ่มขนาดยาเอง


การใช้ยาคลายกล้ามเนื้อในหญิงมีครรภ์และหญิงที่ให้นมบุตร


ยาคลายกล้ามเนื้อไม่ควรใช้ในหญิงมีครรภ์ เพราะอาจส่งผลให้มดลูกไม่บีบตัว และทำให้มีอาการคลอดยาก รวมไปถึงหญิงที่ให้นมบุตร เพราะตัวยาอาจจะส่งผลต่อน้ำนมและส่งผลกระทบถึงตัวทารก


ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในยาที่พบผลข้างเคียงได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นยาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อไหน ล้วนแล้วแต่เป็นพิษต่อการทำงานของไตในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นไตวาย แต่ในระยะสั้นยาคลายกล้ามเนื้อก็ยังส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย ต่อไปนี้


  • รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หมดแรง
  • ง่วงนอน ซึม
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ
  • ปัสสาวะบ่อย
  • ปากแห้ง คอแห้ง
  • ความดันโลหิตลดลง

consult doctor

อาการแพ้ยาคลายกล้ามเนื้อ


หากกินยาแก้แพ้แล้วมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพบแพทย์ทันที


  • มีไข้สูง
  • มองไม่ชัด ภาพเบลอ
  • มีผดผื่นแดง หรืออาการคันตามร่างกาย
  • มีอาการหน้า ปาก ลิ้น หรือแขนขาบวม
  • รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
  • มีอาการสับสน มึนงง
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อเกินขนาดควรทำอย่างไร?


ในกรณีที่มีการกินยาคลายกล้ามเนื้อเกินขนาดที่แพทย์แนะนำ หรือกินยาคลายกล้ามเนื้อโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หากมีอาการแพ้ยาให้รีบไปพบแพทย์ แต่ในบางรายจะมีอาการติดยาคลายกล้ามเนื้อ และอาจมีอาการนอนไม่หลับ อาเจียน วิตกกังวล เมื่อหยุดยาหรือที่เรียกว่าอาการถอนยา ทั้งนี้จะต้องปรึกษาหมอในการช่วยลดปริมาณยาลงไปเรื่อยๆ เพื่อให้ผลข้างเคียงจากอาการถอนยาลดลงไป


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาคลายกล้ามเนื้อ


1. ยาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อไหนดี?


ยาคลายกล้ามเนื้อมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ที่นิยมและสามารถหาซื้อได้ตามร้านยาทั่วไปคือ Norgesic (นอร์จีสิก) ที่เป็นตัวยาพาราเซตามอลผสมกับยาคลายกล้ามเนื้อ และ Mydocalm (มายโดคาล์ม) ทั้งสองตัวเป็นยาคลายกล้ามเนื้อที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง


2. ยาคลายกล้ามเนื้อราคาเท่าไหร่?


ยาคลายกล้ามเนื้อมีหลายราคา ขึ้นอยู่กับประเภทและยี่ห้อ มีตั้งแต่ราคา 25 ไปจนถึง 100 บาท


3. ยาคลายกล้ามเนื้อสามารถกินติดต่อกันนานๆ ได้หรือไม่?


ยาคลายกล้ามเนื้อไม่ควรกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะนอกจากจะส่งผลให้เกิดอาการติดยาคลายกล้ามเนื้อแล้ว ยังส่งผลเสียต่อการทำงานของตับและไตในร่างกายอีกด้วย


4. ยาคลายกล้ามเนื้อกินแล้วง่วงไหม?


อาการง่วง อ่อนเพลีย เป็นผลข้างเคียงของยาคลายกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ เพราะยาคลายกล้ามเนื้อจะส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่มีการหดเกร็งให้ผ่อนคลาย จึงส่งผลให้รู้สึกง่วงหลังทาน จึงไม่ควรขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิและอันตราย


5. ยาคลายกล้ามเนื้อที่กินแล้วไม่ง่วงมีหรือไม่?


