MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

ลอราซีแพม (Lorazepam)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • Lorazepam เป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ตัวยาจะออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลาง ใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ หรือที่เรียกว่ายานอนหลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้รักษาโรควิตกกังวล เพราะตัวยามีฤทธิ์ช่วยให้ผ่อนคลาย

  • การออกฤทธิ์ของยา Lorazepam ตัวยาจะไปยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทที่เรียกว่า GABA ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ร่างกายตื่นตัว เมื่อทานแล้วจะทำให้ลดความกังวล ผ่อนคลาย นอนหลับได้ คลายกล้ามเนื้อ

  • เมื่อทานแล้วอาจทำให้มีอาการง่วงซึม จึงห้ามขับรถหรือทำกิจกรรมเสี่ยงอันตราย รวมถึงห้ามรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้อาการง่วงซึมรุนแรงได้



Table of Contents
Lorazepam คือยาอะไร?
ชื่อทางการค้าของยา Lorazepam
การออกฤทธิ์ของยา Lorazepam
รูปแบบของยา Lorazepam
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้ยา Lorazepam
ข้อควรระวังในการใช้ยา Lorazepam
ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Lorazepam
ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Lorazepam
ใช้ยา Lorazepam เกินขนาดควรทำอย่างไร?
ลืมกินยา Lorazepam ต้องทำอย่างไร?
การหยุดยา Lorazepam
การเก็บรักษายา Lorazepam
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Lorazepam


Lorazepam คือยาอะไร?


Lorazepam (ลอราซีแพม) เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่ม Benzodiazepine (เบนโซไดอะซีปีน) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์กับประสาทส่วนกลาง ทำให้ผ่อนคลาย ทางการแพทย์ใช้ Lorazepam มารักษาผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับ ผู้ป่วยที่เป็นโรควิตกกังวล รวมถึงนำมาใช้เพื่อช่วยผ่อนคลายความกังวลให้ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือทำเคมีบำบัด


ชื่อทางการค้าของยา Lorazepam


ชื่อทางการค้าที่คนไทยรู้จักกันดีของยา Lorazepam คือ เอติแวน (Ativan) ทั้งนี้ยังมีการจัดจำหน่ายในชื่ออื่นๆ อีก เช่น Anta (แอนตา), Lora (ลอรา), Loravan (ลอราแวน), Ora (ออรา) และ Vemed (วีเมด)


การออกฤทธิ์ของยา Lorazepam


ยา Lorazepam แบบเม็ด

Lorazepam เป็นยาที่ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง โดยตัวยาจะทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทที่เรียกว่า GABA (Gamma Aminobutyric Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติทำให้ระบบประสาทตื่นตัว ช่วยให้สามารถลดอาการวิตกกังวล ทำให้ง่วงหลับ ต้านอาการชัก และคลายกล้ามเนื้อ


รูปแบบของยา Lorazepam


ยาลอราซีแพมมีทั้งในรูปแบบยาเม็ด ยาน้ำ และยาฉีด โดยยา Lorazepam ในรูปแบบยาฉีดนั้นจะใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อรักษาอาการชักที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานเท่านั้น โดยในประเทศไทยจะมีจัดจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ดขนาด 0.5, 1 และ 2 มิลลิกรัม



ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้ยา Lorazepam


โดยขนาดรับประทานที่เหมาะสมแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับอาการและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา


ข้อควรระวังในการใช้ยา Lorazepam


  • เมื่อรับประทานยา Lorazepam อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม จึงไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ รวมถึงทำงานที่เสี่ยงอันตราย เช่น การใช้เครื่องจักรกล เพื่อความปลอดภัย

  • ยา Lorazepam เป็นยาที่ออกฤทธิ์กดระบบประสาท ดังนั้นจึงอาจทำให้เกิดการเสพติดได้ การรับประทานยาจึงควรเป็นไปตามปริมาณและระยะเวลาที่แพทย์ประจำตัวแนะนำ

  • หากมีความจำเป็นที่จะต้องหยุดใช้ยา Lorazepam หลังจากที่ใช้มาเป็นระยะเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการหยุดใช้ยาทุกครั้ง เพื่อป้องกันอาการถอนยา

