MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคหัด (Measles)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคหัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม “พารามิคโซไวรัส” และยังถือว่าเป็นโรคที่ติดเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายที่สุด มักเกิดในคนที่ไม่ได้รับวัคซีม ดังนั้นจึงพบในเด็กเล็กมากที่สุดและพบได้ในผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรับวัคซีนด้วยเช่นกัน

  • การฉีดวัคซีนถือเป็นการป้องกันโรคหัดได้ดีที่สุด หากยังไม่เคยฉีดวัคซีนและใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคหัดให้เลี่ยงและอยู่ห่างผู้ป่วย เนื่องจากระยะที่ผู้ป่วยมีผื่นขึ้นจะเป็นระยะแพร่เชื้อได้ดีที่สุดเพียงแค่ไอ จาม เมื่อสูดดมละอองในอาการร่วมกัน ก็ทำให้ติดเชื้อได้

  • หลายคนมักคิดว่ายาเขียวช่วยรักษาไข้หัด แต่ความจริงแล้วยาเขียวไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัส เพียงแค่ทำให้ผื่นหัดออกเยอะ จึงหายไวขึ้น แต่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอีกมากมาย จึงควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี



Table of Contents
โรคหัดคืออะไร?
สาเหตุของโรคหัด

อาการของโรคหัด
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคหัด
ยารักษาโรคหัด
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคหัด
การป้องกันโรคหัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหัด


โรคหัดคืออะไร?


โรคหัด ไข้หัด หรือไข้ออกหัด (ภาษาอังกฤษเรียกว่า Measles) คือโรคติดต่อซึ่งจะเกิดกับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน มักพบได้มากในเด็กเล็กและโดยทั่วไปอาการจะไม่รุนแรง แต่เนื่องจากโรคหัดเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายที่สุดในกลุ่มโรคติดเชื้อทั้งหมด แถมยังติดได้ง่ายกว่าโรคหวัดอีกด้วย จึงทำให้แม้แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถติดได้ และจากข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่าบ้านเราช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2562 มีรายงานพบผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือคาดว่าน่าจะเป็นโรคหัดมากถึง 9,255 ราย และเสียชีวิตแล้ว 25 ราย ดังนั้นโรคหัดจึงเป็นโรคที่เราไม่ควรชะล่าใจ


สาเหตุของโรคหัด


โรคหัดหรือไข้หัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม “พารามิคโซไวรัส” (Paramyxovirus) โดยเชื้อจะมาจากการที่ผู้ป่วยโรคหัดจามหรือไอ หากหายใจเอาละอองน้ำมูกและน้ำลายของผู้ป่วยเข้าไปก็จะเกิดการรับเชื้อ ซึ่งเชื้อจะเข้าไปเจริญเติบโตในเซลล์เยื่อบุลำคอและที่ปอด


อาการของโรคหัด


เด็กเป็นโรคหัด

โรคหัดในบุคคลวัยต่างๆ จะมีอาการแตกต่างกันไปบ้าง แต่ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่จะพบบางอาการที่คล้ายกัน ดังนี้


  • ช่วงแรกจะมีไข้สูง ไอ มีน้ำมูกไหล ตาแดง ถ้าในเด็กก็จะตาแฉะ
  • ต่อมาจะพบจุดขาวอมเทาที่กระพุ้งแก้ม
  • เมื่อผ่านไป 4 วันก็จะเกิดผื่นแดงนูนลามไปตามตัว
  • จากนั้นไม่เกิน 2 สัปดาห์ ผื่นและอาการต่างๆ ก็จะหายได้เอง

อาการโรคหัดในผู้ใหญ่


ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรับวัคซีนป้องกันโรคหัด และไม่เคยเป็นไข้หัดมาก่อน ส่วนมากเมื่อเป็นโรคหัดจะไม่ค่อยรุนแรงแต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะบางรายก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้