ไม่มี เพราะยาคลายกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ออกฤทธิ์กับระบบประสาทอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกง่วงซึม อ่อนเพลีย




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


นพ.ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย

นพ. ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย
(ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ)
โรงพยาบาลศิริราช
– คณะแพทยศาสตร์ รพ. พระมงกุฎเกล้าฯ
– University of Colorado Boulder, Science of Excercise
– Harvard University, Telemedicine
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • Dr. Ken Hiu-Kan. (2020). Botulinum toxin. https://dermnetnz.org/topics/botulinum-toxin/
  • Dr. Mary Harding. (2018). Muscle Relaxants. https://patient.info/bones-joints-muscles/muscle-relaxants
  • RAMA Channel. (2021, June 17). ยาคลายกล้ามเนื้อ “อิเปอริโซน” ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย : Rama Square ช่วง สาระปันยา 21 มิ.ย. 61(3/3). https://youtu.be/WnNHecAmdZM
  • กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อ (Skeletal muscle relaxants). (n.d.). http://mutualselfcare.org/medicine/medicative/muscle_relaxants.aspx?M=k&G=m
  • บัญฑิตกายภาพบำบัดและจัดกระดูก. (2021, June 17). ยาคลายกล้ามเนื้อตัวไหนดีที่สุด ??. https://youtu.be/n7ndgiNNwzc
  • ผศ.พญ.อัจฉรา กุลวิสุทธิ์. (2018). ‘ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ’ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง. https://www.hfocus.org/content/2018/12/16653
  • ภญ. ปานทิพย์ จันทมา. (2018). “ยาคลายกล้ามเนื้อ Tolperisone” ใช้บ่อยเกินไป อันตรายหรือไม่?. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/ยาคลายกล้ามเนื้อ-tolperisone-ใช/
  • ยาโทลเพอริโซน. (2021). http://mutualselfcare.org/medicine/medicative/tolperisone.aspx?M=k&G=m
  • โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย4. (2018). ปวดเมื่อยตัว กินยาคลายกล้ามเนื้อ ช่วยได้จริงหรือ?. https://www.paolohospital.com/th-TH/chokchai4/Article/Details/กระดูกและข้อ/ปวดเมื่อยตัว-กินยาคลายกล้ามเนื้อ-ช่วยได้จริงหรือ-
  • ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด. (2017). ถ้ายังกินยาคลายกล้ามเนื้อบ่อยขนาดนี้…มีสิทธิ์เป็น “โรคไต” ตอนแก่แน่นอน. https://www.phyathai.com/article_detail/1671/th/ถ้ายังกินยาคลายกล้ามเนื้อบ่อยขนาดนี้…มีสิทธิ์เป็น“โรคไต”ตอนแก่แน่นอน
ผู้เขียน
Raksa Content Team

ยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • ยาคลายกล้ามเนื้อไม่ใช่ยาหลักในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ แพทย์หรือเภสัชกรมักให้ทานยาแก้ปวดก่อน หากอาการไม่ดีขึ้นจึงจะจ่ายยาคลายกล้ามเนื้อให้ทาน โดยจะเริ่มจากยาปริมาณน้อยที่สุดและทานในระยะเวลาสั้นที่สุดก่อนปรับปริมาณยาขึ้น

  • ยาคลายกล้ามเนื้อทุกชนิด ทุกยี่ห้อมักมีอาการข้างเคียงที่หลากหลาย โดยเฉพาะอาการง่วงซึม อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ปากแห้ง คอแห้ง จึงห้ามขับขี่ยานพาหนะหลังทานยา เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้

  • การทานยาคลายกล้ามเนื้อในปริมาณสูงเกิดกำหนดและเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดการติดยาได้ เมื่อไม่ได้ทานยาจะเกิดอาการอาเจียน นอนไม่หลับ มีอาการวิตกกังวล กระสับกระส่าย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยเลิกยาโดยการปรับลดขนาดยาลง



Table of Contents
ยาคลายกล้ามเนื้อคืออะไร?
ยาคลายกล้ามเนื้อมีกี่ประเภท?
การออกฤทธิ์ของยาคลายกล้ามเนื้อ
ตัวยาคลายกล้ามเนื้อชนิดต่างๆ
ข้อควรระวังในการใช้ยาคล้ายกล้ามเนื้อ
วิธีการกินยาคลายกล้ามเนื้อ
ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ
อาการแพ้ยาคลายกล้ามเนื้อ
ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อเกินขนาดควรทำอย่างไร?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาคลายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้อคืออะไร?