  • ระวังการใช้ยานี้ในผู้สูงอายุ ผู้เป็นโรคลมชัก ผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต และผู้ป่วยด้วยระบบทางเดินหายใจบกพร่อง

  • ระวังการใช้ยานี้ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยาเสพติดกลุ่มอื่นๆ เพราะจะเพิ่มผลข้างเคียงต่อจิตประสาทมากยิ่งขึ้น

  • หากมีอาการนอนไม่หลับ เกิดภาพหลอน หรือมีพฤติกรรมที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น เดินเซ หรือมีไข้ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อหยุดใช้ยา

ยา Lorazepam รักษาอาการนอนไม่หลับ

ผู้ที่สามารถใช้ยา Lorazepam ได้


  • ผู้ป่วยโรควิตกกังวลหรือผู้ที่มีความวิตกกังวลซึ่งเป็นผลจากระดับสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุลกัน
  • ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับเนื่องจากความวิตกกังวล
  • ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือการทำเคมีบำบัด
  • ผู้ป่วยในกลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (IBS)
  • ผู้ป่วยที่มีสภาวะอยู่ไม่สุข กายใจไม่สงบ เนื่องจากการเลิกดื่มแอลกอฮอล์

ซึ่งจะต้องอยู่ภายใตการดูแลของแพทย์เท่านั้น


ผู้ที่ไม่ควรใช้ยา Lorazepam


  • ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ยาชนิดนี้หรือแพ้สารออกฤทธิ์ของยา Lorazepam ในรูปแบบเม็ด หรือยาในกลุ่ม Benzodiazepines
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ (Liver disease) และโรคไต (Kidney disease)
  • ผู้ที่ป่วยเป็นต้อหินชนิดมุมปิด (Narrow-angle glaucoma)
  • ผู้ป่วยที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea)
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอมจี (Myasthenia gravis: MG)
  • ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (Arteriosclerosis)
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ต้องให้นมบุตร หรือผู้หญิงที่วางแผนการมีบุตร

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Lorazepam


  • ผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงจากการใช้ยา Lorazepam สามารถทานยาต่อได้ หากกังวลสามารถปรึกษาแพทย์และเภสัชกร
    • มีอาการง่วงซึมระหว่างวัน
    • อาการมึนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
    • อารมณ์ไม่คงที่
    • อาจมีอาการด้านการทรงตัว เดินเซ

  • ผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยา Lorazepam ซึ่งพบได้น้อยมากในผู้ที่ทานยา ส่วนใหญ่จะพบในผู้ที่ทานยาปริมาณสูงๆ หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ทันที
    • มีอาการหายใจลำบาก หายใจช้าหรือหายใจตื้นๆ
    • มีอาการตัวเหลืองหรือตาเหลือง เป็นสัญญาณบ่งบอกปัญหาเกี่ยวกับตับ
    • มีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำสิ่งต่างๆ หรือภาวะความจำเสื่อม
    • มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน
    • มีอารมณ์แปรปรวนรุนแรง เช่น พูดไม่หยุด ตื่นเต้น อารมณ์ฉุนเฉียว อาจรุนแรงมากในเด็กหรือผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
    • อาการบวมบริเวณใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ
    • มีผื่นแดงขึ้นที่ผิว บวม พุงพอง หรือผิวหนังหลุดลอก

หากมีอาการแพ้ยาควรไปพบแพทย์หรือปรึกษาแพทย์ออนไลน์ได้ที่ Raksa


consult doctor

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Lorazepam


  • ยาแก้ปวด Codein, Co-codamol และ Co-drydamol เพราะหากทานคู่กับ Lorazepam จะทำให้ยิ่งมีอาการง่วงซึม
  • ยาที่ใช้รักษาอาการแพ้หรือโรคภูมิแพ้ เช่น Brompheniramine, Chlorpheniramine, Triprolidine เนื่องจากสามารถเพิ่มความรุนแรงของผลข้างเคียงของยา Lorazepam ให้มากขึ้น เช่น การกดการทำงานของสมอง
  • ยากลุ่ม Benzodiazepine ด้วยกัน เช่น Diazepam
  • ยาลดน้ำมูกบางตัว เช่น Phenylephrine, Pseudoephedrine เพราะอาจทำให้การออกฤทธิ์ของยา Lorazepam ในด้านการสงบประสาทลดน้อยลง
  • ยารักษาวัณโรคหรืออาการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณจมูก ลำคอ อย่างยา Rifampicin เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของ Lorazepam ลดลง

ใช้ยา Lorazepam เกินขนาดควรทำอย่างไร?