อาการออกหัดในทารก


เด็กทารกที่ติดโรคหัดหรือออกหัด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 8 เดือน เนื่องจากยังไม่ถึงวัยรับวัคซีน หรือแม่อาจเคยเป็นโรคหัดมาก่อนก็จะทำให้เด็กติดเชื้อได้ ซึ่งผื่นแดงมักจะขึ้นที่หลังหูของเด็กก่อน จากนั้นจึงลามไปตามตัวและแขนขา


อาการออกหัดในเด็ก


ฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่เกิดการระบาดของโรคหัดในเด็กมากเป็นพิเศษ ซึ่งช่วงแรกเด็กจะมีอาการคล้ายไข้หวัด ตัวร้อน มีไข้สูง มีอาการซึม ร้องกวนผิดปกติ จากนั้นจึงเกิดผดผื่นแดงขึ้น


ผื่นหัด


ลักษณะผื่นของโรคหัดโดยทั่วไปจะเป็นผื่นแดงๆ โดยเริ่มจากศีรษะและไล่ลงมากระจายไปทั่วตัว ซึ่งผื่นในช่วงแรกจะเป็นปื้นสีแดง แต่ต่อมาสีจะคล้ำขึ้น


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


อาการของโรคหัดมักจะเริ่มจากการมีไข้สูง หากไข้สูงติดต่อกันเกิน 2-3 วัน หรือหากสงสัยว่าเป็นไข้หัดให้รีบไปพบแพทย์ เพราะอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ ทั้งไม่อยากอาหาร ซึม ชัก หูมีอาการอักเสบ


consult doctor

การรักษาโรคหัด


รักษาโรคหัดโดยให้ยาตามอาการ

ปัจจุบันยังไม่มีตัวยาหรือวิธีรักษาโรคหัดโดยตรง เป็นแค่การรักษาไปตามอาการ คุณหมอจึงมักจะแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้านและทานยาตามอาการเท่านั้น


ยารักษาโรคหัด


  • ผู้เป็นโรคหัดที่มีอาการไข้ และปวดเนื้อตัวขณะออกหัด ควรกินยา “พาราเซตามอล” (Paracetamol) หรือยา “ไอบูโพรเฟน” (Ibuprofen)
  • ถ้ารู้สึกคันไม่ควรเกาผิวหนัง ควรทา “คาลาไมน์โลชั่น” (Calamine lotion)

buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคหัด


ผู้ป่วยโรคหัดควรพักผ่อน

Do


  • พักผ่อนมากๆ เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค และอยู่ในที่ที่ไม่มีแสงจ้ารบกวน เพราะขณะที่ออกหัดร่างกายจะไวต่อแสงเป็นพิเศษ
  • ผู้ที่ออกหัดควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
  • นำผ้านุ่มๆ ชุบน้ำมาทำความสะอาดรอบดวงตา เนื่องจากบางคนอาจมีภาวะเยื่อบุตาอักเสบหรือปวดที่เบ้าตา
  • ไม่ควรอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิเย็นจัด เพราะจะยิ่งทำให้คอแห้ง เจ็บคอ และไอ

Don’t


  • ปล่อยให้เล็บยาวและแกะเกาแผลบริเวณผิวหนัง
  • ถ้าคุณมีอาการรุนแรงเหล่านี้ขณะที่เป็นโรคหัด ห้ามนิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน เช่น
    • ท้องเสียรุนแรง
    • มีอาการเบลอไม่ค่อยรู้ตัว
    • หูอื้อ
    • หอบ เหนื่อยมาก
    • ชัก
    • มีเลือดออกจากทวารต่างๆ

การป้องกันโรคหัด


ผู้ที่เป็นโรคหัดหรือออกหัด เมื่อเกิดผื่นขึ้นแล้วควรกักตัวอย่างน้อย 4 วันเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ส่วนผู้ที่ยังไม่เป็นโรคหัดก็ควรป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยและสวมหน้ากากอนามัยเสมอ แต่วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดตั้งแต่เด็ก


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหัด


1. โรคหัดอันตรายไหม?


