MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

ไม่ท้องไม่ติดโรค! ด้วยถุงยางอนามัยผู้หญิง ทางเลือกป้องกันตัวเองก่อนมีเซ็กซ์

KEY POINTS:


  • ถุงยางอนามัยผู้หญิงผลิตจากพลาสติกทดแทนยางธรรมชาติ หรือโพลียูรีเทน (Polyurethane) ที่มีความเหนียว แข็งแรง ยืดหยุ่น และทนต่อแรงดึงมากกว่าถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย

  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของถุงยางอนามัยทั้ง 2 แบบต่างกันอยู่ที่ 2% โดยถุงยางอนามัยผู้หญิงป้องกันได้ 95% ส่วนถุงยางอนามัยผู้ชายป้องกันได้ 97% ทั้งนี้ต้องใช้อย่างถูกต้อง หากใช้ผิด เปอร์เซ็นต์การป้องกันก็จะลดลง

  • นอกจากผู้หญิงสามารถใช้ได้แล้ว กรมควบคุมโรคยังได้ออกมาสนับสนุนให้กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ใช้ถุงยางผู้หญิงขณะมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกด้วย



Table of Contents
ถุงยางอนามัยผู้หญิงคืออะไร?
ลักษณะของถุงยางอนามัยผู้หญิง
ถุงยางอนามัยผู้หญิงเหมาะกับใคร
วิธีใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง
เทคนิกการใช้ถุงยางผู้หญิงอย่างถูกต้อง
ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเมื่อใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง (เทียบกับถุงยางอนามัยชาย)
ข้อดีและข้อเสียในการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง
ซื้อถุงยางอนามัยผู้หญิงได้จากที่ไหนบ้าง?
ถุงยางอนามัยผู้หญิงราคาเท่าไหร่?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงยางอนามัยผู้หญิง


การพกถุงยางอนามัยไม่ได้เป็นหน้าที่ของฝ่ายชายเสมอไป เพราะมี “ถุงยางอนามัยผู้หญิง” ที่สามารถนำมาใช้กับทั้งผู้หญิงรวมถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ แม้ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่นิยมมากนักเนื่องจากถุงยางผู้หญิงมีราคาค่อนข้างสูงและไม่มีจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปเหมือนถุงยางอนามัยชาย แต่สิทธิ์ที่จะป้องกันตัวเองก่อนมีเซ็กซ์เป็นของทุกคน นอกจากใช้ถุงยางอนามัยชายและการคุมกำเนิดแบบอื่นแล้ว ถุงยางอนามัยหญิงก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีอีกวิธีหนึ่ง มาทำความรู้จักถุงยางผู้หญิงให้มากขึ้นกันเลย


ถุงยางอนามัยผู้หญิงคืออะไร?


ถุงยางอนามัยผู้หญิง หรือ ถุงยางผู้หญิง (Female Condoms หรือ Internal Condoms) เป็นวิธีป้องกันการตั้งครรภ์แบบชั่วคราว โดยการสอดถุงยางผู้หญิงเข้าไปในช่องคลอด เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ในมดลูกขณะมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงใช้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วย


ถุงยางผู้หญิงมีความทนทานมากกว่าถุงยางอนามัยผู้ชาย มีอายุการใช้งานมากถึง 5 ปีหลังจากวันผลิต หากใช้อย่างถูกต้องสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 95% แถมยังสามารถใส่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ได้นานถึง 8 ชั่วโมง จึงไม่ทำให้ขัดอารมณ์ระหว่างทำกิจกรรม แต่ที่ไม่นิยมใช้เพราะหาซื้อยากและราคาสูงกว่าของผู้ชายนั่นเอง