ตาพร่ามัวจากการทานยา Lorazepam เกินขนาด

การใช้ยา Lorazepam เกินขนาดอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต โดยอาการแสดงของการใช้ยา Lorazepam เกินขนาด คือ


  • ง่วงซึม สับสน งุนงง วิตกกังวล
  • มือสั่น ชัก หัวใจเต้นช้า
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือหดเกร็ง
  • ตาพร่ามัว
  • เดินเซ อ่อนแรง Reflex ลดลง
  • ความดันโลหิตลดลง
  • อาจกดการหายใจ และมีอาการโคม่า หมดสติ ร่างกายไม่ตอบสนอง

หากผู้ใช้ยามีอาการดังกล่าวหรือพบเห็นบุคคลต้องสงสัยว่ากินยา Lorazepam เกินขนาดควรนำส่งโรงพยาบาลทันที


ลืมกินยา Lorazepam ต้องทำอย่างไร?


หากลืมกินยา ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็นสองเท่า สามารถกินยาในปริมาณปกติแม้จะกินในเวลาที่ใกล้เคียงกับเวลาการกินยาเดิม


การหยุดยา Lorazepam


สำหรับการเลิกยา Lorazepam แพทย์จะใช้วิธีค่อยๆ ลดขนาดยาลง โดยอัตราการลดจะขึ้นอยู่กับขนาดยาที่ใช้ก่อนที่จะเลิกยา หากรับประทานยา Lorazepam ต่อเนื่องมาหลายปี ก็จะต้องค่อยๆ ใช้เวลาในการลดขนาดยาลงจนสามารถหยุดยาได้นานกว่าระยะเวลาที่ใช้ยา โดยในระหว่างที่ลดขนาดยาที่ใช้ต่อวันลงนั้น ผู้ป่วยอาจจะมีอาการกระวนกระวาย นอนไม่หลับร่วมด้วย


การเก็บรักษายา Lorazepam


สามารถเก็บยา Lorazepam ในอุณหภูมิห้อง โดยควรเก็บให้พ้นแสงแดดและความชื้น รวมถึงเก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเสมอ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Lorazepam


1. ยา Lorazepam หยุดทานเองได้ไหม?


ไม่ควรหยุดใช้ยา Lorazepam เองทันทีโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการขาดยา เช่น อาการชัก รวมถึงการทานยา Lorazepam เป็นเวลานานจะต้องหยุดยาโดยการค่อยๆ ลดปริมาณลง


2. Lorazepam มีขายในร้านขายยาหรือไม่?


ยา Lorazepam จัดเป็นยาที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 3 หรือประเภท 4 ต้องซื้อจากร้านขายยาที่ได้รับใบอนุญาตให้ขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 เท่านั้น ซึ่งจะมีป้าย “สถานที่ขายวัตถุออกฤทธิ์” ติดแสดงอย่างชัดเจน พร้อมทั้งต้องมีใบสั่งจ่ายจากแพทย์และมีเภสัชกรเป็นผู้จ่ายยาตามคำสั่งของแพทย์ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง


3. กินเหล้าแล้วกินยา Lorazepam ได้หรือไม่?


การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานยา Lorazepam อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ได้แก่ อาการง่วงซึม สับสน อารมณ์ไม่คงที่ และในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้มีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ และมีอาการโคม่าถึงขั้นเสียชีวิตได้


4. Diazepam กับ Lorazepam ต่างกันอย่างไร?


Lorazepam และ Diazepam เป็นยาในกลุ่ม Benzodiazepines (BZDs) ที่สามารถใช้เพื่อลดอาการวิตกกังวลและทำให้ง่วงหลับได้ โดยยาทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันตามความสั้น-ยาวในการออกฤทธิ์ของยา โดยยา Lorazepam จัดอยู่ในกลุ่ม Short acting คือ ออกฤทธิ์นาน 6-8 ชั่วโมง ในขณะที่ยา Diazepam จัดอยู่ในกลุ่ม Long acting ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ได้นานเกินหนึ่งวัน