โรคหัดไม่จัดว่าอันตรายถึงชีวิต แต่พบว่าคนส่วนน้อยที่ออกหัดจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น


  • อาเจียนมาก
  • ท้องร่วง
  • มีอาการชักเนื่องจากไข้
  • มีอาการกล่องเสียงอักเสบ
  • มีอาการติดเชื้อที่หูชั้นกลางซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดหู
  • มีอาการปอดบวมเพราะติดเชื้อที่หลอดลมและปอด
  • ระบบประสาท และหัวใจถูกทำลาย ซึ่งจัดว่าเป็นอาการที่รุนแรงจนอาจถึงแก่ชีวิตได้

2. ลูกออกหัดอาบน้ำได้ไหม?


ไม่ควรอาบน้ำให้เด็กที่กำลังเป็นโรคหัดหรือออกหัด เพราะจะทำให้อุณหภูมิเด็กลดลงเร็วเกินไปจนเกิดอันตรายได้ เพียงเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลดก็เพียงพอแล้ว


3. ออกหัดกินยาเขียวได้ไหม?


ผลการศึกษาในปี 2548 ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่ายาเขียวไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัส จึงไม่จัดว่าเป็นยารักษาโรคหัด เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นให้ผื่นหัดออกมากทำให้หายเร็วขึ้น แต่หากดูแลตนเองไม่ดี หรือรักษาผิดวิธีก็จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้


4. ออกหัดแต่ไม่มีไข้ ปกติไหม?


ผู้ที่เป็นโรคหัดบางรายก็ไม่มีอาการไข้ ตัวไม่ร้อน ดังนั้นหากคุณมีอาการออกหัดอื่นๆ ก็ให้สันนิษฐานว่าอาจเป็นอาการไข้หัด


5.โรคหัดห้ามกินอะไร ไข้ออกผื่นห้ามกินอะไร?


ความเชื่อที่ว่าผู้ที่เป็นโรคหัดหรือมีผื่นหัด ไม่ควรกิน นม ไข่ และเนื้อสัตว์ เพราะแสลงหรือไม่ถูกกับโรคหัด แต่ความจริงแล้วผู้ที่เป็นโรคหัดควรกินอาหารให้หลากหลายโดยเฉพาะโปรตีนเหล่านี้ เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


นพ.ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย

นพ. ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย
(ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ)
โรงพยาบาลศิริราช
– คณะแพทยศาสตร์ รพ. พระมงกุฎเกล้าฯ
– University of Colorado Boulder, Science of Excercise
– Harvard University, Telemedicine
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • ฉัตรมงคล ส้มแป้น, ศริญญา ไชยยา, ภาวินี ด้วงเงิน (ผู้สรุปรายงาน) กลุ่มพัฒนาระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาโรคติดต่อ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. (2020). รายงานสถานการณ์โรคหัด ปี 2562-2563 (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มีนาคม 2563).https://ddc.moph.go.th/uploads/files/1245620200417062235.pdf
  • ดูแลตนเองเมื่อเป็นไข้ออกผื่น. (2010). http://www.klanghospital.go.th/index.php/2010-10-06-07-39-07.html
  • ผศ.พญ.เกษวดี ลาภพระ. (n.d.). ลมหนาว…วายร้ายของเจ้าตัวน้อย.https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=624
  • แพทย์ มช. เตือนประชาชนเฝ้าระวัง “โรคหัด”. (2019). https://web.med.cmu.ac.th/index.php/th/allarticle/25-hilight-news/604-2019-04-04-08-34-08
  • แพทย์หญิงภิรญา ใจดีเจริญ.(n.d.).โรคหัด (Measles). https://www.chularat3.com/knowledge_detail.php?lang=th&id=513
  • อ.ดร.นพ.นพพร อภิวัฒนากุล.(n.d.).โรคหัด (Measles). https://med.mahidol.ac.th/atrama/sites/default/files/public/pdf/column/Atrama33_Co2.pdf
ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคหัด (Measles)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคหัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม “พารามิคโซไวรัส” และยังถือว่าเป็นโรคที่ติดเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายที่สุด มักเกิดในคนที่ไม่ได้รับวัคซีม ดังนั้นจึงพบในเด็กเล็กมากที่สุดและพบได้ในผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรับวัคซีนด้วยเช่นกัน

