MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

วิธีเลือกไซซ์ถุงยางอนามัยฉบับมือใหม่ เลือกแบบไหนไม่ทำให้ท้อง

KEY POINTS:


  • ถุงยางอนามัยช่วยป้องกันการท้องไม่พร้อมได้มากถึง 82 – 98% รวมทั้งช่วยป้องกันเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองใน โรคซิฟิลิส

  • วิธีวัดไซซ์ถุงยางอนามัยได้ง่ายๆ ด้วยการวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศตอนแข็งตัว แล้วนำมาหาร 2 จะได้ขนาดที่พอดี เช่น หากวัดได้ 53 มิลลิเมตร ขนาดถุงยางที่ใช้ได้มีทั้งแบบ 52 และ 54 มิลลิเมตร

  • ISO ค.ศ.1990 แบ่งขนาดถุงยางอนามัยออกเป็น 13 ขนาดตามความกว้าง แต่ในประเทศไทยเองจะนิยมจำหน่ายอยู่ 6 ขนาด คือ 49, 51, 52, 53, 54 และ 56 มิลลิเมตร



Table of Contents
ถุงยางอนามัยคืออะไร?
ถุงยางอนามัยมีกี่ขนาด
วิธีวัดไซซ์ถุงยางอนามัย
การเลือกถุงยางอนามัย
วิธีใส่ถุงยางอนามัย
วิธีถอดถุงยางอนามัย
ข้อควรรู้ก่อนใช้ถุงยางอนามัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงยางอนามัย


เพศสัมพันธ์ (Sex) เป็นเรื่องธรรมชาติของทุกคนเมื่อถึงวัยเจริญพันธ์ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วจะพร้อมตั้งท้อง ถุงยางอนามัยเลยกลายเป็นหนึ่งในวิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่นิยมอย่างมาก ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สามารถป้องกันการท้องโดยไม่พึงประสงค์ได้ดี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ คือ ความสมบูรณ์ของถุงยางอนามัย และความเหมาะสมกับสรีระร่างกาย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกถุงยางอนามัยที่เข้ากับแต่ละคนจึงเป็นเรื่องสำคัญัอันดับแรก


ถุงยางอนามัยคืออะไร?


ถุงยางอนามัย (Condom, External condom) คือ อุปกรณ์ที่นิยมใช้เป็นอันดับต้นๆ สำหรับวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว เนื่องจากหาซื้อง่าย ใช้ง่าย และสะดวก ตัวถุงยาอนามัยที่ขายในท้องตลาดปัจจุบัน ทำมาจากยางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ นอกจากประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ 85-98% แล้ว ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น โรคหนองใน โรคซิฟิลิสอีกด้วย


ถุงยางอนามัยมีกี่ขนาด


ถุงยางอนามัยที่หาซื้อง่ายคือ 49, 52, 54, 56

ขนาดของถุงยาอนามัยมีมากถึง 13 ขนาด แต่ที่มีขายในไทยมีอยู่ 6 ขนาด แต่ที่หาซื้อได้ง่ายมีอยู่ 4 ขนาดดังนี้


  • ถุงยาง 49 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 49 มิลลิเมตร และมีความยาวไม่น้อยกว่า 160 มิลลิเมตร

  • ถุงยาง 52 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 52 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 180 มิลลิเมตร

  • ถุงยาง 54 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 54 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 190 มิลลิเมตร

  • ถุงยาง 56 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 56 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 214 มิลลิเมตร

วิธีวัดไซซ์ถุงยางอนามัย


ถุงยางอนามัยในท้องตลาดมีอยู่หลายขนาดด้วยกัน ผู้ชายจำเป็นต้องเลือกไซซ์ให้เหมาะสมกับขนาดของอวัยวะเพศตัวเอง เพราะถ้าหากเลือกขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป จะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดหรือหลุดได้ง่าย ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดก็จะลดลง


โดยวิธีวัดไซซ์ง่ายๆ คือ


  • ให้เริ่มจากวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศตอนแข็งตัวเท่านั้น อาจจะใช้เชือกพัน 1 รอบ เมื่อนำเชือกมากางออกก็จะเท่ากับเส้นรอบวง
  • หลังจากนั้นให้นำขนาดที่วัดได้มาหารด้วย 2 จะได้ขนาดที่พอดี เช่น วัดเส้นรอบวงอวัยวะเพศได้ 10.6 เซนติเมตร นำมาหาร 2 จะได้ 5.3 เซนติเมตร
  • เมื่อแปลงเป็นมิลลิเมตรก็จะเท่ากับ 53 มิลลิเมตร ดังนั้นถุงยางอนามัยที่สามารถใช้ได้ก็คือขนาด 52 หรือ 54 มิลลิเมตร