5. Lorazepam กับ Alprazolam ต่างกันอย่างไร?


Lorazepam และ Alprazolam เป็นยาในกลุ่ม Benzodiazepines (BZDs) ที่สามารถใช้เพื่อลดอาการวิตกกังวลและทำให้ง่วงหลับได้ โดยยาทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันตามความสั้น-ยาวในการออกฤทธิ์ของยา โดยยา Lorazepam จัดอยู่ในกลุ่ม Short acting คือ ออกฤทธิ์นาน 6-8 ชั่วโมง ในขณะที่ยา Alprazolam จัดอยู่ในกลุ่ม Ultrashort acting ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์แรงแต่ออกฤทธิ์เร็วจึงมีฤทธิ์อยู่ได้ราวๆ 4-6 ชั่วโมง โดยยาทั้ง 2 ชนิดต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
เดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan)
เซทิริซีน (Cetirizine)
เมโทรนิดาโซล (Methonidazole)




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



พญ. บุฑบท พฤกษาพนาชาติ (จิตแพทย์)
โรงพยาบาลนครพิงค์
พบ. เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วว. จิตเวชเด็กและวัยรุ่น รพ.รามาธิบดี
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • Lilly Pitanupong. (2016). ยาจิตเวช episode 3 ( ตอนอวสาน). https://www.facebook.com/lilly.pitanupong/posts/1098296046907036
  • Lorazepam Dosage. (2021). https://www.drugs.com/dosage/lorazepam.html
  • Lorazepam. (n.d.). https://go.drugbank.com/drugs/DB00186
  • Lorazepam. (n.d.). http://www.paphayomhospital.go.th/medicine/file/Lorazepam.pdf
  • Lorazepam (ลอราซีแพม). (2020). https://hd.co.th/lorazepam
  • LORAZEPAM (ลอราซีแพม). (n.d.). https://www.pobpad.com/lorazepam
  • Rita Ghelani. (2019) .Can you take other medicines with lorazepam?. https://www.netdoctor.co.uk/medicines/antidepressants/a29014/lorazepam-with-other-medicines/
ผู้เขียน
Raksa Content Team

ลอราซีแพม (Lorazepam)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • Lorazepam เป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ตัวยาจะออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลาง ใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ หรือที่เรียกว่ายานอนหลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้รักษาโรควิตกกังวล เพราะตัวยามีฤทธิ์ช่วยให้ผ่อนคลาย

  • การออกฤทธิ์ของยา Lorazepam ตัวยาจะไปยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทที่เรียกว่า GABA ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ร่างกายตื่นตัว เมื่อทานแล้วจะทำให้ลดความกังวล ผ่อนคลาย นอนหลับได้ คลายกล้ามเนื้อ

  • เมื่อทานแล้วอาจทำให้มีอาการง่วงซึม จึงห้ามขับรถหรือทำกิจกรรมเสี่ยงอันตราย รวมถึงห้ามรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้อาการง่วงซึมรุนแรงได้



Table of Contents
Lorazepam คือยาอะไร?
ชื่อทางการค้าของยา Lorazepam
การออกฤทธิ์ของยา Lorazepam
รูปแบบของยา Lorazepam
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้ยา Lorazepam
ข้อควรระวังในการใช้ยา Lorazepam
ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Lorazepam
ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Lorazepam
ใช้ยา Lorazepam เกินขนาดควรทำอย่างไร?
ลืมกินยา Lorazepam ต้องทำอย่างไร?
การหยุดยา Lorazepam
การเก็บรักษายา Lorazepam
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Lorazepam


Lorazepam คือยาอะไร?