  • การฉีดวัคซีนถือเป็นการป้องกันโรคหัดได้ดีที่สุด หากยังไม่เคยฉีดวัคซีนและใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคหัดให้เลี่ยงและอยู่ห่างผู้ป่วย เนื่องจากระยะที่ผู้ป่วยมีผื่นขึ้นจะเป็นระยะแพร่เชื้อได้ดีที่สุดเพียงแค่ไอ จาม เมื่อสูดดมละอองในอาการร่วมกัน ก็ทำให้ติดเชื้อได้

  • หลายคนมักคิดว่ายาเขียวช่วยรักษาไข้หัด แต่ความจริงแล้วยาเขียวไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัส เพียงแค่ทำให้ผื่นหัดออกเยอะ จึงหายไวขึ้น แต่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอีกมากมาย จึงควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี



Table of Contents
โรคหัดคืออะไร?
สาเหตุของโรคหัด

อาการของโรคหัด
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคหัด
ยารักษาโรคหัด
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคหัด
การป้องกันโรคหัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหัด


โรคหัดคืออะไร?


โรคหัด ไข้หัด หรือไข้ออกหัด (ภาษาอังกฤษเรียกว่า Measles) คือโรคติดต่อซึ่งจะเกิดกับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน มักพบได้มากในเด็กเล็กและโดยทั่วไปอาการจะไม่รุนแรง แต่เนื่องจากโรคหัดเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายที่สุดในกลุ่มโรคติดเชื้อทั้งหมด แถมยังติดได้ง่ายกว่าโรคหวัดอีกด้วย จึงทำให้แม้แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถติดได้ และจากข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่าบ้านเราช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2562 มีรายงานพบผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือคาดว่าน่าจะเป็นโรคหัดมากถึง 9,255 ราย และเสียชีวิตแล้ว 25 ราย ดังนั้นโรคหัดจึงเป็นโรคที่เราไม่ควรชะล่าใจ


สาเหตุของโรคหัด


โรคหัดหรือไข้หัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม “พารามิคโซไวรัส” (Paramyxovirus) โดยเชื้อจะมาจากการที่ผู้ป่วยโรคหัดจามหรือไอ หากหายใจเอาละอองน้ำมูกและน้ำลายของผู้ป่วยเข้าไปก็จะเกิดการรับเชื้อ ซึ่งเชื้อจะเข้าไปเจริญเติบโตในเซลล์เยื่อบุลำคอและที่ปอด


อาการของโรคหัด


เด็กเป็นโรคหัด

โรคหัดในบุคคลวัยต่างๆ จะมีอาการแตกต่างกันไปบ้าง แต่ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่จะพบบางอาการที่คล้ายกัน ดังนี้


  • ช่วงแรกจะมีไข้สูง ไอ มีน้ำมูกไหล ตาแดง ถ้าในเด็กก็จะตาแฉะ
  • ต่อมาจะพบจุดขาวอมเทาที่กระพุ้งแก้ม
  • เมื่อผ่านไป 4 วันก็จะเกิดผื่นแดงนูนลามไปตามตัว
  • จากนั้นไม่เกิน 2 สัปดาห์ ผื่นและอาการต่างๆ ก็จะหายได้เอง

อาการโรคหัดในผู้ใหญ่


ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรับวัคซีนป้องกันโรคหัด และไม่เคยเป็นไข้หัดมาก่อน ส่วนมากเมื่อเป็นโรคหัดจะไม่ค่อยรุนแรงแต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะบางรายก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้