การเลือกถุงยางอนามัย


นอกจากไซซ์ถุงยางอนามัยแล้วยังมีความบาง ผิวสัมผัส กลิ่นให้ได้เลือก

เมื่อทราบขนาดถุงยางอนามัยแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องดูคือ ฉลากบนกล่องบรรจุภัณฑ์ ให้ดูเครื่องหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และวันเดือนปีที่หมดอายุ แต่ถ้าหากมีแค่วันเดือนปีที่ผลิต ให้บวกเพิ่มไปอีก 5 ปี จะได้ช่วงเวลาหมดอายุแบบคร่าวๆ ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ชำรุดเสียหาย เพื่อให้ทราบว่าถุงยางอนามัยยังมีคุณภาพและพร้อมใช้งาน รวมถึงให้เลือกใช้ถุงยางอนามัยที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ ดังนี้


ขนาดของถุงยางอนามัย


องค์การกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) ค.ศ.1990 ได้แบ่งขนาดถุงยางอนามัยออกเป็น 13 ประเภทตามขนาดความกว้าง คือ ตั้งแต่ ขนาด 44 มิลลิเมตรจนถึงขนาด 56 มิลลิเมตร และกำหนดความยาวของถุงยางอนามัย วัดจากปลายเปิด ไปจนถึงปลายฝั่งที่ปิด (ไม่รวมกระเปาะ) ได้ความยาวไม่น้อยกว่า 160 มิลลิเมตร แต่สำหรับร้านสะดวกซื้อและผู้ผลิตถุงยางอนามัยในประเทศไทยเอง จะนิยมจำหน่ายขนาด 49 , 52, 54 และ 56 มิลลิเมตร


buy drug online on raksa app

ความบางของถุงยางอนามัย


องค์การกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) กำหนดให้ความบาง – หนาของถุงยางมีขนาดมาตรฐาน คือ 0.02 – 0.03 มิลลิเมตร แต่ปัจจุบันในท้องตลาดก็มีชนิดบางพิเศษให้เลือกใช้ เพราะมีหลายคนที่เชื่อว่ายิ่งถุงยางอนามัยบาง จะยิ่งให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำให้มีถุงยางอนามัยที่บางเพียง 0.01 มิลลิเมตรให้ซื้อในปัจจุบัน


ผิวสัมผัสของถุงยางอนามัย


ผิวสัมผัสของถุงยางอนามัยแบ่งเป็นแบบผิวเรียบ (Smooth) คือถุงยางอนามัยทั่วไป และแบบผิวไม่เรียบ (Textured) คือ ถุงยางที่มีปุ่มนูน หรือมีขีด ช่วยเพิ่มความรู้สึกให้คู่นอนระหว่างมีเพศสัมพันธ์


รสชาติและกลิ่นของถุงยางอนามัย


ถุงยางอนามัยมีรสชาติและกลิ่นที่หลากหลายให้เลือกใช้ เพื่อเพิ่มสีสันให้กิจกรรม ทั้งกลิ่นอาหาร ขนม ดอกไม้ เช่น กลิ่นสตรอเบอรี่ บลูเบอร์รี่ น้ำผึ้ง เลมอน ช็อกโกแลต ใครชอบแบบไหนก็สามารถเลือกซื้อตามรสนิยมได้เลย


สารควบคุมการหลั่ง


นอกจากจะมีขนาด ความบาง ผิวสัมผัส และรสชาติให้เลือกอย่างหลากหลายแล้ว ปัจจุบันถุงยางอนามัยบางยี่ห้อยังมีการใส่สารควบคุมการหลั่งเข้าไปด้วย เพื่อช่วยชะลอการถึงจุดสุดยอด และยืดระยะเวลาแห่งความสุขให้นานยิ่งขึ้น


วิธีใส่ถุงยางอนามัย


ใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องลดโอกาสตั้งครรภ์

ขั้นตอนการใช้งานถุงยางอนามัยมีความสำคัญอย่างมาก เพราะประสิทธิภาพการคุมกำเนิดจะมากหรือน้อย ขั้นตอนนี้ถือเป็นตัวชีวัดหลัก หลายครั้งที่เกิดการตั้งท้องทั้งๆ ที่ใส่ถุงยางอนามัยเป็นเพราะการใช้งานผิดวิธี มาดูกันว่าขั้นตอนที่ถูกต้องเป็นอย่างไร