Lorazepam (ลอราซีแพม) เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่ม Benzodiazepine (เบนโซไดอะซีปีน) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์กับประสาทส่วนกลาง ทำให้ผ่อนคลาย ทางการแพทย์ใช้ Lorazepam มารักษาผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับ ผู้ป่วยที่เป็นโรควิตกกังวล รวมถึงนำมาใช้เพื่อช่วยผ่อนคลายความกังวลให้ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือทำเคมีบำบัด


ชื่อทางการค้าของยา Lorazepam


ชื่อทางการค้าที่คนไทยรู้จักกันดีของยา Lorazepam คือ เอติแวน (Ativan) ทั้งนี้ยังมีการจัดจำหน่ายในชื่ออื่นๆ อีก เช่น Anta (แอนตา), Lora (ลอรา), Loravan (ลอราแวน), Ora (ออรา) และ Vemed (วีเมด)


การออกฤทธิ์ของยา Lorazepam


ยา Lorazepam แบบเม็ด

Lorazepam เป็นยาที่ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง โดยตัวยาจะทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทที่เรียกว่า GABA (Gamma Aminobutyric Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติทำให้ระบบประสาทตื่นตัว ช่วยให้สามารถลดอาการวิตกกังวล ทำให้ง่วงหลับ ต้านอาการชัก และคลายกล้ามเนื้อ


รูปแบบของยา Lorazepam


ยาลอราซีแพมมีทั้งในรูปแบบยาเม็ด ยาน้ำ และยาฉีด โดยยา Lorazepam ในรูปแบบยาฉีดนั้นจะใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อรักษาอาการชักที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานเท่านั้น โดยในประเทศไทยจะมีจัดจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ดขนาด 0.5, 1 และ 2 มิลลิกรัม



ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้ยา Lorazepam


โดยขนาดรับประทานที่เหมาะสมแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับอาการและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา


ข้อควรระวังในการใช้ยา Lorazepam


  • เมื่อรับประทานยา Lorazepam อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม จึงไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ รวมถึงทำงานที่เสี่ยงอันตราย เช่น การใช้เครื่องจักรกล เพื่อความปลอดภัย

  • ยา Lorazepam เป็นยาที่ออกฤทธิ์กดระบบประสาท ดังนั้นจึงอาจทำให้เกิดการเสพติดได้ การรับประทานยาจึงควรเป็นไปตามปริมาณและระยะเวลาที่แพทย์ประจำตัวแนะนำ

  • หากมีความจำเป็นที่จะต้องหยุดใช้ยา Lorazepam หลังจากที่ใช้มาเป็นระยะเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการหยุดใช้ยาทุกครั้ง เพื่อป้องกันอาการถอนยา

  • ระวังการใช้ยานี้ในผู้สูงอายุ ผู้เป็นโรคลมชัก ผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต และผู้ป่วยด้วยระบบทางเดินหายใจบกพร่อง

  • ระวังการใช้ยานี้ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยาเสพติดกลุ่มอื่นๆ เพราะจะเพิ่มผลข้างเคียงต่อจิตประสาทมากยิ่งขึ้น

  • หากมีอาการนอนไม่หลับ เกิดภาพหลอน หรือมีพฤติกรรมที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น เดินเซ หรือมีไข้ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อหยุดใช้ยา

ยา Lorazepam รักษาอาการนอนไม่หลับ

ผู้ที่สามารถใช้ยา Lorazepam ได้


  • ผู้ป่วยโรควิตกกังวลหรือผู้ที่มีความวิตกกังวลซึ่งเป็นผลจากระดับสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุลกัน
  • ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับเนื่องจากความวิตกกังวล
  • ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือการทำเคมีบำบัด
  • ผู้ป่วยในกลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (IBS)
  • ผู้ป่วยที่มีสภาวะอยู่ไม่สุข กายใจไม่สงบ เนื่องจากการเลิกดื่มแอลกอฮอล์

ซึ่งจะต้องอยู่ภายใตการดูแลของแพทย์เท่านั้น


ผู้ที่ไม่ควรใช้ยา Lorazepam


  • ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ยาชนิดนี้หรือแพ้สารออกฤทธิ์ของยา Lorazepam ในรูปแบบเม็ด หรือยาในกลุ่ม Benzodiazepines
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ (Liver disease) และโรคไต (Kidney disease)
  • ผู้ที่ป่วยเป็นต้อหินชนิดมุมปิด (Narrow-angle glaucoma)
  • ผู้ป่วยที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea)
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอมจี (Myasthenia gravis: MG)
  • ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (Arteriosclerosis)
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ต้องให้นมบุตร หรือผู้หญิงที่วางแผนการมีบุตร

