MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคเบาหวาน (Diabetes)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคเบาหวานมีทั้งหมด 4 ประเภทคือ เบาหวานชนิดที่ 1 ที่เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากภาวะดื้ออินซูลินของเซลล์ เบาหวานชนิดอื่นๆ ที่มีสาเหตุเฉพาะ มักเกิดจากกรรมพันธุ์ และเบาหวานในผู้หญิงตั้งครรภ์ เกิดจากร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน

  • การใช้ยาถือเป็นลำดับสุดท้ายในการรักษาโรคเบาหวาน มีทั้งยาแบบกินที่ช่วยเพิ่มการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนและลดการดื้อต่ออินซูลิน ส่วนยาฉีดเป็นการเพิ่มอินซูลินเข้าสู่ร่างกาย แต่ผู้ป่วยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทานอาหารร่วมด้วย

  • ทุกคนควรออกกำลังกายและทานอาหารที่พอเหมาะกับร่างกาย รวมถึงตรวจสุขภาพประจำ เพื่อลดโอกาสเป็นโรคเบาหวาน โดยอาการของโรคเริ่มจากปัสสาวะบ่อยขึ้นในช่วงกลางคืน กินเยอะแต่น้ำหนักลด ผิวแห้ง ตาพร่า ชาแขนขา เป็นแผลแต่หายช้า สมรรถภาพทางเพศลดลง หากพบอาการ 3 อย่างในนี้ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรค



Table of Contents
โรคเบาหวานคืออะไร?
สาเหตุของโรคเบาหวาน
อาการของโรคเบาหวาน
ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคเบาหวาน
ยารักษาโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยควรดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคเบาหวาน
การป้องกันโรคเบาหวาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเบาหวาน


โรคเบาหวานคืออะไร?


โรคเบาหวาน (Diabetes) หมายถึง โรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ได้เพียงพอ หรือเกิดภาวะต้านอินซูลินส่งผลให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดค่าสูงกว่าปกติ


โรคเบาหวานมีกี่ประเภท?


โรคเบาหวาน (Diabetes) จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ดังนี้


  • เบาหวานชนิดที่ 1 มักพบในเด็กหรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี ผู้ป่วยมักจะมีรูปร่างผอม สาเหตุของโรคเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลิน โดยพบผู้ป่วยเบาหวานประเภทนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3.4 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด

  • เบาหวานชนิดที่ 2 พบมากถึงร้อยละ 95-97 ของผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีภาวะอ้วน อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป โดยตับอ่อนยังคงผลิตอินซูลินได้ แต่มีภาวะดื้ออินซูลินซึ่งเกิดจากเซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

  • เบาหวานชนิดอื่นที่มีสาเหตุเฉพาะ โดยมักจะมาจากความผิดปกติของพันธุกรรม โรคตับอ่อน ความผิดปกติของฮอร์โมน หรือการได้รับยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มสารเคมี หรือสเตียรอยด์

  • เบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ ซึ่งผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติการเป็นเบาหวานมาก่อนการตั้งครรภ์ โดยในระหว่างมีครรภ์จะมีฮอร์โมนจากรกออกฤทธิ์ต้านอินซูลิน ส่งผลให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินลดลง แต่พบว่าหลังคลอดโรคเบาหวานจะหายไป แต่อาจยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานได้หลังจากนั้น จึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามผล

สาเหตุของโรคเบาหวาน



โรคเบาหวานเกิดมาจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ภาวะอ้วน หรือน้ำหนักเกิน อายุมาก การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น หัดเยอรมัน คางทูม โรคตับอ่อน ตับอ่อนอักเสบ หรือความเครียดเรื้อรัง รวมไปถึงขาดการออกกำลังกายเป็นประจำ


อาการของโรคเบาหวาน


  • ผู้ป่วยจะปัสสาวะบ่อยขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน
  • รู้สึกหิวน้ำบ่อยหรือหิวบ่อย รับประทานอาหารมาก
  • น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้จะทานเยอะ
  • ผิวแห้งและเกิดอาการคัน
  • ตาพร่ามัว
  • ชาปลายมือปลายเท้า
  • หากมีแผลจะหายช้า
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน


ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดร่วมกับโรคอื่นๆ อาทิ โรคไขมันเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคอ้วน โดยหากปล่อยทิ้งไว้นานจะส่งผลเสียและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในอนาคต รวมไปถึงภาวะแทรกซ้อนอย่างโรคจอประสาทตาเสื่อม


อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย


สำหรับอาการระยะสุดท้ายของโรคเบาหวาน เป็นภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมานานซึ่งมักจะมีอาการแทรกซ้อนและโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะ “โรคไต” หรือที่เรียกว่าเบาหวานลงไต โดยโรคเบาหวานจะส่งผลให้ไตทำงานลดลงจนนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายก่อนเสียชีวิต


ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน



โรคเบาหวานกับอาการความดันโลหิตสูง


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดทั้งโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีความคล้ายคลึงกัน เช่น การมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ทานอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ไม่ค่อยออกกำลังกาย และพบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีสาเหตุมาจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ จำนวนถึง 1 ใน 3 ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะเป็นโรคความดันโลหิตสูงด้วย เมื่อผู้ป่วยเป็นทั้งสองโรคพร้อมกันก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา


โรคเบาหวานกับอาการคัน


อาการหนึ่งของผู้ป่วยโรคเบาหวานคือจะมีผิวแห้งและมีอาการคัน รวมถึงผิวอักเสบ ผิวติดเชื้อ เป็นฝี เป็นหนองได้ พบได้ถึง 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ โดยจะต้องคอยทำให้ผิวสะอาดและแห้งอยู่เสมอ เลี่ยงความอับชื้นโดยเฉพาะบริเวณข้อพับ ขาหนีบ ห้ามแกะเกาและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น


โรคเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์


ถือเป็นอีกหนึ่งชนิดของโรคเบาหวาน เกิดในระหว่างการตั้งครรภ์ได้ทุกระยะ และสามารถส่งผลต่อทั้งแม่และเด็ก อาจร้ายแรงถึงขั้นครรภ์เป็นพิษ ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกตัวใหญ่จนต้องผ่าคลอด เกิดการแท้ง หรือทารกที่เกิดมามีปัญหาด้านการหายใจและเสียชีวิตหลังคลอด ซึ่งโรคเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์เกิดจากการที่ร่างกายไม่ตอบสนองอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ปัจจัยที่ทำให้หญิงตั้งครรภ์เป็นเบาหวานมีหลายข้อ ทั้งน้ำหนักตัวเกิน เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ผ่านมา หรือครอบครัวเป็นเบาหวานชนิดที่ 2


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


ควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อหาความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวาน หรือหากมีอาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานประมาณ 3 ข้อ ให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย


consult doctor

การรักษาโรคเบาหวาน



  • ศึกษาหรือสอบถามแพทย์เกี่ยวกับโรคเบาหวาน เช่น โภชนาการบำบัด การออกกำลังกาย ยารักษาเบาหวาน การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด การดูแลรักษาเท้าเนื่องจากส่วนใหญ่ผู้ป่วยเบาหวานจะมีภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง ไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงเท้าได้ หรือการดูแลภาวะพิเศษ เช่น การตั้งครรภ์

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

  • ควบคุมอาหาร ซึ่งไม่ได้หมายถึงการลดปริมาณอาหาร แต่หมายถึงเลือกทานอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม มีปริมาณน้ำตาลในแต่ละมื้ออาหารไม่เกินกำหนด

  • ออกกำลังกายเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

  • ใช้ยาเป็นลำดับสุดท้ายในการรักษา ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดจากการรับประทานอาหารและออกกำลังกายได้ โดยมียาให้เลือกทั้งแบบรับประทานและแบบฉีดขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือดและสภาวะการเจ็บป่วยอื่นๆ ที่พบร่วมด้วย

ยารักษาโรคเบาหวาน


ยาเบาหวานมีอะไรบ้าง?


ยารักษาโรคเบาหวานจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด


  • ยารักษาเบาหวานชนิดรับประทาน ได้แก่ กลุ่มเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน กลุ่มที่ลดการดื้อต่ออินซูลิน กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ Alpha-glucosidase และ กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ Dipeptidyl Peptidase-4 inhibitors

  • ยารักษาเบาหวานชนิดฉีด ได้แก่ กลุ่มอินซูลินที่ออกฤทธิ์เร็ว กลุ่มอินซูลินที่ออกฤทธิ์สั้น กลุ่มอินซูลินที่ออกฤทธิ์ปานกลางและกลุ่มอินซูลินออกฤทธิ์นาน

ยารักษาเบาหวานห้ามกินคู่กับยาอะไร?


  • กลุ่มยาแก้ท้องเสียชนิดถ่านคาร์บอน (Activated Charcoal) เนื่องจากถ่านคาร์บอนจะเข้าไปดูดซับสารพิษหรือของเสีย เมื่อไปจับกับยาเบาหวานจะส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

  • กลุ่มยาแก้แพ้อากาศ โดยยาแก้แพ้อากาศเมื่อรับประทานร่วมกับยารักษาเบาหวานจะมีผลต่อการเพิ่มอุณหภูมิในเลือดส่งผลให้การออกฤทธิ์ของยาลดน้ำตาลในเลือดมีประสิทธิภาพน้อยลง

ยาเบาหวาน ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง?


  • กลุ่มยา Metformin เป็นกลุ่มยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือดที่นิยมใช้กันมากและควรเลือกใช้เป็นขนานแรกในการรักษา มีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเสีย หรือคลื่นไส้ ซึ่งควรกินทันทีหรือหลังอาหารไม่เกินครึ่งชั่วโมง

  • กลุ่มยา Sulfonylureas เป็นยารักษาเบาหวานอีกหนึ่งชนิดที่ได้รับความนิยม แต่พบหลักฐานว่าเป็นกลุ่มยาเดี่ยวในการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่ายา Metformin ดังนั้นยากลุ่มนี้จึงไม่ใช่ยากลุ่มแรกๆ ที่ควรเลือกใช้เดี่ยวๆ ซึ่งอาจจะใช้ได้ต่อเมื่อผู้ป่วยมีข้อห้ามใช้หรือไม่สามารถทนต่อ Metformin และอาจนำไปใช้เป็นยาสองขนานร่วมกัน

กินยาเบาหวานแล้วท้องเสีย ต้องทำอย่างไร?



สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาเบาหวานแล้วมีอาการปวดท้อง ท้องอืด หรือท้องเสีย ไม่จำเป็นต้องหยุดยาทันทีเนื่องจากยาเบาหวานบางชนิด เช่น Metformin อาจจะมีอาการข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากทานยา แต่ทั้งนี้หากผู้ป่วยรู้สึกทนไม่ไหว แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาและติดตามอาการ


กินยาเบาหวานแล้วใจสั่น ต้องทำอย่างไร?


สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาเบาหวานแล้วรู้สึกมีอาการใจสั่น ใจเต้นแรง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะภายหลังจากการทานยาให้หยุดยาแล้วรีบไปพบแพทย์โดยทันที


buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคเบาหวาน


Do


  • เลือกรับประทานอาหารจำพวกแป้งจากธัญพืชที่ไม่ขัดสี
  • เลือกรับประทานผักและผลไม้รสไม่หวานจัด
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ดูแลและตรวจเท้าทุกวัน
  • เข้ารับการรักษาและติดตามอาการสม่ำเสมอ
  • ดื่มน้ำสะอาดมากกว่า 8 แก้วต่อวัน
  • รับประทานอาหารและยาตรงเวลา
  • ตรวจฟันและช่องปากทุกๆ 6 เดือน

Don’t


  • รับประทานอาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม
  • สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • ซื้อยามารับประทานเอง
  • รับประทานยาเกินปริมาณที่กำหนด
  • ปล่อยให้ตัวเองเครียด หรือโมโหง่าย

การป้องกันโรคเบาหวาน


หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นสารอาหารครบถ้วน มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ หรือข้าวกล้อง พร้อมทั้งแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ ในแต่ละวันเพื่อรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาล งดรับประทานอาหารที่มีรสจัดทั้งหวาน มัน เค็ม รวมถึงระมัดระวังอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ไขมันสูง ขนม หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ติดมัน นอกจากนี้ให้งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ และเน้นการออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเบาหวาน


1. ค่า DTX คืออะไร และค่า DTX ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่?