ยาคลายกล้ามเนื้อ ที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Muscle Relaxants หรือ Skeletal Muscle Relaxants เป็นยาที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อลาย (Skeletal Muscle) ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนที่เกร็งตึงหรือกระตุก ทำให้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อลดลง ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อส่วนคอ ส่วนหลัง กล้ามเนื้อแขน ขา หรือข้อต่อต่างๆ ที่อาจจะได้รับการบาดเจ็บแบบเฉียบพลันจากการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการปวดเมื่อยจากการใช้กล้ามเนื้อส่วนดังกล่าวซ้ำๆ เป็นประจำ ซึ่งยาคลายกล้ามเนื้อไม่ถือเป็นยาหลักในการใช้คลายกล้ามเนื้อ แพทย์หรือเภสัชกรมักจะให้ยาแก้ปวด/อักเสบมาทานก่อน หากอาการไม่ดีขึ้นจึงจะให้ยาคลายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้อมีกี่ประเภท?


ยาคลายกล้ามเนื้อมี 3 ประเภท

ในร่างกายมีกล้ามเนื้อทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อเรียบ และกล้ามเนื้อลาย ยาคลายกล้ามเนื้อที่นิยมทานเพื่อคลายอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัวนั้น เป็นยาคลายกล้ามเนื้อลาย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้


  • กลุ่มที่ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง (Centrally acting muscle relaxants) เป็นยาที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลางเพื่อผ่อนคลาย ลดอาการตึง เกร็ง และกระตุกของกล้ามเนื้อ ซึ่งตัวยาในกลุ่มนี้มีโครงสร้างแตกต่างกันไป และสามารถออกฤทธิ์กับตัวรับสัญญาณในระบบประสาทส่วนกลางที่ต่างกันด้วย ตัวยาจะใช้ตับในการทำให้ยาออกฤทธิ์ดังนั้นผู้ป่วยตับอักเสบจึงไม่ควรทาน เพราะนอกจากจะไม่ได้ฤทธิ์ยาแล้วยังอาจส่งผลข้างเคียง

  • กลุ่มที่ออกฤทธิ์ตรงรอยต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ (Neuromuscular blocking muscle relaxants) เป็นกลุ่มยาที่ใช้ในห้องผ่าตัดพร้อมการใช้เครื่องช่วยหายใจเท่านั้นเพราะเป็นยาอันตราย โดยตัวยาจะไปออกฤทธิ์กับตัวรับสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า แอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งมีหน้าที่สั่งการให้กล้ามเนื้อหดหรือขยายตัว

  • กลุ่มที่ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อโดยตรง (Directly acting muscle relaxants) เป็นยาที่ช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อโดยจะเข้าไปยับยั้งการปล่อยแคลเซียมจากซาร์โคพลาสมิก เรติคิวลัม (Sarcoplasmic Reticulum) ที่อยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ

การออกฤทธิ์ของยาคลายกล้ามเนื้อ


การออกฤทธิ์ของยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการเกร็ง ตึง กระตุกของกล้ามเนื้อ โดยตัวยาแต่ละตัวจะทำงานแตกต่างกัน อย่างยา Baclofen, Diazepam และ Tizanidine จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System) ส่วนยา Dantrolene (แดนโทรลีน) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อโดยตรง ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนแต่ไม่ถึงกับเป็นอัมพาต


ตัวยาคลายกล้ามเนื้อชนิดต่างๆ


Diazepam เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ

Diazepam (ไดอะซีแพม)


จัดเป็นยาในกลุ่ม Benzodiazepine (เบนโซไดอะซีปีน) หรือยานอนหลับที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง มักนำไปใช้เป็นยากล่อมประสาทหรือยาคลายกังวล ซึ่งสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ด้วย มีผลข้างเคียงน้อยจึงนิยมใช้อย่างแพร่หลาย


Orphenadrine (ออร์เฟเนดรีน)


มีชื่อทางการค้าที่เรามักคุ้นหูคือ Norgesic เป็นยาที่มีการผสมระหว่าง Orphenadrine และ Paracetamol ออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทในสมองทำให้กล้ามเนื้อลายคลายตัว การทานยาตัวนี้อาจทำให้มีอาการคอแห้ง ปากแห้ง ง่วงซึมได้ ห้ามใช้ในคนไข้ภาวะต้อหินมุมปิด ภาวะต่อมลูกหมากโตเพราะอาจทำให้อาการของโรคแย่ลง