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Lorazepam


  • ผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงจากการใช้ยา Lorazepam สามารถทานยาต่อได้ หากกังวลสามารถปรึกษาแพทย์และเภสัชกร
    • มีอาการง่วงซึมระหว่างวัน
    • อาการมึนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
    • อารมณ์ไม่คงที่
    • อาจมีอาการด้านการทรงตัว เดินเซ

  • ผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยา Lorazepam ซึ่งพบได้น้อยมากในผู้ที่ทานยา ส่วนใหญ่จะพบในผู้ที่ทานยาปริมาณสูงๆ หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ทันที
    • มีอาการหายใจลำบาก หายใจช้าหรือหายใจตื้นๆ
    • มีอาการตัวเหลืองหรือตาเหลือง เป็นสัญญาณบ่งบอกปัญหาเกี่ยวกับตับ
    • มีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำสิ่งต่างๆ หรือภาวะความจำเสื่อม
    • มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน
    • มีอารมณ์แปรปรวนรุนแรง เช่น พูดไม่หยุด ตื่นเต้น อารมณ์ฉุนเฉียว อาจรุนแรงมากในเด็กหรือผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
    • อาการบวมบริเวณใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ
    • มีผื่นแดงขึ้นที่ผิว บวม พุงพอง หรือผิวหนังหลุดลอก

หากมีอาการแพ้ยาควรไปพบแพทย์หรือปรึกษาแพทย์ออนไลน์ได้ที่ Raksa


consult doctor

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Lorazepam


  • ยาแก้ปวด Codein, Co-codamol และ Co-drydamol เพราะหากทานคู่กับ Lorazepam จะทำให้ยิ่งมีอาการง่วงซึม
  • ยาที่ใช้รักษาอาการแพ้หรือโรคภูมิแพ้ เช่น Brompheniramine, Chlorpheniramine, Triprolidine เนื่องจากสามารถเพิ่มความรุนแรงของผลข้างเคียงของยา Lorazepam ให้มากขึ้น เช่น การกดการทำงานของสมอง
  • ยากลุ่ม Benzodiazepine ด้วยกัน เช่น Diazepam
  • ยาลดน้ำมูกบางตัว เช่น Phenylephrine, Pseudoephedrine เพราะอาจทำให้การออกฤทธิ์ของยา Lorazepam ในด้านการสงบประสาทลดน้อยลง
  • ยารักษาวัณโรคหรืออาการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณจมูก ลำคอ อย่างยา Rifampicin เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของ Lorazepam ลดลง

ใช้ยา Lorazepam เกินขนาดควรทำอย่างไร?


ตาพร่ามัวจากการทานยา Lorazepam เกินขนาด

การใช้ยา Lorazepam เกินขนาดอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต โดยอาการแสดงของการใช้ยา Lorazepam เกินขนาด คือ


  • ง่วงซึม สับสน งุนงง วิตกกังวล
  • มือสั่น ชัก หัวใจเต้นช้า
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือหดเกร็ง
  • ตาพร่ามัว
  • เดินเซ อ่อนแรง Reflex ลดลง
  • ความดันโลหิตลดลง
  • อาจกดการหายใจ และมีอาการโคม่า หมดสติ ร่างกายไม่ตอบสนอง

หากผู้ใช้ยามีอาการดังกล่าวหรือพบเห็นบุคคลต้องสงสัยว่ากินยา Lorazepam เกินขนาดควรนำส่งโรงพยาบาลทันที


ลืมกินยา Lorazepam ต้องทำอย่างไร?


หากลืมกินยา ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็นสองเท่า สามารถกินยาในปริมาณปกติแม้จะกินในเวลาที่ใกล้เคียงกับเวลาการกินยาเดิม


การหยุดยา Lorazepam


สำหรับการเลิกยา Lorazepam แพทย์จะใช้วิธีค่อยๆ ลดขนาดยาลง โดยอัตราการลดจะขึ้นอยู่กับขนาดยาที่ใช้ก่อนที่จะเลิกยา หากรับประทานยา Lorazepam ต่อเนื่องมาหลายปี ก็จะต้องค่อยๆ ใช้เวลาในการลดขนาดยาลงจนสามารถหยุดยาได้นานกว่าระยะเวลาที่ใช้ยา โดยในระหว่างที่ลดขนาดยาที่ใช้ต่อวันลงนั้น ผู้ป่วยอาจจะมีอาการกระวนกระวาย นอนไม่หลับร่วมด้วย


การเก็บรักษายา Lorazepam


สามารถเก็บยา Lorazepam ในอุณหภูมิห้อง โดยควรเก็บให้พ้นแสงแดดและความชื้น รวมถึงเก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเสมอ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Lorazepam


1. ยา Lorazepam หยุดทานเองได้ไหม?