ค่า DTX คือค่า Dextrostix ซึ่งเป็นวิธีการทดสอบหาปริมาณระดับน้ำตาล (กลูโคส) ในเลือด โดยค่า DTX ปกติควรอยู่ที่ 80-100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร


2. โรคเบาหวาน น้ำตาลในเลือดเท่าไหร่?


ค่าระดับน้ำตาลในเลือดของคนปกติจะน้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หากพบว่าค่าระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตรจะเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคเบาหวาน (ต้องงดอาหารหลังเที่ยงคืนก่อนเข้าตรวจในตอนเช้า)


3. โรคเบาหวาน ควรงดอาหารประเภทใด?


  • น้ำตาลทุกชนิด ทั้งขนมรวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟปรุงสำเร็จ หรือน้ำหวานต่างๆ
  • ผลิตภัณฑ์นม เช่น นมข้นหวาน นมปรุงแต่งรสหวาน โยเกิร์ตปรุงแต่งรสชาติ หรือนมเปรี้ยว
  • อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทะเล น้ำมันหมู เนยเทียม และชีส
  • อาหารแปรรูป เช่น ผลไม้หมักดอง ผลไม้กวน และผลไม้แช่อิ่ม

4. ผลไม้ที่คนเป็นโรคเบาหวานกินได้?


เลือกผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยๆ เช่น ส้ม ฝรั่ง แอปเปิ้ล กล้วย แก้วมังกร อินทผาลัม หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและควรทานแบบสดเท่านั้น


5. อินทผาลัมช่วยรักษาเบาหวานได้จริงหรือไม่?


ได้จริง เนื่องจากอินทผาลัมมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย ช่วยให้เซลล์ที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง เช่น ช่วยให้ตับอ่อนสามารถหลั่งฮอร์โมนอินซูลินได้เป็นปกติอีกครั้ง หากรับประทานอินทผาลัมในปริมาณที่เหมาะสม




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



พญ. จิรภัทร สุริยะชัยสวัสดิ์ (GP)
โรงพยาบาลกรุงเทพ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • กินอย่างไรคุมเบาหวานให้อยู่หมัด. (2016).https://www.thaihealth.or.th/Content/31447-กินอย่างไร คุมเบาหวานให้อยู่หมัด.html
  • ค่าน้ำตาลในเลือด ปกติควรเท่าไร – ตารางระดับน้ำตาลในเลือด.(2020).https://diabetes.in.th/ค่าน้ำตาลในเลือดปกติ/
  • นศภ. ปาณิสรา อุทัยสินศักดิ์.(2020).ยารักษาโรคเบาหวานกับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ. https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/507/ยารักษาโรคเบาหวาน-น้ำตาลในเลือดต�
  • นพพล.(2020).ยารักษาเบาหวาน.https://www.phyathai.com/article_detail/2986/th/ยาเบาหวานกินอย่างไรให้ถูกต้อง
  • แนวทางการรักษาโรคเบาหวาน. https://www.glucerna.co.th/diabetes/treatments/Diabetes-Treatment-Guidelines
  • เบาหวานมีกี่ชนิด. https://www.bangkokpattayahospital.com/th/healthcare-services-th/dm-and-endocrinology-center-th/item/1288.html
  • เบาหวาน เรื่องหวานๆ ที่ไม่ควรเสี่ยง.(2016).https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/May-2016/diabetes-risk-prevention-treatment
  • เมตฟอร์มิน.(2017).http://ndi.fda.moph.go.th/uploads/drug_doc/metformin_PIL_500,850mg-final.pdf
  • ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด.(2009). http://pharma.md.chula.ac.th/oral-hypoglycemic-drugs/
  • ระดับน้ำตาลในเลือดแค่ไหนเป็นโรคเบาหวาน. (2021).https://www.paolohospital.com/th-th/phrapradaeng/Article/Details/Last/ระดับน้ำตาล-แค่ไหน-เป็นโรคเบาหวาน
  • โรคเบาหวาน.(2019).https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/May-2016/diabetes-risk-prevention-treatment
  • โรคเบาหวาน (Diabetes).(2018).https://www.phukethospital.com/th/ไม่มีหมวดหมู่-en/diabetes/
  • รู้ทัน เข้าใจ อยู่อย่างปลอดภัยกับโรคความดันและเบาหวาน.(2010).https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/january-2010/hypertension-diabetes-Living-with-serious-chron
  • โรคเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์. (2017).https://www.saintlouis.or.th/article/show/_30-7-2017-8:44
  • อินทผาลัมกับเบาหวาน. (2015).https://synergyjapan.com/อินทผาลัม-กับ-เบาหวาน/