ลักษณะของถุงยางอนามัยผู้หญิง


ถุงยางอนามัยผู้หญิงมีวงแหวน 2 ด้าน

ถุงยางอนามัยผู้หญิงมีลักษณะรูปร่างคล้ายกับถุงบางๆ มีห่วงวงแหวนอยู่ 2 ด้าน ปลายวงแหวนด้านหนึ่งจะเปิดและปลายวงแหวนอีกด้านจะปิด ส่วนปลายด้านที่ปิดจะเป็นด้านที่ถูกสอดเข้าไปในช่องคลอดของผู้หญิง และเหลือด้านปลายเปิดเอาไว้สำหรับการสอดใส่อวัยวะเพศชาย


โดยถุงยางอนามัยผู้หญิงผลิตจากพลาสติกทดแทนยางธรรมชาติ หรือโพลียูรีเทน (Polyurethane) ที่นิยมใช้ตัวย่อว่า PU ซึ่งมีความเหนียว แข็งแรง ทนต่อแรงดึง ยืดหยุ่นได้ดี เป็นพลาสติกตัวเดียวกันกับที่นำมาทำอุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิด


ถุงยางอนามัยผู้หญิงเหมาะกับใคร


ถุงยางผู้หญิงเหมาะสำหรับผู้หญิงทุกคน รวมถึงผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรก็สามารถใช้ได้ นอกจากนี้กรมควบคุมโรคยังมีการแนะนำให้ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) รวมทั้งสามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ต้นเหตุของโรคเอดส์ได้อีกด้วย


วิธีใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง


แม้วิธีใส่จะยุ่งยากกว่าถุงยางผู้ชายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค์หากศึกษาวิธีใส่อย่างถูกต้อง มาดูกันว่าถุงยางผู้หญิงใส่แบบไหน และมีขั้นตอนการใช้ที่แตกต่างจากถุงยางอนามัยชายอย่างไรบ้าง


  • ก่อนแกะถุงยางอนามัยออกจากซองผู้ใช้ต้องล้างมือให้สะอาด เมื่อฉีกซองออกมาแล้วสามารถทาสารหล่อลื่นหรือยาฆ่าเชื้ออสุจิลงบริเวณภายนอกของด้านปลายปิดได้ เพื่อช่วยลดโอกาสฉีกขาดขณะมีเพศสัมพันธ์

  • แกะถุงยางอนามัยออกจากซองอย่างระมัดระวัง ห้ามให้โดนซองหรือเล็บเพราะอาจทำให้ถุงยางมีรอยฉีกขาด

  • ให้อยู่ในท่าที่ใส่ถุงยางได้ถนัดที่สุด เช่น ท่ายืนวางขาบนเก้าอี้ 1 ข้าง ท่านั่งแยกขา หรือท่านอนชันเข่า จากนั้นใช้นิ้วมือด้านที่ถนัดจับห่วงด้านปลายปิด แล้วบีบห่วงยางเข้าหากันให้มีรูปร่างเล็กลง คล้ายการใส่ถ้วยอนามัย แล้วค่อยๆ นำใส่เข้าไปในช่องคลอดให้ลึกพอสมควรตามความรู้สึก จากนั้นใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางสอดเข้าไปภายในถุงยางพร้อมทั้งดันให้ก้นถุงยางเข้าไปลึกสุดจนชนปากมดลูก

  • ตรวจสอบถุงยางที่สอดเข้าไปด้านในว่าไม่บิดเบี้ยว พยายามจัดขอบห่วงด้านปลายปิดให้ครอบอยู่ตรงปากช่องคลอดอย่างพอดี ก็ถือเป็นอันเสร็จ

  • วิธีการถอดถุงยางเมื่อใช้เสร็จ หากมีน้ำอสุจิอยู่ข้างในถุง ให้ใช้มือข้างที่ถนัดจับห่วงด้านนอกแล้วหมุนปากถุงวนประมาณ 3-4 รอบจนปิดสนิท จากนั้นค่อยๆ ดึงถุงยางออกมาจากช่องคลอด โดยจะต้องระวังไม่ให้น้ำอสุจิไหลออกมา พอดึงออกมาได้แล้วให้ห่อด้วยกระดาษชำระอย่างมิดชิดก่อนจะนำไปทิ้งถังขยะ