  • ก่อนนำถุงยางอนามัยออกจากซองให้รีดถุงยางอนามัยไปไว้ที่มุมใดมุมหนึ่ง ฉีกซองอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เล็บมือหรือซองเกี่ยวถุงยางอนามัยเพราะอาจทำให้ถุงฉีกขาด และอย่าคลี่ถุงยางอนามัยออกก่อนการสวมใส่

  • หลังจากนำถุงยางอนามัยออกจากซองแล้ว ให้หันด้านที่มีกระเปราะไปด้านหน้า พร้อมกับให้รอยม้วนอยู่ด้านนอก ก่อนจะวางถุงยางอนามัยลงบนปลายอวัยวะเพศที่แข็งตัว เช็กให้แน่ใจว่าอวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่แล้วจึงค่อยสวมถุงยางอนามัย หากอวัยวะเพศไม่ได้ขลิบปลาย ให้รูดหนังส่วนปลายก่อนการสวมใส่

  • ใช้มือข้างหนึ่งบีบปลายกระเปราะเพื่อไล่อากาศ ป้องกันการแตกหรือรั่วซึมระหว่างกิจกรรม ก่อนจะใช้อีกมือรูดถุงยางอนามัยเข้าหาตัวจนสุดโคนอวัยวะเพศ เพื่อป้องกันการหลุดออกในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์

  • ถ้าใช้ถุงยางอนามัยแล้วรู้สึกฝืด ให้หยดสารหล่อลื่นหรือเจลชนิดละลายในน้ำ บริเวณด้านนอกถุงยางอนามัย จะช่วยให้ราบรื่นขึ้น

วิธีถอดถุงยางอนามัย


ถอดถุงยางอนามัยอย่างระมัดระวัง ป้องกันเชื้อโรค

  • หลังเสร็จสิ้นการมีเพศสัมพันธ์ให้ดึงอวัยวะเพศออกทันทีและถอดถุงยางอนามัยออก ก่อนที่อวัยวะเพศจะอ่อนตัว

  • ใช้กระดาษชำระพันโคนถุงยางอนามัยก่อนที่จะถอด หากไม่มีกระดาษชำระจะต้องระวังไม่ให้มือสัมผัสกับด้านนอกของถุงยางอนามัย เพราะอาจสัมผัสกับเชื้อโรคจากคู่นอนได้

  • ควรห่อถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วให้มิดชิด แล้วทิ้งในถังขยะ

  • ในกรณีที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์ในยกต่อไป ให้เปลี่ยนถุงยางอนามัยชิ้นใหม่ห้ามใช้ซ้ำ เพราะประสิทธิภาพและความทนทานของถุงยางอนามัยจะลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อและการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

ข้อควรรู้ก่อนใช้ถุงยางอนามัย


ใช้ถุงยางอนามัยอันใหม่ห้ามใช้ซ้ำ

  • ต้องสวมถุงยางอนามัยในขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่เท่านั้น
  • ควรใช้ถุงยางอนามัย 1 ชิ้น/1 ครั้ง ห้ามใช้ซ้ำ
  • ไม่ควรใส่ถุงยางอนามัยหลายชั้น เพราะจะทำให้เกิดการเสียดสีและฉีกขาดได้ง่าย
  • ห้ามใช้ถุงยางอนามัยชาย หากอีกฝ่ายมีการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิงแล้ว เพราะจะเพิ่มการเสียดสี ทำให้ถุงยางรั่ว หรือแตกได้
  • ห้ามใช้โลชั่น น้ำมันทาผิว หรือครีมทาผมกับถุงยางอนามัยแทนสารหล่อลื่นเด็ดขาด เพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยแตกและรั่วซึมได้
  • ควรเก็บถุงยางอนามัยเอาไว้ในที่แห้งและเย็น
  • หลีกเลี่ยงการเก็บถุงยางนามัยในที่ที่มีความชื้นสูง ถูกแสงแดด หรือแสงฟลูออเรสเซนต์ส่องโดยตรง เช่น ในรถยนต์ ในห้องน้ำ ในกระเป๋าสตางค์ เพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมคุณภาพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงยางอนามัย


1. ถุงยางไซซ์เล็กสุดคือไซซ์ไหน?