อาการออกหัดในทารก


เด็กทารกที่ติดโรคหัดหรือออกหัด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 8 เดือน เนื่องจากยังไม่ถึงวัยรับวัคซีน หรือแม่อาจเคยเป็นโรคหัดมาก่อนก็จะทำให้เด็กติดเชื้อได้ ซึ่งผื่นแดงมักจะขึ้นที่หลังหูของเด็กก่อน จากนั้นจึงลามไปตามตัวและแขนขา


อาการออกหัดในเด็ก


ฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่เกิดการระบาดของโรคหัดในเด็กมากเป็นพิเศษ ซึ่งช่วงแรกเด็กจะมีอาการคล้ายไข้หวัด ตัวร้อน มีไข้สูง มีอาการซึม ร้องกวนผิดปกติ จากนั้นจึงเกิดผดผื่นแดงขึ้น


ผื่นหัด


ลักษณะผื่นของโรคหัดโดยทั่วไปจะเป็นผื่นแดงๆ โดยเริ่มจากศีรษะและไล่ลงมากระจายไปทั่วตัว ซึ่งผื่นในช่วงแรกจะเป็นปื้นสีแดง แต่ต่อมาสีจะคล้ำขึ้น


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


อาการของโรคหัดมักจะเริ่มจากการมีไข้สูง หากไข้สูงติดต่อกันเกิน 2-3 วัน หรือหากสงสัยว่าเป็นไข้หัดให้รีบไปพบแพทย์ เพราะอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ ทั้งไม่อยากอาหาร ซึม ชัก หูมีอาการอักเสบ


consult doctor

การรักษาโรคหัด


รักษาโรคหัดโดยให้ยาตามอาการ

ปัจจุบันยังไม่มีตัวยาหรือวิธีรักษาโรคหัดโดยตรง เป็นแค่การรักษาไปตามอาการ คุณหมอจึงมักจะแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้านและทานยาตามอาการเท่านั้น


ยารักษาโรคหัด


  • ผู้เป็นโรคหัดที่มีอาการไข้ และปวดเนื้อตัวขณะออกหัด ควรกินยา “พาราเซตามอล” (Paracetamol) หรือยา “ไอบูโพรเฟน” (Ibuprofen)
  • ถ้ารู้สึกคันไม่ควรเกาผิวหนัง ควรทา “คาลาไมน์โลชั่น” (Calamine lotion)

buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคหัด


ผู้ป่วยโรคหัดควรพักผ่อน

Do


  • พักผ่อนมากๆ เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค และอยู่ในที่ที่ไม่มีแสงจ้ารบกวน เพราะขณะที่ออกหัดร่างกายจะไวต่อแสงเป็นพิเศษ
  • ผู้ที่ออกหัดควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
  • นำผ้านุ่มๆ ชุบน้ำมาทำความสะอาดรอบดวงตา เนื่องจากบางคนอาจมีภาวะเยื่อบุตาอักเสบหรือปวดที่เบ้าตา
  • ไม่ควรอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิเย็นจัด เพราะจะยิ่งทำให้คอแห้ง เจ็บคอ และไอ

Don’t


  • ปล่อยให้เล็บยาวและแกะเกาแผลบริเวณผิวหนัง
  • ถ้าคุณมีอาการรุนแรงเหล่านี้ขณะที่เป็นโรคหัด ห้ามนิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน เช่น
    • ท้องเสียรุนแรง
    • มีอาการเบลอไม่ค่อยรู้ตัว
    • หูอื้อ
    • หอบ เหนื่อยมาก
    • ชัก
    • มีเลือดออกจากทวารต่างๆ

การป้องกันโรคหัด


ผู้ที่เป็นโรคหัดหรือออกหัด เมื่อเกิดผื่นขึ้นแล้วควรกักตัวอย่างน้อย 4 วันเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ส่วนผู้ที่ยังไม่เป็นโรคหัดก็ควรป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยและสวมหน้ากากอนามัยเสมอ แต่วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดตั้งแต่เด็ก


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหัด


1. โรคหัดอันตรายไหม?