เทคนิกการใช้ถุงยางผู้หญิงอย่างถูกต้อง


  • ควรใช้ถุงยางตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ไปจนสิ้นสุดกิจกรรม ห้ามถอดออกกลางคันเด็ดขาด
  • ศึกษาวิธีใช้จากข้างกล่อง และเช็กวันหมดอายุของถุงยางอนามัย ห้ามใช้ถุงยางที่หมดอายุแล้ว
  • ก่อนใส่เช็กให้แน่ใจว่าถุงยางไม่มีรอยฉีกขาด
  • หากใช้ถุงยางอนามัยหญิงแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยชายพร้อมกัน เพราะหากใช้ทั้งสองฝั่งจะทำให้ถุงยางฉีกขาดได้
  • หากมีเพศสัมผัสรอบใหม่ห้ามใช้ถุงยางอันเดิม ให้เปลี่ยนอันใหม่ทุกครั้ง
  • ห้ามเก็บถุงยางผู้หญิงไว้ในที่แสงแดดส่องถึง รวมถึงในอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นเกินไป และควรเก็บไว้ในที่แห้ง ป้องกันถุงยางเสื่อมสภาพ
  • ห้ามทิ้งถุงยางอนามัยลงชักโครกเพราะจะทำให้ท่อตัน หากใช้เสร็จให้ห่อด้วยกระดาษชำระและทิ้งถังขยะ

ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเมื่อใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง (เทียบกับถุงยางอนามัยชาย)


เทียบประสิทธิภาพของถุงยางผู้หญิงและถุงยางผู้ชาย

ถุงยางอนามัยผู้หญิง ถูกนำไปใช้ทั่วโลกกว่า 90 ประเทศ ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) โดยมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 95% หากใช้อย่างถูกต้อง ในขณะที่ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 97% เมื่อใช้อย่างถูกต้อง มีความต่างกันเพียง 2% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ดังนั้นถุงยางทั้ง 2 ชนิดจึงมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดใกล้เคียงกัน แต่หากใช้งานไม่ถูกต้องสามารถเกิดความผิดพลาดและตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ได้ 14-20% เลยทีเดียว


อย่างไรก็ตามถุงยางอนามัยทั้ง 2 แบบไม่สามารถป้องกันการตังครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ 100% ก่อนทำกิจกรรมกับคู่นอน ควรมีวิธีป้องกันตัวเองแบบอื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาคุมกำเนิด การใส่ห่วงคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด และศึกษาการใช้ถุงยางอย่างถูกต้อง เพราะการตั้งครรภ์ทั้งๆ ที่ใส่ถุงยางมักเกิดจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้องหรือความเชื่อผิดๆ บางอย่าง


consult doctor

ข้อดีและข้อเสียในการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง


ถุงยาผู้หญิงทนทาน ยืดหยุ่น

ข้อดีของการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง


  • เมื่อเทียบกับการทานยาคุมกำเนิด หรือวิธีคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเป็นตัวออกฤทธิ์ ถุงยางอนามัยผู้หญิงถือเป็นวิธีที่ไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย
  • ถุงยางผู้หญิงมีความคงตัวมากเป็นพิเศษ ฉีกขาด และหลุดได้ยาก แม้ว่าอวัยวะเพศชายจะหดตัวลงแล้วก็ตาม
  • สามารถทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้ง่าย เนื่องจากห่วงด้านนอกของถุงยางสามารถกระตุ้นคลิตอริสระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ได้
  • ผู้ที่แพ้ลาเท็กซ์ซึ่งเป็นยางที่นิยมนำมาผลิตถุงยางอนามัยผู้ชาย สามารถใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิงแทนได้ เพราะผลิตจากโพลียูรีเทนไม่ทำให้ระคายเคือง
  • สามารถใส่ไว้ล่วงหน้าก่อนมีเพศสัมพันธ์ได้นานถึง 8 ชั่วโมง และไม่จำเป็นต้องถอดออกทันทีหลังเสร็จกิจ จึงไม่ทำให้ขัดอารมณ์ระหว่างทำกิจกรรม
  • สามารถปัสสาวะขณะที่มีถุงยางผู้หญิงสอดในช่องคลอดได้
  • เป็นทางเลือกในการป้องกันให้กับผู้หญิงเอง แม้คู่นอนจะไม่อยากใส่ถุงยางป้องกันก็ตาม