ถุงยางอนามัยไซซ์เล็กสุดตามประกาศขององค์การกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) คือ ขนาด 44 มิลลิเมตร


2. ถุงยางขนาด 49 มียี่ห้ออะไรบ้าง?


ถุงยางอนามัยขนาด 49 มิลลิเมตร มีหลายยี่ห้อ เช่น ดูเร็กซ์ คิงเท็ค (Durex Kingtex), วันทัช จอยส์ (One Touch Joys), ไลฟ์สไตล์ มิกซ์ เบอรี่ (LifeStyles Mix Berry), โอกาโมโต้ สุพรีมาไลท์ (Okamoto Suprema Lite), ดูแคร์ คิงดอม (Ducare Kingdom), ดูมองต์ เบสิค (Dumont Basic), เพลย์บอย แม็ทช์ (Playboy Match), และแฟร์ โรมานซ์ (Faire Romance)


3. ใส่ถุงยางแต่ท้อง เกิดจากอะไร?


สาเหตุที่ทำให้ตั้งท้องแม้จะใส่ถุงยางอนามัย เกิดจากการที่ถุงยางอนามัยแตก รั่วหรือฉีกขาด แล้วทำให้อสุจิหลุดเข้าไปยังช่องคลอดของฝ่ายหญิง จนเกิดเป็นการปฏิสนธิขึ้นมาได้ ทั้งนี้หากศึกษาวิธีการใช้งานถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้โอกาสการตั้งครรภ์น้องลงได้


4. ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องกี่เปอร์เซ็นต์?


หากใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี จะมีประสิทธิภาพป้องกันการตั้งครรภ์สูงถึง 82 – 98% นั่นแปลว่าในการมีเพศสัมพันธ์หากมีการใช้ถุงยางอนามัยเป็นการคุมกำเนิดเพียงวิธีเดียว ผู้หญิง 100 คน สามารถเกิดการตั้งครรภ์ได้ 2-12 คน


consult doctor

5. ใส่ถุงยางท้องได้ไหม?


ใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีแล้วก็ยังท้องได้ เพราะประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดมีเพียง 82 – 98% เท่านั้น ไม่สามารถป้องกันการท้องได้ 100% เหมือนการงดมีเพศสัมพันธ์ไปเลย และหากในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ถุงยางเกิดแตกหรือรั่ว ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการท้องให้มากขึ้นด้วย


การเลือกถุงยางอนามัยให้เหมาะสมกับสรีระของตัวเอง การสวมใส่และถอดถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง รวมถึงเก็บรักษาถุงยางอนามัยแบบถูกวิธี จะทำให้การคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพสูง และช่วยให้การมีเพศสัมพันธ์ในแต่ละครั้งมีความปลอดภัย ห่างไกลจากโรคติดต่อได้อีกด้วย




แหล่งข้อมูล


  • Annamarya Scaccia. (2020). Condom Size Chart. https://www.healthline.com/health/healthy-sex/condom-size-chart
  • กรมควบคุมโรค. (2019). กรมควบคุมโรค แนะ 4 ขั้นตอน “เลือก เก็บ ใช้ ทิ้ง” การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี ปลอดภัยหายห่วง. https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/128629/
  • กรมควบคุมโรค. (n.d.). ถุงยางอนามัย. https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=43
  • ศูนย์สื่อสารสาธารณะ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2018). วิธีใส่ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง. https://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/how-to-put-on-a-condom/
  • ศ.นพ.สุวชัย อินทรประเสริฐ, นพ.สัญญา ภัทราชัย, นพ.เมธี พงษ์กิตติหล้า, พญ.สุวนิตย์ สร้างศรีวงศ์, สุมาลี เพิ่มแพงพันธุ์, ยุพา พูนขำ, กาญจน์ มหัทธโน. (n.d.). คู่มือการให้บริการวางแผนครอบครัว สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข. http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER17/DRAWER002/GENERAL/DATA0000/00000168.PDF
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2020). อย. แนะวิธีปลอดภัย ปลอดเอดส์ รู้จักเลือกถุงยางอนามัยได้มาตรฐานมีเลข อย.. https://oryor.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2/detail/media_news/1931
  • หน่วยงานวางแผนครอบครัวแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส. (2014). ถุงยางอนามัยชาย. https://www.fpnsw.org.au/sites/default/files/assets/malecondom_comthai.pdf
ผู้เขียน
Raksa Content Team