ไม่ควรหยุดใช้ยา Lorazepam เองทันทีโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการขาดยา เช่น อาการชัก รวมถึงการทานยา Lorazepam เป็นเวลานานจะต้องหยุดยาโดยการค่อยๆ ลดปริมาณลง


2. Lorazepam มีขายในร้านขายยาหรือไม่?


ยา Lorazepam จัดเป็นยาที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 3 หรือประเภท 4 ต้องซื้อจากร้านขายยาที่ได้รับใบอนุญาตให้ขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 เท่านั้น ซึ่งจะมีป้าย “สถานที่ขายวัตถุออกฤทธิ์” ติดแสดงอย่างชัดเจน พร้อมทั้งต้องมีใบสั่งจ่ายจากแพทย์และมีเภสัชกรเป็นผู้จ่ายยาตามคำสั่งของแพทย์ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง


3. กินเหล้าแล้วกินยา Lorazepam ได้หรือไม่?


การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานยา Lorazepam อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ได้แก่ อาการง่วงซึม สับสน อารมณ์ไม่คงที่ และในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้มีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ และมีอาการโคม่าถึงขั้นเสียชีวิตได้


4. Diazepam กับ Lorazepam ต่างกันอย่างไร?


Lorazepam และ Diazepam เป็นยาในกลุ่ม Benzodiazepines (BZDs) ที่สามารถใช้เพื่อลดอาการวิตกกังวลและทำให้ง่วงหลับได้ โดยยาทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันตามความสั้น-ยาวในการออกฤทธิ์ของยา โดยยา Lorazepam จัดอยู่ในกลุ่ม Short acting คือ ออกฤทธิ์นาน 6-8 ชั่วโมง ในขณะที่ยา Diazepam จัดอยู่ในกลุ่ม Long acting ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ได้นานเกินหนึ่งวัน


5. Lorazepam กับ Alprazolam ต่างกันอย่างไร?


Lorazepam และ Alprazolam เป็นยาในกลุ่ม Benzodiazepines (BZDs) ที่สามารถใช้เพื่อลดอาการวิตกกังวลและทำให้ง่วงหลับได้ โดยยาทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันตามความสั้น-ยาวในการออกฤทธิ์ของยา โดยยา Lorazepam จัดอยู่ในกลุ่ม Short acting คือ ออกฤทธิ์นาน 6-8 ชั่วโมง ในขณะที่ยา Alprazolam จัดอยู่ในกลุ่ม Ultrashort acting ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์แรงแต่ออกฤทธิ์เร็วจึงมีฤทธิ์อยู่ได้ราวๆ 4-6 ชั่วโมง โดยยาทั้ง 2 ชนิดต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
เดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan)
เซทิริซีน (Cetirizine)
เมโทรนิดาโซล (Methonidazole)




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



พญ. บุฑบท พฤกษาพนาชาติ (จิตแพทย์)
โรงพยาบาลนครพิงค์
พบ. เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วว. จิตเวชเด็กและวัยรุ่น รพ.รามาธิบดี
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • Lilly Pitanupong. (2016). ยาจิตเวช episode 3 ( ตอนอวสาน). https://www.facebook.com/lilly.pitanupong/posts/1098296046907036
  • Lorazepam Dosage. (2021). https://www.drugs.com/dosage/lorazepam.html
  • Lorazepam. (n.d.). https://go.drugbank.com/drugs/DB00186
  • Lorazepam. (n.d.). http://www.paphayomhospital.go.th/medicine/file/Lorazepam.pdf
  • Lorazepam (ลอราซีแพม). (2020). https://hd.co.th/lorazepam
  • LORAZEPAM (ลอราซีแพม). (n.d.). https://www.pobpad.com/lorazepam
  • Rita Ghelani. (2019) .Can you take other medicines with lorazepam?. https://www.netdoctor.co.uk/medicines/antidepressants/a29014/lorazepam-with-other-medicines/