ข้อเสียของการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง


  • อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณช่องคลอด รวมถึงอวัยวะเพศชายหรือทวารหนัก (กรณีมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก)
  • มีโอกาสหลุดเข้าไปในช่องคลอดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ได้
  • ผู้ที่ใช้ครั้งแรกอาจจะยากในการสวมใส่
  • อาจเกิดเสียงดังจากการเสียดสีของถุงยางระหว่างมีเพศสัมพันธ์ แต่แก้ได้ด้วยการใส่สารหล่อลื่น
  • มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคและการตั้งครรภ์น้อยกว่าถุงยางอนามัยชายเล็กน้อย
  • มีราคาสูงกว่าถุงยางผู้ชาย หาซื้อยากกว่า และส่วนใหญ่มีให้เลือกเพียงไซซ์เดียว

ซื้อถุงยางอนามัยผู้หญิงได้จากที่ไหนบ้าง?


ซื้อถุงยางอนามัยผู้หญิงออนไลน์สะดวกที่สุด

  • ร้านขายยา
  • คลินิกโรคทั่วไป
  • ห้างสรรพสินค้า
  • ตามเว็บไซต์หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ

buy drug online on raksa app

ถุงยางอนามัยผู้หญิงราคาเท่าไหร่?


จากการตรวจสอบพบว่าถุงยางอนามัยผู้หญิง ราคาเริ่มต้นที่ 150-300 บาทโดยประมาณ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงยางอนามัยผู้หญิง


1. ถุงยางอนามัยผู้หญิงต่างกับถุงยางอนามัยผู้ชายอย่างไร?


ถุงยางผู้หญิงจะมีขนาดใหญ่ มีห่วงวงแหวน 2 ด้าน ใช้ใส่เข้าไปในช่องคลอด ส่วนถุงยางผู้ชายจะมีห่วงด้านเดียว และใส่ครอบไปที่อวัยวะเพศชายขณะมีเพศสัมพันธ์ ทั้งสองแบบใช้ป้องกันการตั้งครรภ์โดยการกั้นไม่ให้สเปิร์มหรือตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่ในมดลูกได้เหมือนกัน


2. ถุงยางผู้หญิงคุมกำเนิดได้จริงหรือไม่?


สามารถคุมกำเนิดได้จริง หากใช้อย่างถูกต้อง ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดสูงถึง 95% แต่เมื่อนำมาใช้จริงบางคนใช้ถูกบ้างผิดบ้าง ทำให้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดตกลงมาที่ประมาณ 79-80% ดังนั้นควรศึกษาวิธีก่อนใช้งาน


3. ถุงยางผู้หญิงทำจากอะไร?


ผลิตจากพลาสติกทดแทนยางธรรมชาติ หรือโพลียูรีเทน (Polyurethane) ที่ใช้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ สำหรับผู้ที่แพ้ยางธรรมชาติหรือลาเท็กซ์ที่ใช้ผลิตถุงยางอนามัยผู้ชาย สามารถเปลี่ยนมาใช้ถุงยางผู้หญิงแทนได้


การจะเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดแบบไหนขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน ซึ่งถุงยางอนามัยผู้หญิงก็เป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว ที่ช่วยให้ผู้หญิงมีสิทธิ์เลือกป้องกันตัวเองได้ ทั้งจากการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงสามารถนำไปใช้ในกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักได้อีกด้วย ถือเป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมและทั่วถึงทุกเพศทุกวัย แม้จะหาซื้อได้ยากจากร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน แต่สามารถหาซื้อได้ง่ายจากช่องทางออนไลน์ในปัจจุบัน