วิธีเลือกไซซ์ถุงยางอนามัยฉบับมือใหม่ เลือกแบบไหนไม่ทำให้ท้อง

KEY POINTS:


  • ถุงยางอนามัยช่วยป้องกันการท้องไม่พร้อมได้มากถึง 82 – 98% รวมทั้งช่วยป้องกันเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองใน โรคซิฟิลิส

  • วิธีวัดไซซ์ถุงยางอนามัยได้ง่ายๆ ด้วยการวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศตอนแข็งตัว แล้วนำมาหาร 2 จะได้ขนาดที่พอดี เช่น หากวัดได้ 53 มิลลิเมตร ขนาดถุงยางที่ใช้ได้มีทั้งแบบ 52 และ 54 มิลลิเมตร

  • ISO ค.ศ.1990 แบ่งขนาดถุงยางอนามัยออกเป็น 13 ขนาดตามความกว้าง แต่ในประเทศไทยเองจะนิยมจำหน่ายอยู่ 6 ขนาด คือ 49, 51, 52, 53, 54 และ 56 มิลลิเมตร



Table of Contents
ถุงยางอนามัยคืออะไร?
ถุงยางอนามัยมีกี่ขนาด
วิธีวัดไซซ์ถุงยางอนามัย
การเลือกถุงยางอนามัย
วิธีใส่ถุงยางอนามัย
วิธีถอดถุงยางอนามัย
ข้อควรรู้ก่อนใช้ถุงยางอนามัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงยางอนามัย


เพศสัมพันธ์ (Sex) เป็นเรื่องธรรมชาติของทุกคนเมื่อถึงวัยเจริญพันธ์ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วจะพร้อมตั้งท้อง ถุงยางอนามัยเลยกลายเป็นหนึ่งในวิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่นิยมอย่างมาก ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สามารถป้องกันการท้องโดยไม่พึงประสงค์ได้ดี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ คือ ความสมบูรณ์ของถุงยางอนามัย และความเหมาะสมกับสรีระร่างกาย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกถุงยางอนามัยที่เข้ากับแต่ละคนจึงเป็นเรื่องสำคัญัอันดับแรก


ถุงยางอนามัยคืออะไร?


ถุงยางอนามัย (Condom, External condom) คือ อุปกรณ์ที่นิยมใช้เป็นอันดับต้นๆ สำหรับวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว เนื่องจากหาซื้อง่าย ใช้ง่าย และสะดวก ตัวถุงยาอนามัยที่ขายในท้องตลาดปัจจุบัน ทำมาจากยางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ นอกจากประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ 85-98% แล้ว ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น โรคหนองใน โรคซิฟิลิสอีกด้วย


ถุงยางอนามัยมีกี่ขนาด


ถุงยางอนามัยที่หาซื้อง่ายคือ 49, 52, 54, 56

ขนาดของถุงยาอนามัยมีมากถึง 13 ขนาด แต่ที่มีขายในไทยมีอยู่ 6 ขนาด แต่ที่หาซื้อได้ง่ายมีอยู่ 4 ขนาดดังนี้


  • ถุงยาง 49 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 49 มิลลิเมตร และมีความยาวไม่น้อยกว่า 160 มิลลิเมตร

  • ถุงยาง 52 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 52 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 180 มิลลิเมตร

  • ถุงยาง 54 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 54 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 190 มิลลิเมตร

  • ถุงยาง 56 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 56 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 214 มิลลิเมตร

วิธีวัดไซซ์ถุงยางอนามัย


ถุงยางอนามัยในท้องตลาดมีอยู่หลายขนาดด้วยกัน ผู้ชายจำเป็นต้องเลือกไซซ์ให้เหมาะสมกับขนาดของอวัยวะเพศตัวเอง เพราะถ้าหากเลือกขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป จะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดหรือหลุดได้ง่าย ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดก็จะลดลง


โดยวิธีวัดไซซ์ง่ายๆ คือ


  • ให้เริ่มจากวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศตอนแข็งตัวเท่านั้น อาจจะใช้เชือกพัน 1 รอบ เมื่อนำเชือกมากางออกก็จะเท่ากับเส้นรอบวง
  • หลังจากนั้นให้นำขนาดที่วัดได้มาหารด้วย 2 จะได้ขนาดที่พอดี เช่น วัดเส้นรอบวงอวัยวะเพศได้ 10.6 เซนติเมตร นำมาหาร 2 จะได้ 5.3 เซนติเมตร
  • เมื่อแปลงเป็นมิลลิเมตรก็จะเท่ากับ 53 มิลลิเมตร ดังนั้นถุงยางอนามัยที่สามารถใช้ได้ก็คือขนาด 52 หรือ 54 มิลลิเมตร