Tolperisone (โทลเพอริโซน)


ชื่อทางการค้าที่คุ้นหูคือ Mydocalm โดยตัวยาจะออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลาง โดยไปลดการรับรู้และยังลดการทำงานของก้านสมองต่อไขสันหลัง ทำให้ไขสันหลังตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้น้อยลง ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวลงได้ ซึ่งผลข้างเคียงอาจจะมีอาการปากแห้ง คอแห้ง หรือท้องเสียได้ในบางราย และที่พบได้น้อยมากคืออาจมีความดันโลหิตต่ำลง


Baclofen (บาโคลเฟน)


เป็นยาคลายกล้ามเนื้อที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางเช่นกัน มักใช้ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด อาจมีผลข้างเคียงคือ ง่วงซึม อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย อาเจียน ท้องผูกได้ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ยาอย่างการมีผื่นแดงขึ้น หายใจลำบาก มีอาการบวมที่หน้า ลิ้น หรือคอ ให้รีบไปพบแพทย์


Tizanidine (ทิซานิดีน)


เป็นยารักษาอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง เป็นตัวยาอันตรายที่ห้ามใช้คู่กับยาปฏิชีวนะที่ชื่อว่า Ciprofloxacin เนื่องจากยา Ciprofloxacin จะไปยับยั้งเอนไซน์บริเวณตับที่ใช้ในการดูดซึมยา Tizanidine ทำให้ระดับตัวยา Tizanidine ในร่างกายสูงขึ้นมาก ส่งผลต่อระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้เกิดผลข้างเคียงทั้งอาการง่วงซึมรุนแรงและระดับความดันโลหิตต่ำลง


Eperisone (อิเปอริโซน)


เป็นยาที่ช่วยในเรื่องการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทั้งบริเวณแขน ขา คอ หลัง รวมถึงลดอาการหดเกร็งจากอาการอัมพาตที่เกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง และการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่ไขสันหลัง โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการส่งสัญญาณประสาท ที่คอยส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อหดตัว


Botulinum Toxin (โบทูลินัม ท็อกซิน)


ยาตัวนี้มีชื่อที่หลายคนได้ยินบ่อยๆ ก็คือ Botox (โบท็อก) เป็นยาคลายกล้ามเนื้อที่อยู่ในรูปแบบยาฉีด โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการปล่อยสารสื่อประสาทแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ทำให้กล้ามเนื้อคลายลง


buy drug online on raksa app

ข้อควรระวังในการใช้ยาคล้ายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้ออาจทำให้ง่วงซึม

  1. ยาคลายกล้ามเนื้อบางตัวมีตัวยาที่เป็นอันตรายหรือมีผลทำให้เกิดอาการติดยา ทำให้ไม่ควรซื้อมาทานเองหรือปรับขนาดยาเอง และควรทานเมื่อมีอาการเท่านั้น

  2. การรับประทานยาคล้ายกล้ามเนื้อต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และเภสัชกร โดยแจ้งอาการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวทุกครั้ง

  3. ยาคลายกล้ามเนื้อส่วนใหญ่มีอาการข้างเคียงหลังทานยาไปแล้ว โดยมักจะมีอาการง่วงซึม อ่อนเพลีย ดังนั้นหลังทานยาไปห้ามขับรถหรือทำกิจกรรมอันตราย

  4. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับทานยาคลายกล้ามเนื้อเพราะจะทำให้ง่วงซึมอย่างมาก

  5. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับหรือตับอักเสบห้ามทานยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะจะมีผลข้างเคียง

  6. ผู้ที่แพ้ยานี้หรือผู้ที่ทานยาโรคซึมเศร้า Fluvoxamine (ฟลูว็อกซามีน) ยาปฏิชีวนะ Ciprofloxacin (ซิโปรฟลอกซาซิน) ห้ามทานยาคลายกล้ามเนื้อ

  7. ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะตัดสินใจกินยาคลายกล้ามเนื้อ