แหล่งข้อมูล



ผู้เขียน
Raksa Content Team

ไม่ท้องไม่ติดโรค! ด้วยถุงยางอนามัยผู้หญิง ทางเลือกป้องกันตัวเองก่อนมีเซ็กซ์

KEY POINTS:


  • ถุงยางอนามัยผู้หญิงผลิตจากพลาสติกทดแทนยางธรรมชาติ หรือโพลียูรีเทน (Polyurethane) ที่มีความเหนียว แข็งแรง ยืดหยุ่น และทนต่อแรงดึงมากกว่าถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย

  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของถุงยางอนามัยทั้ง 2 แบบต่างกันอยู่ที่ 2% โดยถุงยางอนามัยผู้หญิงป้องกันได้ 95% ส่วนถุงยางอนามัยผู้ชายป้องกันได้ 97% ทั้งนี้ต้องใช้อย่างถูกต้อง หากใช้ผิด เปอร์เซ็นต์การป้องกันก็จะลดลง

  • นอกจากผู้หญิงสามารถใช้ได้แล้ว กรมควบคุมโรคยังได้ออกมาสนับสนุนให้กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ใช้ถุงยางผู้หญิงขณะมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกด้วย



Table of Contents
ถุงยางอนามัยผู้หญิงคืออะไร?
ลักษณะของถุงยางอนามัยผู้หญิง
ถุงยางอนามัยผู้หญิงเหมาะกับใคร
วิธีใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง
เทคนิกการใช้ถุงยางผู้หญิงอย่างถูกต้อง
ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเมื่อใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง (เทียบกับถุงยางอนามัยชาย)
ข้อดีและข้อเสียในการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง
ซื้อถุงยางอนามัยผู้หญิงได้จากที่ไหนบ้าง?
ถุงยางอนามัยผู้หญิงราคาเท่าไหร่?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงยางอนามัยผู้หญิง


การพกถุงยางอนามัยไม่ได้เป็นหน้าที่ของฝ่ายชายเสมอไป เพราะมี “ถุงยางอนามัยผู้หญิง” ที่สามารถนำมาใช้กับทั้งผู้หญิงรวมถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ แม้ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่นิยมมากนักเนื่องจากถุงยางผู้หญิงมีราคาค่อนข้างสูงและไม่มีจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปเหมือนถุงยางอนามัยชาย แต่สิทธิ์ที่จะป้องกันตัวเองก่อนมีเซ็กซ์เป็นของทุกคน นอกจากใช้ถุงยางอนามัยชายและการคุมกำเนิดแบบอื่นแล้ว ถุงยางอนามัยหญิงก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีอีกวิธีหนึ่ง มาทำความรู้จักถุงยางผู้หญิงให้มากขึ้นกันเลย


ถุงยางอนามัยผู้หญิงคืออะไร?


ถุงยางอนามัยผู้หญิง หรือ ถุงยางผู้หญิง (Female Condoms หรือ Internal Condoms) เป็นวิธีป้องกันการตั้งครรภ์แบบชั่วคราว โดยการสอดถุงยางผู้หญิงเข้าไปในช่องคลอด เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ในมดลูกขณะมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงใช้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วย


ถุงยางผู้หญิงมีความทนทานมากกว่าถุงยางอนามัยผู้ชาย มีอายุการใช้งานมากถึง 5 ปีหลังจากวันผลิต หากใช้อย่างถูกต้องสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 95% แถมยังสามารถใส่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ได้นานถึง 8 ชั่วโมง จึงไม่ทำให้ขัดอารมณ์ระหว่างทำกิจกรรม แต่ที่ไม่นิยมใช้เพราะหาซื้อยากและราคาสูงกว่าของผู้ชายนั่นเอง