การเลือกถุงยางอนามัย


นอกจากไซซ์ถุงยางอนามัยแล้วยังมีความบาง ผิวสัมผัส กลิ่นให้ได้เลือก

เมื่อทราบขนาดถุงยางอนามัยแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องดูคือ ฉลากบนกล่องบรรจุภัณฑ์ ให้ดูเครื่องหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และวันเดือนปีที่หมดอายุ แต่ถ้าหากมีแค่วันเดือนปีที่ผลิต ให้บวกเพิ่มไปอีก 5 ปี จะได้ช่วงเวลาหมดอายุแบบคร่าวๆ ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ชำรุดเสียหาย เพื่อให้ทราบว่าถุงยางอนามัยยังมีคุณภาพและพร้อมใช้งาน รวมถึงให้เลือกใช้ถุงยางอนามัยที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ ดังนี้


ขนาดของถุงยางอนามัย


องค์การกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) ค.ศ.1990 ได้แบ่งขนาดถุงยางอนามัยออกเป็น 13 ประเภทตามขนาดความกว้าง คือ ตั้งแต่ ขนาด 44 มิลลิเมตรจนถึงขนาด 56 มิลลิเมตร และกำหนดความยาวของถุงยางอนามัย วัดจากปลายเปิด ไปจนถึงปลายฝั่งที่ปิด (ไม่รวมกระเปาะ) ได้ความยาวไม่น้อยกว่า 160 มิลลิเมตร แต่สำหรับร้านสะดวกซื้อและผู้ผลิตถุงยางอนามัยในประเทศไทยเอง จะนิยมจำหน่ายขนาด 49 , 52, 54 และ 56 มิลลิเมตร


buy drug online on raksa app

ความบางของถุงยางอนามัย


องค์การกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) กำหนดให้ความบาง – หนาของถุงยางมีขนาดมาตรฐาน คือ 0.02 – 0.03 มิลลิเมตร แต่ปัจจุบันในท้องตลาดก็มีชนิดบางพิเศษให้เลือกใช้ เพราะมีหลายคนที่เชื่อว่ายิ่งถุงยางอนามัยบาง จะยิ่งให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำให้มีถุงยางอนามัยที่บางเพียง 0.01 มิลลิเมตรให้ซื้อในปัจจุบัน


ผิวสัมผัสของถุงยางอนามัย


ผิวสัมผัสของถุงยางอนามัยแบ่งเป็นแบบผิวเรียบ (Smooth) คือถุงยางอนามัยทั่วไป และแบบผิวไม่เรียบ (Textured) คือ ถุงยางที่มีปุ่มนูน หรือมีขีด ช่วยเพิ่มความรู้สึกให้คู่นอนระหว่างมีเพศสัมพันธ์


รสชาติและกลิ่นของถุงยางอนามัย


ถุงยางอนามัยมีรสชาติและกลิ่นที่หลากหลายให้เลือกใช้ เพื่อเพิ่มสีสันให้กิจกรรม ทั้งกลิ่นอาหาร ขนม ดอกไม้ เช่น กลิ่นสตรอเบอรี่ บลูเบอร์รี่ น้ำผึ้ง เลมอน ช็อกโกแลต ใครชอบแบบไหนก็สามารถเลือกซื้อตามรสนิยมได้เลย


สารควบคุมการหลั่ง


นอกจากจะมีขนาด ความบาง ผิวสัมผัส และรสชาติให้เลือกอย่างหลากหลายแล้ว ปัจจุบันถุงยางอนามัยบางยี่ห้อยังมีการใส่สารควบคุมการหลั่งเข้าไปด้วย เพื่อช่วยชะลอการถึงจุดสุดยอด และยืดระยะเวลาแห่งความสุขให้นานยิ่งขึ้น


วิธีใส่ถุงยางอนามัย


ใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องลดโอกาสตั้งครรภ์

ขั้นตอนการใช้งานถุงยางอนามัยมีความสำคัญอย่างมาก เพราะประสิทธิภาพการคุมกำเนิดจะมากหรือน้อย ขั้นตอนนี้ถือเป็นตัวชีวัดหลัก หลายครั้งที่เกิดการตั้งท้องทั้งๆ ที่ใส่ถุงยางอนามัยเป็นเพราะการใช้งานผิดวิธี มาดูกันว่าขั้นตอนที่ถูกต้องเป็นอย่างไร