  8. ไม่ควรใช้ยาคลายกล้ามเนื้อในกลุ่มผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

  9. ไม่ควรใช้ยาคลายกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้มีภาวะซึมเศร้า หรือผู้ที่มีประวัติการใช้ยาเสพติด หรือติดแอลกอฮอล์

  10. พบแพทย์ทันทีที่มีอาการผดผื่นแดง ตัวบวม หน้าบวม หายใจติดขัด แน่นหน้าอก หลังกินยาคลายกล้ามเนื้อ

วิธีการกินยาคลายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้อควรทานตอนมีอาการเท่านั้น

การกินยาคลายกล้ามเนื้อควรเริ่มกินจากปริมาณยาที่น้อยที่สุด ในระยะเวลาสั้นที่สุด หลังจากนั้นค่อยๆ เพิ่มตามอาการ ส่วนใหญ่แพทย์และเภสัชกรจะแนะนำให้ทานวันละ 3 ครั้งเมื่อมีอาการ


ยาคลายกล้ามเนื้อควรกินตอนไหน?


เนื่องจากยาคลายกล้ามเนื้อไม่ใช่ยาหลักในการรักษา การจะทานยาคลายกล้ามเนื้อต้องเช็กดูก่อนว่ามีอาการตึงกล้ามเนื้อด้วย หากมีอาการปวดอย่างเดียวสามารถทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ได้ หากต้องทานยาคลายกล้ามเนื้อจริงๆ ควรทานหลังอาหารเช้า เที่ยง เย็น วันละ 3 เวลา ปริมาณแต่ละโดสตามที่แพทย์หรือเภสัชกรจ่ายยามาให้ ห้ามเพิ่มขนาดยาเอง


การใช้ยาคลายกล้ามเนื้อในหญิงมีครรภ์และหญิงที่ให้นมบุตร


ยาคลายกล้ามเนื้อไม่ควรใช้ในหญิงมีครรภ์ เพราะอาจส่งผลให้มดลูกไม่บีบตัว และทำให้มีอาการคลอดยาก รวมไปถึงหญิงที่ให้นมบุตร เพราะตัวยาอาจจะส่งผลต่อน้ำนมและส่งผลกระทบถึงตัวทารก


ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ


ยาคลายกล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในยาที่พบผลข้างเคียงได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นยาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อไหน ล้วนแล้วแต่เป็นพิษต่อการทำงานของไตในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นไตวาย แต่ในระยะสั้นยาคลายกล้ามเนื้อก็ยังส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย ต่อไปนี้


  • รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หมดแรง
  • ง่วงนอน ซึม
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ
  • ปัสสาวะบ่อย
  • ปากแห้ง คอแห้ง
  • ความดันโลหิตลดลง

consult doctor

อาการแพ้ยาคลายกล้ามเนื้อ


หากกินยาแก้แพ้แล้วมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพบแพทย์ทันที


  • มีไข้สูง
  • มองไม่ชัด ภาพเบลอ
  • มีผดผื่นแดง หรืออาการคันตามร่างกาย
  • มีอาการหน้า ปาก ลิ้น หรือแขนขาบวม
  • รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
  • มีอาการสับสน มึนงง
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อเกินขนาดควรทำอย่างไร?


ในกรณีที่มีการกินยาคลายกล้ามเนื้อเกินขนาดที่แพทย์แนะนำ หรือกินยาคลายกล้ามเนื้อโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หากมีอาการแพ้ยาให้รีบไปพบแพทย์ แต่ในบางรายจะมีอาการติดยาคลายกล้ามเนื้อ และอาจมีอาการนอนไม่หลับ อาเจียน วิตกกังวล เมื่อหยุดยาหรือที่เรียกว่าอาการถอนยา ทั้งนี้จะต้องปรึกษาหมอในการช่วยลดปริมาณยาลงไปเรื่อยๆ เพื่อให้ผลข้างเคียงจากอาการถอนยาลดลงไป


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาคลายกล้ามเนื้อ


1. ยาคลายกล้ามเนื้อยี่ห้อไหนดี?