ลักษณะของถุงยางอนามัยผู้หญิง


ถุงยางอนามัยผู้หญิงมีวงแหวน 2 ด้าน

ถุงยางอนามัยผู้หญิงมีลักษณะรูปร่างคล้ายกับถุงบางๆ มีห่วงวงแหวนอยู่ 2 ด้าน ปลายวงแหวนด้านหนึ่งจะเปิดและปลายวงแหวนอีกด้านจะปิด ส่วนปลายด้านที่ปิดจะเป็นด้านที่ถูกสอดเข้าไปในช่องคลอดของผู้หญิง และเหลือด้านปลายเปิดเอาไว้สำหรับการสอดใส่อวัยวะเพศชาย


โดยถุงยางอนามัยผู้หญิงผลิตจากพลาสติกทดแทนยางธรรมชาติ หรือโพลียูรีเทน (Polyurethane) ที่นิยมใช้ตัวย่อว่า PU ซึ่งมีความเหนียว แข็งแรง ทนต่อแรงดึง ยืดหยุ่นได้ดี เป็นพลาสติกตัวเดียวกันกับที่นำมาทำอุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิด


ถุงยางอนามัยผู้หญิงเหมาะกับใคร


ถุงยางผู้หญิงเหมาะสำหรับผู้หญิงทุกคน รวมถึงผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรก็สามารถใช้ได้ นอกจากนี้กรมควบคุมโรคยังมีการแนะนำให้ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) รวมทั้งสามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ต้นเหตุของโรคเอดส์ได้อีกด้วย


วิธีใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง


แม้วิธีใส่จะยุ่งยากกว่าถุงยางผู้ชายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค์หากศึกษาวิธีใส่อย่างถูกต้อง มาดูกันว่าถุงยางผู้หญิงใส่แบบไหน และมีขั้นตอนการใช้ที่แตกต่างจากถุงยางอนามัยชายอย่างไรบ้าง


  • ก่อนแกะถุงยางอนามัยออกจากซองผู้ใช้ต้องล้างมือให้สะอาด เมื่อฉีกซองออกมาแล้วสามารถทาสารหล่อลื่นหรือยาฆ่าเชื้ออสุจิลงบริเวณภายนอกของด้านปลายปิดได้ เพื่อช่วยลดโอกาสฉีกขาดขณะมีเพศสัมพันธ์

  • แกะถุงยางอนามัยออกจากซองอย่างระมัดระวัง ห้ามให้โดนซองหรือเล็บเพราะอาจทำให้ถุงยางมีรอยฉีกขาด

  • ให้อยู่ในท่าที่ใส่ถุงยางได้ถนัดที่สุด เช่น ท่ายืนวางขาบนเก้าอี้ 1 ข้าง ท่านั่งแยกขา หรือท่านอนชันเข่า จากนั้นใช้นิ้วมือด้านที่ถนัดจับห่วงด้านปลายปิด แล้วบีบห่วงยางเข้าหากันให้มีรูปร่างเล็กลง คล้ายการใส่ถ้วยอนามัย แล้วค่อยๆ นำใส่เข้าไปในช่องคลอดให้ลึกพอสมควรตามความรู้สึก จากนั้นใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางสอดเข้าไปภายในถุงยางพร้อมทั้งดันให้ก้นถุงยางเข้าไปลึกสุดจนชนปากมดลูก

  • ตรวจสอบถุงยางที่สอดเข้าไปด้านในว่าไม่บิดเบี้ยว พยายามจัดขอบห่วงด้านปลายปิดให้ครอบอยู่ตรงปากช่องคลอดอย่างพอดี ก็ถือเป็นอันเสร็จ

  • วิธีการถอดถุงยางเมื่อใช้เสร็จ หากมีน้ำอสุจิอยู่ข้างในถุง ให้ใช้มือข้างที่ถนัดจับห่วงด้านนอกแล้วหมุนปากถุงวนประมาณ 3-4 รอบจนปิดสนิท จากนั้นค่อยๆ ดึงถุงยางออกมาจากช่องคลอด โดยจะต้องระวังไม่ให้น้ำอสุจิไหลออกมา พอดึงออกมาได้แล้วให้ห่อด้วยกระดาษชำระอย่างมิดชิดก่อนจะนำไปทิ้งถังขยะ