  • ก่อนนำถุงยางอนามัยออกจากซองให้รีดถุงยางอนามัยไปไว้ที่มุมใดมุมหนึ่ง ฉีกซองอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เล็บมือหรือซองเกี่ยวถุงยางอนามัยเพราะอาจทำให้ถุงฉีกขาด และอย่าคลี่ถุงยางอนามัยออกก่อนการสวมใส่

  • หลังจากนำถุงยางอนามัยออกจากซองแล้ว ให้หันด้านที่มีกระเปราะไปด้านหน้า พร้อมกับให้รอยม้วนอยู่ด้านนอก ก่อนจะวางถุงยางอนามัยลงบนปลายอวัยวะเพศที่แข็งตัว เช็กให้แน่ใจว่าอวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่แล้วจึงค่อยสวมถุงยางอนามัย หากอวัยวะเพศไม่ได้ขลิบปลาย ให้รูดหนังส่วนปลายก่อนการสวมใส่

  • ใช้มือข้างหนึ่งบีบปลายกระเปราะเพื่อไล่อากาศ ป้องกันการแตกหรือรั่วซึมระหว่างกิจกรรม ก่อนจะใช้อีกมือรูดถุงยางอนามัยเข้าหาตัวจนสุดโคนอวัยวะเพศ เพื่อป้องกันการหลุดออกในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์

  • ถ้าใช้ถุงยางอนามัยแล้วรู้สึกฝืด ให้หยดสารหล่อลื่นหรือเจลชนิดละลายในน้ำ บริเวณด้านนอกถุงยางอนามัย จะช่วยให้ราบรื่นขึ้น

วิธีถอดถุงยางอนามัย


ถอดถุงยางอนามัยอย่างระมัดระวัง ป้องกันเชื้อโรค

  • หลังเสร็จสิ้นการมีเพศสัมพันธ์ให้ดึงอวัยวะเพศออกทันทีและถอดถุงยางอนามัยออก ก่อนที่อวัยวะเพศจะอ่อนตัว

  • ใช้กระดาษชำระพันโคนถุงยางอนามัยก่อนที่จะถอด หากไม่มีกระดาษชำระจะต้องระวังไม่ให้มือสัมผัสกับด้านนอกของถุงยางอนามัย เพราะอาจสัมผัสกับเชื้อโรคจากคู่นอนได้

  • ควรห่อถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วให้มิดชิด แล้วทิ้งในถังขยะ

  • ในกรณีที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์ในยกต่อไป ให้เปลี่ยนถุงยางอนามัยชิ้นใหม่ห้ามใช้ซ้ำ เพราะประสิทธิภาพและความทนทานของถุงยางอนามัยจะลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อและการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

ข้อควรรู้ก่อนใช้ถุงยางอนามัย


ใช้ถุงยางอนามัยอันใหม่ห้ามใช้ซ้ำ

  • ต้องสวมถุงยางอนามัยในขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่เท่านั้น
  • ควรใช้ถุงยางอนามัย 1 ชิ้น/1 ครั้ง ห้ามใช้ซ้ำ
  • ไม่ควรใส่ถุงยางอนามัยหลายชั้น เพราะจะทำให้เกิดการเสียดสีและฉีกขาดได้ง่าย
  • ห้ามใช้ถุงยางอนามัยชาย หากอีกฝ่ายมีการใช้ถุงยางอนามัยผู้หญิงแล้ว เพราะจะเพิ่มการเสียดสี ทำให้ถุงยางรั่ว หรือแตกได้
  • ห้ามใช้โลชั่น น้ำมันทาผิว หรือครีมทาผมกับถุงยางอนามัยแทนสารหล่อลื่นเด็ดขาด เพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยแตกและรั่วซึมได้
  • ควรเก็บถุงยางอนามัยเอาไว้ในที่แห้งและเย็น
  • หลีกเลี่ยงการเก็บถุงยางนามัยในที่ที่มีความชื้นสูง ถูกแสงแดด หรือแสงฟลูออเรสเซนต์ส่องโดยตรง เช่น ในรถยนต์ ในห้องน้ำ ในกระเป๋าสตางค์ เพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมคุณภาพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงยางอนามัย


1. ถุงยางไซซ์เล็กสุดคือไซซ์ไหน?