ยาคลายกล้ามเนื้อมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ที่นิยมและสามารถหาซื้อได้ตามร้านยาทั่วไปคือ Norgesic (นอร์จีสิก) ที่เป็นตัวยาพาราเซตามอลผสมกับยาคลายกล้ามเนื้อ และ Mydocalm (มายโดคาล์ม) ทั้งสองตัวเป็นยาคลายกล้ามเนื้อที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง


2. ยาคลายกล้ามเนื้อราคาเท่าไหร่?


ยาคลายกล้ามเนื้อมีหลายราคา ขึ้นอยู่กับประเภทและยี่ห้อ มีตั้งแต่ราคา 25 ไปจนถึง 100 บาท


3. ยาคลายกล้ามเนื้อสามารถกินติดต่อกันนานๆ ได้หรือไม่?


ยาคลายกล้ามเนื้อไม่ควรกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะนอกจากจะส่งผลให้เกิดอาการติดยาคลายกล้ามเนื้อแล้ว ยังส่งผลเสียต่อการทำงานของตับและไตในร่างกายอีกด้วย


4. ยาคลายกล้ามเนื้อกินแล้วง่วงไหม?


อาการง่วง อ่อนเพลีย เป็นผลข้างเคียงของยาคลายกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ เพราะยาคลายกล้ามเนื้อจะส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่มีการหดเกร็งให้ผ่อนคลาย จึงส่งผลให้รู้สึกง่วงหลังทาน จึงไม่ควรขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิและอันตราย


5. ยาคลายกล้ามเนื้อที่กินแล้วไม่ง่วงมีหรือไม่?


ไม่มี เพราะยาคลายกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ออกฤทธิ์กับระบบประสาทอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกง่วงซึม อ่อนเพลีย




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


นพ.ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย

นพ. ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย
(ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ)
โรงพยาบาลศิริราช
– คณะแพทยศาสตร์ รพ. พระมงกุฎเกล้าฯ
– University of Colorado Boulder, Science of Excercise
– Harvard University, Telemedicine
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • Dr. Ken Hiu-Kan. (2020). Botulinum toxin. https://dermnetnz.org/topics/botulinum-toxin/
  • Dr. Mary Harding. (2018). Muscle Relaxants. https://patient.info/bones-joints-muscles/muscle-relaxants
  • RAMA Channel. (2021, June 17). ยาคลายกล้ามเนื้อ “อิเปอริโซน” ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย : Rama Square ช่วง สาระปันยา 21 มิ.ย. 61(3/3). https://youtu.be/WnNHecAmdZM
  • กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อ (Skeletal muscle relaxants). (n.d.). http://mutualselfcare.org/medicine/medicative/muscle_relaxants.aspx?M=k&G=m
  • บัญฑิตกายภาพบำบัดและจัดกระดูก. (2021, June 17). ยาคลายกล้ามเนื้อตัวไหนดีที่สุด ??. https://youtu.be/n7ndgiNNwzc
  • ผศ.พญ.อัจฉรา กุลวิสุทธิ์. (2018). ‘ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ’ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง. https://www.hfocus.org/content/2018/12/16653
  • ภญ. ปานทิพย์ จันทมา. (2018). “ยาคลายกล้ามเนื้อ Tolperisone” ใช้บ่อยเกินไป อันตรายหรือไม่?. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/ยาคลายกล้ามเนื้อ-tolperisone-ใช/
  • ยาโทลเพอริโซน. (2021). http://mutualselfcare.org/medicine/medicative/tolperisone.aspx?M=k&G=m
  • โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย4. (2018). ปวดเมื่อยตัว กินยาคลายกล้ามเนื้อ ช่วยได้จริงหรือ?. https://www.paolohospital.com/th-TH/chokchai4/Article/Details/กระดูกและข้อ/ปวดเมื่อยตัว-กินยาคลายกล้ามเนื้อ-ช่วยได้จริงหรือ-
  • ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด. (2017). ถ้ายังกินยาคลายกล้ามเนื้อบ่อยขนาดนี้…มีสิทธิ์เป็น “โรคไต” ตอนแก่แน่นอน. https://www.phyathai.com/article_detail/1671/th/ถ้ายังกินยาคลายกล้ามเนื้อบ่อยขนาดนี้…มีสิทธิ์เป็น“โรคไต”ตอนแก่แน่นอน