เทคนิกการใช้ถุงยางผู้หญิงอย่างถูกต้อง


  • ควรใช้ถุงยางตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ไปจนสิ้นสุดกิจกรรม ห้ามถอดออกกลางคันเด็ดขาด
  • ศึกษาวิธีใช้จากข้างกล่อง และเช็กวันหมดอายุของถุงยางอนามัย ห้ามใช้ถุงยางที่หมดอายุแล้ว
  • ก่อนใส่เช็กให้แน่ใจว่าถุงยางไม่มีรอยฉีกขาด
  • หากใช้ถุงยางอนามัยหญิงแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยชายพร้อมกัน เพราะหากใช้ทั้งสองฝั่งจะทำให้ถุงยางฉีกขาดได้
  • หากมีเพศสัมผัสรอบใหม่ห้ามใช้ถุงยางอันเดิม ให้เปลี่ยนอันใหม่ทุกครั้ง
  • ห้ามเก็บถุงยางผู้หญิงไว้ในที่แสงแดดส่องถึง รวมถึงในอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นเกินไป และควรเก็บไว้ในที่แห้ง ป้องกันถุงยางเสื่อมสภาพ
  • ห้ามทิ้งถุงยางอนามัยลงชักโครกเพราะจะทำให้ท่อตัน หากใช้เสร็จให้ห่อด้วยกระดาษชำระและทิ้งถังขยะ

ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเมื่อใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง (เทียบกับถุงยางอนามัยชาย)


เทียบประสิทธิภาพของถุงยางผู้หญิงและถุงยางผู้ชาย

ถุงยางอนามัยผู้หญิง ถูกนำไปใช้ทั่วโลกกว่า 90 ประเทศ ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) โดยมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 95% หากใช้อย่างถูกต้อง ในขณะที่ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 97% เมื่อใช้อย่างถูกต้อง มีความต่างกันเพียง 2% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ดังนั้นถุงยางทั้ง 2 ชนิดจึงมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดใกล้เคียงกัน แต่หากใช้งานไม่ถูกต้องสามารถเกิดความผิดพลาดและตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ได้ 14-20% เลยทีเดียว


อย่างไรก็ตามถุงยางอนามัยทั้ง 2 แบบไม่สามารถป้องกันการตังครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ 100% ก่อนทำกิจกรรมกับคู่นอน ควรมีวิธีป้องกันตัวเองแบบอื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาคุมกำเนิด การใส่ห่วงคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด และศึกษาการใช้ถุงยางอย่างถูกต้อง เพราะการตั้งครรภ์ทั้งๆ ที่ใส่ถุงยางมักเกิดจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้องหรือความเชื่อผิดๆ บางอย่าง


consult doctor

ข้อดีและข้อเสียในการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง


ถุงยาผู้หญิงทนทาน ยืดหยุ่น

ข้อดีของการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง


  • เมื่อเทียบกับการทานยาคุมกำเนิด หรือวิธีคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเป็นตัวออกฤทธิ์ ถุงยางอนามัยผู้หญิงถือเป็นวิธีที่ไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย
  • ถุงยางผู้หญิงมีความคงตัวมากเป็นพิเศษ ฉีกขาด และหลุดได้ยาก แม้ว่าอวัยวะเพศชายจะหดตัวลงแล้วก็ตาม
  • สามารถทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้ง่าย เนื่องจากห่วงด้านนอกของถุงยางสามารถกระตุ้นคลิตอริสระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ได้
  • ผู้ที่แพ้ลาเท็กซ์ซึ่งเป็นยางที่นิยมนำมาผลิตถุงยางอนามัยผู้ชาย สามารถใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิงแทนได้ เพราะผลิตจากโพลียูรีเทนไม่ทำให้ระคายเคือง
  • สามารถใส่ไว้ล่วงหน้าก่อนมีเพศสัมพันธ์ได้นานถึง 8 ชั่วโมง และไม่จำเป็นต้องถอดออกทันทีหลังเสร็จกิจ จึงไม่ทำให้ขัดอารมณ์ระหว่างทำกิจกรรม
  • สามารถปัสสาวะขณะที่มีถุงยางผู้หญิงสอดในช่องคลอดได้
  • เป็นทางเลือกในการป้องกันให้กับผู้หญิงเอง แม้คู่นอนจะไม่อยากใส่ถุงยางป้องกันก็ตาม