ถุงยางอนามัยไซซ์เล็กสุดตามประกาศขององค์การกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) คือ ขนาด 44 มิลลิเมตร


2. ถุงยางขนาด 49 มียี่ห้ออะไรบ้าง?


ถุงยางอนามัยขนาด 49 มิลลิเมตร มีหลายยี่ห้อ เช่น ดูเร็กซ์ คิงเท็ค (Durex Kingtex), วันทัช จอยส์ (One Touch Joys), ไลฟ์สไตล์ มิกซ์ เบอรี่ (LifeStyles Mix Berry), โอกาโมโต้ สุพรีมาไลท์ (Okamoto Suprema Lite), ดูแคร์ คิงดอม (Ducare Kingdom), ดูมองต์ เบสิค (Dumont Basic), เพลย์บอย แม็ทช์ (Playboy Match), และแฟร์ โรมานซ์ (Faire Romance)


3. ใส่ถุงยางแต่ท้อง เกิดจากอะไร?


สาเหตุที่ทำให้ตั้งท้องแม้จะใส่ถุงยางอนามัย เกิดจากการที่ถุงยางอนามัยแตก รั่วหรือฉีกขาด แล้วทำให้อสุจิหลุดเข้าไปยังช่องคลอดของฝ่ายหญิง จนเกิดเป็นการปฏิสนธิขึ้นมาได้ ทั้งนี้หากศึกษาวิธีการใช้งานถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้โอกาสการตั้งครรภ์น้องลงได้


4. ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องกี่เปอร์เซ็นต์?


หากใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี จะมีประสิทธิภาพป้องกันการตั้งครรภ์สูงถึง 82 – 98% นั่นแปลว่าในการมีเพศสัมพันธ์หากมีการใช้ถุงยางอนามัยเป็นการคุมกำเนิดเพียงวิธีเดียว ผู้หญิง 100 คน สามารถเกิดการตั้งครรภ์ได้ 2-12 คน


consult doctor

5. ใส่ถุงยางท้องได้ไหม?


ใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีแล้วก็ยังท้องได้ เพราะประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดมีเพียง 82 – 98% เท่านั้น ไม่สามารถป้องกันการท้องได้ 100% เหมือนการงดมีเพศสัมพันธ์ไปเลย และหากในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ถุงยางเกิดแตกหรือรั่ว ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการท้องให้มากขึ้นด้วย


การเลือกถุงยางอนามัยให้เหมาะสมกับสรีระของตัวเอง การสวมใส่และถอดถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง รวมถึงเก็บรักษาถุงยางอนามัยแบบถูกวิธี จะทำให้การคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพสูง และช่วยให้การมีเพศสัมพันธ์ในแต่ละครั้งมีความปลอดภัย ห่างไกลจากโรคติดต่อได้อีกด้วย




แหล่งข้อมูล


  • Annamarya Scaccia. (2020). Condom Size Chart. https://www.healthline.com/health/healthy-sex/condom-size-chart
  • กรมควบคุมโรค. (2019). กรมควบคุมโรค แนะ 4 ขั้นตอน “เลือก เก็บ ใช้ ทิ้ง” การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี ปลอดภัยหายห่วง. https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/128629/
  • กรมควบคุมโรค. (n.d.). ถุงยางอนามัย. https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=43
  • ศูนย์สื่อสารสาธารณะ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2018). วิธีใส่ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง. https://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/how-to-put-on-a-condom/
  • ศ.นพ.สุวชัย อินทรประเสริฐ, นพ.สัญญา ภัทราชัย, นพ.เมธี พงษ์กิตติหล้า, พญ.สุวนิตย์ สร้างศรีวงศ์, สุมาลี เพิ่มแพงพันธุ์, ยุพา พูนขำ, กาญจน์ มหัทธโน. (n.d.). คู่มือการให้บริการวางแผนครอบครัว สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข. http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER17/DRAWER002/GENERAL/DATA0000/00000168.PDF
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2020). อย. แนะวิธีปลอดภัย ปลอดเอดส์ รู้จักเลือกถุงยางอนามัยได้มาตรฐานมีเลข อย.. https://oryor.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2/detail/media_news/1931
  • หน่วยงานวางแผนครอบครัวแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส. (2014). ถุงยางอนามัยชาย. https://www.fpnsw.org.au/sites/default/files/assets/malecondom_comthai.pdf