โรคหัดไม่จัดว่าอันตรายถึงชีวิต แต่พบว่าคนส่วนน้อยที่ออกหัดจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น


  • อาเจียนมาก
  • ท้องร่วง
  • มีอาการชักเนื่องจากไข้
  • มีอาการกล่องเสียงอักเสบ
  • มีอาการติดเชื้อที่หูชั้นกลางซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดหู
  • มีอาการปอดบวมเพราะติดเชื้อที่หลอดลมและปอด
  • ระบบประสาท และหัวใจถูกทำลาย ซึ่งจัดว่าเป็นอาการที่รุนแรงจนอาจถึงแก่ชีวิตได้

2. ลูกออกหัดอาบน้ำได้ไหม?


ไม่ควรอาบน้ำให้เด็กที่กำลังเป็นโรคหัดหรือออกหัด เพราะจะทำให้อุณหภูมิเด็กลดลงเร็วเกินไปจนเกิดอันตรายได้ เพียงเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลดก็เพียงพอแล้ว


3. ออกหัดกินยาเขียวได้ไหม?


ผลการศึกษาในปี 2548 ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่ายาเขียวไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัส จึงไม่จัดว่าเป็นยารักษาโรคหัด เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นให้ผื่นหัดออกมากทำให้หายเร็วขึ้น แต่หากดูแลตนเองไม่ดี หรือรักษาผิดวิธีก็จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้


4. ออกหัดแต่ไม่มีไข้ ปกติไหม?


ผู้ที่เป็นโรคหัดบางรายก็ไม่มีอาการไข้ ตัวไม่ร้อน ดังนั้นหากคุณมีอาการออกหัดอื่นๆ ก็ให้สันนิษฐานว่าอาจเป็นอาการไข้หัด


5.โรคหัดห้ามกินอะไร ไข้ออกผื่นห้ามกินอะไร?


ความเชื่อที่ว่าผู้ที่เป็นโรคหัดหรือมีผื่นหัด ไม่ควรกิน นม ไข่ และเนื้อสัตว์ เพราะแสลงหรือไม่ถูกกับโรคหัด แต่ความจริงแล้วผู้ที่เป็นโรคหัดควรกินอาหารให้หลากหลายโดยเฉพาะโปรตีนเหล่านี้ เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


นพ.ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย

นพ. ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย
(ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ)
โรงพยาบาลศิริราช
– คณะแพทยศาสตร์ รพ. พระมงกุฎเกล้าฯ
– University of Colorado Boulder, Science of Excercise
– Harvard University, Telemedicine
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • ฉัตรมงคล ส้มแป้น, ศริญญา ไชยยา, ภาวินี ด้วงเงิน (ผู้สรุปรายงาน) กลุ่มพัฒนาระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาโรคติดต่อ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. (2020). รายงานสถานการณ์โรคหัด ปี 2562-2563 (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มีนาคม 2563).https://ddc.moph.go.th/uploads/files/1245620200417062235.pdf
  • ดูแลตนเองเมื่อเป็นไข้ออกผื่น. (2010). http://www.klanghospital.go.th/index.php/2010-10-06-07-39-07.html
  • ผศ.พญ.เกษวดี ลาภพระ. (n.d.). ลมหนาว…วายร้ายของเจ้าตัวน้อย.https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=624
  • แพทย์ มช. เตือนประชาชนเฝ้าระวัง “โรคหัด”. (2019). https://web.med.cmu.ac.th/index.php/th/allarticle/25-hilight-news/604-2019-04-04-08-34-08
  • แพทย์หญิงภิรญา ใจดีเจริญ.(n.d.).โรคหัด (Measles). https://www.chularat3.com/knowledge_detail.php?lang=th&id=513
  • อ.ดร.นพ.นพพร อภิวัฒนากุล.(n.d.).โรคหัด (Measles). https://med.mahidol.ac.th/atrama/sites/default/files/public/pdf/column/Atrama33_Co2.pdf