ข้อเสียของการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิง


  • อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณช่องคลอด รวมถึงอวัยวะเพศชายหรือทวารหนัก (กรณีมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก)
  • มีโอกาสหลุดเข้าไปในช่องคลอดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ได้
  • ผู้ที่ใช้ครั้งแรกอาจจะยากในการสวมใส่
  • อาจเกิดเสียงดังจากการเสียดสีของถุงยางระหว่างมีเพศสัมพันธ์ แต่แก้ได้ด้วยการใส่สารหล่อลื่น
  • มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคและการตั้งครรภ์น้อยกว่าถุงยางอนามัยชายเล็กน้อย
  • มีราคาสูงกว่าถุงยางผู้ชาย หาซื้อยากกว่า และส่วนใหญ่มีให้เลือกเพียงไซซ์เดียว

ซื้อถุงยางอนามัยผู้หญิงได้จากที่ไหนบ้าง?


ซื้อถุงยางอนามัยผู้หญิงออนไลน์สะดวกที่สุด

  • ร้านขายยา
  • คลินิกโรคทั่วไป
  • ห้างสรรพสินค้า
  • ตามเว็บไซต์หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ

buy drug online on raksa app

ถุงยางอนามัยผู้หญิงราคาเท่าไหร่?


จากการตรวจสอบพบว่าถุงยางอนามัยผู้หญิง ราคาเริ่มต้นที่ 150-300 บาทโดยประมาณ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงยางอนามัยผู้หญิง


1. ถุงยางอนามัยผู้หญิงต่างกับถุงยางอนามัยผู้ชายอย่างไร?


ถุงยางผู้หญิงจะมีขนาดใหญ่ มีห่วงวงแหวน 2 ด้าน ใช้ใส่เข้าไปในช่องคลอด ส่วนถุงยางผู้ชายจะมีห่วงด้านเดียว และใส่ครอบไปที่อวัยวะเพศชายขณะมีเพศสัมพันธ์ ทั้งสองแบบใช้ป้องกันการตั้งครรภ์โดยการกั้นไม่ให้สเปิร์มหรือตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่ในมดลูกได้เหมือนกัน


2. ถุงยางผู้หญิงคุมกำเนิดได้จริงหรือไม่?


สามารถคุมกำเนิดได้จริง หากใช้อย่างถูกต้อง ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดสูงถึง 95% แต่เมื่อนำมาใช้จริงบางคนใช้ถูกบ้างผิดบ้าง ทำให้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดตกลงมาที่ประมาณ 79-80% ดังนั้นควรศึกษาวิธีก่อนใช้งาน


3. ถุงยางผู้หญิงทำจากอะไร?


ผลิตจากพลาสติกทดแทนยางธรรมชาติ หรือโพลียูรีเทน (Polyurethane) ที่ใช้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ สำหรับผู้ที่แพ้ยางธรรมชาติหรือลาเท็กซ์ที่ใช้ผลิตถุงยางอนามัยผู้ชาย สามารถเปลี่ยนมาใช้ถุงยางผู้หญิงแทนได้


การจะเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดแบบไหนขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน ซึ่งถุงยางอนามัยผู้หญิงก็เป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว ที่ช่วยให้ผู้หญิงมีสิทธิ์เลือกป้องกันตัวเองได้ ทั้งจากการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงสามารถนำไปใช้ในกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักได้อีกด้วย ถือเป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมและทั่วถึงทุกเพศทุกวัย แม้จะหาซื้อได้ยากจากร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน แต่สามารถหาซื้อได้ง่ายจากช่องทางออนไลน์ในปัจจุบัน




แหล่งข้อมูล