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคเบาหวาน (Diabetes)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคเบาหวานมีทั้งหมด 4 ประเภทคือ เบาหวานชนิดที่ 1 ที่เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากภาวะดื้ออินซูลินของเซลล์ เบาหวานชนิดอื่นๆ ที่มีสาเหตุเฉพาะ มักเกิดจากกรรมพันธุ์ และเบาหวานในผู้หญิงตั้งครรภ์ เกิดจากร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน

  • การใช้ยาถือเป็นลำดับสุดท้ายในการรักษาโรคเบาหวาน มีทั้งยาแบบกินที่ช่วยเพิ่มการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนและลดการดื้อต่ออินซูลิน ส่วนยาฉีดเป็นการเพิ่มอินซูลินเข้าสู่ร่างกาย แต่ผู้ป่วยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทานอาหารร่วมด้วย

  • ทุกคนควรออกกำลังกายและทานอาหารที่พอเหมาะกับร่างกาย รวมถึงตรวจสุขภาพประจำ เพื่อลดโอกาสเป็นโรคเบาหวาน โดยอาการของโรคเริ่มจากปัสสาวะบ่อยขึ้นในช่วงกลางคืน กินเยอะแต่น้ำหนักลด ผิวแห้ง ตาพร่า ชาแขนขา เป็นแผลแต่หายช้า สมรรถภาพทางเพศลดลง หากพบอาการ 3 อย่างในนี้ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรค



Table of Contents
โรคเบาหวานคืออะไร?
สาเหตุของโรคเบาหวาน
อาการของโรคเบาหวาน
ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคเบาหวาน
ยารักษาโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยควรดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคเบาหวาน
การป้องกันโรคเบาหวาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเบาหวาน


โรคเบาหวานคืออะไร?


โรคเบาหวาน (Diabetes) หมายถึง โรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ได้เพียงพอ หรือเกิดภาวะต้านอินซูลินส่งผลให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดค่าสูงกว่าปกติ


โรคเบาหวานมีกี่ประเภท?


โรคเบาหวาน (Diabetes) จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ดังนี้


  • เบาหวานชนิดที่ 1 มักพบในเด็กหรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี ผู้ป่วยมักจะมีรูปร่างผอม สาเหตุของโรคเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลิน โดยพบผู้ป่วยเบาหวานประเภทนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3.4 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด

  • เบาหวานชนิดที่ 2 พบมากถึงร้อยละ 95-97 ของผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีภาวะอ้วน อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป โดยตับอ่อนยังคงผลิตอินซูลินได้ แต่มีภาวะดื้ออินซูลินซึ่งเกิดจากเซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

  • เบาหวานชนิดอื่นที่มีสาเหตุเฉพาะ โดยมักจะมาจากความผิดปกติของพันธุกรรม โรคตับอ่อน ความผิดปกติของฮอร์โมน หรือการได้รับยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มสารเคมี หรือสเตียรอยด์

  • เบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ ซึ่งผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติการเป็นเบาหวานมาก่อนการตั้งครรภ์ โดยในระหว่างมีครรภ์จะมีฮอร์โมนจากรกออกฤทธิ์ต้านอินซูลิน ส่งผลให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินลดลง แต่พบว่าหลังคลอดโรคเบาหวานจะหายไป แต่อาจยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานได้หลังจากนั้น จึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามผล

สาเหตุของโรคเบาหวาน



โรคเบาหวานเกิดมาจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ภาวะอ้วน หรือน้ำหนักเกิน อายุมาก การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น หัดเยอรมัน คางทูม โรคตับอ่อน ตับอ่อนอักเสบ หรือความเครียดเรื้อรัง รวมไปถึงขาดการออกกำลังกายเป็นประจำ


อาการของโรคเบาหวาน


  • ผู้ป่วยจะปัสสาวะบ่อยขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน
  • รู้สึกหิวน้ำบ่อยหรือหิวบ่อย รับประทานอาหารมาก
  • น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้จะทานเยอะ
  • ผิวแห้งและเกิดอาการคัน
  • ตาพร่ามัว
  • ชาปลายมือปลายเท้า
  • หากมีแผลจะหายช้า
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน


ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดร่วมกับโรคอื่นๆ อาทิ โรคไขมันเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคอ้วน โดยหากปล่อยทิ้งไว้นานจะส่งผลเสียและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในอนาคต รวมไปถึงภาวะแทรกซ้อนอย่างโรคจอประสาทตาเสื่อม


อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย


สำหรับอาการระยะสุดท้ายของโรคเบาหวาน เป็นภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมานานซึ่งมักจะมีอาการแทรกซ้อนและโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะ “โรคไต” หรือที่เรียกว่าเบาหวานลงไต โดยโรคเบาหวานจะส่งผลให้ไตทำงานลดลงจนนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายก่อนเสียชีวิต


ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน



โรคเบาหวานกับอาการความดันโลหิตสูง


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดทั้งโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีความคล้ายคลึงกัน เช่น การมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ทานอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ไม่ค่อยออกกำลังกาย และพบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีสาเหตุมาจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ จำนวนถึง 1 ใน 3 ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะเป็นโรคความดันโลหิตสูงด้วย เมื่อผู้ป่วยเป็นทั้งสองโรคพร้อมกันก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา


โรคเบาหวานกับอาการคัน


อาการหนึ่งของผู้ป่วยโรคเบาหวานคือจะมีผิวแห้งและมีอาการคัน รวมถึงผิวอักเสบ ผิวติดเชื้อ เป็นฝี เป็นหนองได้ พบได้ถึง 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ โดยจะต้องคอยทำให้ผิวสะอาดและแห้งอยู่เสมอ เลี่ยงความอับชื้นโดยเฉพาะบริเวณข้อพับ ขาหนีบ ห้ามแกะเกาและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น


โรคเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์


ถือเป็นอีกหนึ่งชนิดของโรคเบาหวาน เกิดในระหว่างการตั้งครรภ์ได้ทุกระยะ และสามารถส่งผลต่อทั้งแม่และเด็ก อาจร้ายแรงถึงขั้นครรภ์เป็นพิษ ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกตัวใหญ่จนต้องผ่าคลอด เกิดการแท้ง หรือทารกที่เกิดมามีปัญหาด้านการหายใจและเสียชีวิตหลังคลอด ซึ่งโรคเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์เกิดจากการที่ร่างกายไม่ตอบสนองอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ปัจจัยที่ทำให้หญิงตั้งครรภ์เป็นเบาหวานมีหลายข้อ ทั้งน้ำหนักตัวเกิน เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ผ่านมา หรือครอบครัวเป็นเบาหวานชนิดที่ 2


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


ควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อหาความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวาน หรือหากมีอาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานประมาณ 3 ข้อ ให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย


consult doctor

การรักษาโรคเบาหวาน



  • ศึกษาหรือสอบถามแพทย์เกี่ยวกับโรคเบาหวาน เช่น โภชนาการบำบัด การออกกำลังกาย ยารักษาเบาหวาน การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด การดูแลรักษาเท้าเนื่องจากส่วนใหญ่ผู้ป่วยเบาหวานจะมีภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง ไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงเท้าได้ หรือการดูแลภาวะพิเศษ เช่น การตั้งครรภ์

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

  • ควบคุมอาหาร ซึ่งไม่ได้หมายถึงการลดปริมาณอาหาร แต่หมายถึงเลือกทานอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม มีปริมาณน้ำตาลในแต่ละมื้ออาหารไม่เกินกำหนด

  • ออกกำลังกายเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

  • ใช้ยาเป็นลำดับสุดท้ายในการรักษา ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดจากการรับประทานอาหารและออกกำลังกายได้ โดยมียาให้เลือกทั้งแบบรับประทานและแบบฉีดขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือดและสภาวะการเจ็บป่วยอื่นๆ ที่พบร่วมด้วย

ยารักษาโรคเบาหวาน


ยาเบาหวานมีอะไรบ้าง?


ยารักษาโรคเบาหวานจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด


  • ยารักษาเบาหวานชนิดรับประทาน ได้แก่ กลุ่มเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน กลุ่มที่ลดการดื้อต่ออินซูลิน กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ Alpha-glucosidase และ กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ Dipeptidyl Peptidase-4 inhibitors

  • ยารักษาเบาหวานชนิดฉีด ได้แก่ กลุ่มอินซูลินที่ออกฤทธิ์เร็ว กลุ่มอินซูลินที่ออกฤทธิ์สั้น กลุ่มอินซูลินที่ออกฤทธิ์ปานกลางและกลุ่มอินซูลินออกฤทธิ์นาน

ยารักษาเบาหวานห้ามกินคู่กับยาอะไร?


  • กลุ่มยาแก้ท้องเสียชนิดถ่านคาร์บอน (Activated Charcoal) เนื่องจากถ่านคาร์บอนจะเข้าไปดูดซับสารพิษหรือของเสีย เมื่อไปจับกับยาเบาหวานจะส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

  • กลุ่มยาแก้แพ้อากาศ โดยยาแก้แพ้อากาศเมื่อรับประทานร่วมกับยารักษาเบาหวานจะมีผลต่อการเพิ่มอุณหภูมิในเลือดส่งผลให้การออกฤทธิ์ของยาลดน้ำตาลในเลือดมีประสิทธิภาพน้อยลง

ยาเบาหวาน ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง?


  • กลุ่มยา Metformin เป็นกลุ่มยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือดที่นิยมใช้กันมากและควรเลือกใช้เป็นขนานแรกในการรักษา มีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเสีย หรือคลื่นไส้ ซึ่งควรกินทันทีหรือหลังอาหารไม่เกินครึ่งชั่วโมง

  • กลุ่มยา Sulfonylureas เป็นยารักษาเบาหวานอีกหนึ่งชนิดที่ได้รับความนิยม แต่พบหลักฐานว่าเป็นกลุ่มยาเดี่ยวในการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่ายา Metformin ดังนั้นยากลุ่มนี้จึงไม่ใช่ยากลุ่มแรกๆ ที่ควรเลือกใช้เดี่ยวๆ ซึ่งอาจจะใช้ได้ต่อเมื่อผู้ป่วยมีข้อห้ามใช้หรือไม่สามารถทนต่อ Metformin และอาจนำไปใช้เป็นยาสองขนานร่วมกัน

กินยาเบาหวานแล้วท้องเสีย ต้องทำอย่างไร?



สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาเบาหวานแล้วมีอาการปวดท้อง ท้องอืด หรือท้องเสีย ไม่จำเป็นต้องหยุดยาทันทีเนื่องจากยาเบาหวานบางชนิด เช่น Metformin อาจจะมีอาการข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากทานยา แต่ทั้งนี้หากผู้ป่วยรู้สึกทนไม่ไหว แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาและติดตามอาการ


กินยาเบาหวานแล้วใจสั่น ต้องทำอย่างไร?


สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาเบาหวานแล้วรู้สึกมีอาการใจสั่น ใจเต้นแรง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะภายหลังจากการทานยาให้หยุดยาแล้วรีบไปพบแพทย์โดยทันที


buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคเบาหวาน


Do


  • เลือกรับประทานอาหารจำพวกแป้งจากธัญพืชที่ไม่ขัดสี
  • เลือกรับประทานผักและผลไม้รสไม่หวานจัด
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ดูแลและตรวจเท้าทุกวัน
  • เข้ารับการรักษาและติดตามอาการสม่ำเสมอ
  • ดื่มน้ำสะอาดมากกว่า 8 แก้วต่อวัน
  • รับประทานอาหารและยาตรงเวลา
  • ตรวจฟันและช่องปากทุกๆ 6 เดือน

Don’t


  • รับประทานอาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม
  • สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • ซื้อยามารับประทานเอง
  • รับประทานยาเกินปริมาณที่กำหนด
  • ปล่อยให้ตัวเองเครียด หรือโมโหง่าย

การป้องกันโรคเบาหวาน


หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นสารอาหารครบถ้วน มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ หรือข้าวกล้อง พร้อมทั้งแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ ในแต่ละวันเพื่อรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาล งดรับประทานอาหารที่มีรสจัดทั้งหวาน มัน เค็ม รวมถึงระมัดระวังอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ไขมันสูง ขนม หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ติดมัน นอกจากนี้ให้งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ และเน้นการออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเบาหวาน


1. ค่า DTX คืออะไร และค่า DTX ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่?


ค่า DTX คือค่า Dextrostix ซึ่งเป็นวิธีการทดสอบหาปริมาณระดับน้ำตาล (กลูโคส) ในเลือด โดยค่า DTX ปกติควรอยู่ที่ 80-100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร


2. โรคเบาหวาน น้ำตาลในเลือดเท่าไหร่?


ค่าระดับน้ำตาลในเลือดของคนปกติจะน้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หากพบว่าค่าระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตรจะเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคเบาหวาน (ต้องงดอาหารหลังเที่ยงคืนก่อนเข้าตรวจในตอนเช้า)


3. โรคเบาหวาน ควรงดอาหารประเภทใด?


  • น้ำตาลทุกชนิด ทั้งขนมรวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟปรุงสำเร็จ หรือน้ำหวานต่างๆ
  • ผลิตภัณฑ์นม เช่น นมข้นหวาน นมปรุงแต่งรสหวาน โยเกิร์ตปรุงแต่งรสชาติ หรือนมเปรี้ยว
  • อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทะเล น้ำมันหมู เนยเทียม และชีส
  • อาหารแปรรูป เช่น ผลไม้หมักดอง ผลไม้กวน และผลไม้แช่อิ่ม

4. ผลไม้ที่คนเป็นโรคเบาหวานกินได้?


เลือกผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยๆ เช่น ส้ม ฝรั่ง แอปเปิ้ล กล้วย แก้วมังกร อินทผาลัม หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและควรทานแบบสดเท่านั้น


5. อินทผาลัมช่วยรักษาเบาหวานได้จริงหรือไม่?


ได้จริง เนื่องจากอินทผาลัมมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย ช่วยให้เซลล์ที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง เช่น ช่วยให้ตับอ่อนสามารถหลั่งฮอร์โมนอินซูลินได้เป็นปกติอีกครั้ง หากรับประทานอินทผาลัมในปริมาณที่เหมาะสม




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



พญ. จิรภัทร สุริยะชัยสวัสดิ์ (GP)
โรงพยาบาลกรุงเทพ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • กินอย่างไรคุมเบาหวานให้อยู่หมัด. (2016).https://www.thaihealth.or.th/Content/31447-กินอย่างไร คุมเบาหวานให้อยู่หมัด.html
  • ค่าน้ำตาลในเลือด ปกติควรเท่าไร – ตารางระดับน้ำตาลในเลือด.(2020).https://diabetes.in.th/ค่าน้ำตาลในเลือดปกติ/
  • นศภ. ปาณิสรา อุทัยสินศักดิ์.(2020).ยารักษาโรคเบาหวานกับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ. https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/507/ยารักษาโรคเบาหวาน-น้ำตาลในเลือดต�
  • นพพล.(2020).ยารักษาเบาหวาน.https://www.phyathai.com/article_detail/2986/th/ยาเบาหวานกินอย่างไรให้ถูกต้อง
  • แนวทางการรักษาโรคเบาหวาน. https://www.glucerna.co.th/diabetes/treatments/Diabetes-Treatment-Guidelines
  • เบาหวานมีกี่ชนิด. https://www.bangkokpattayahospital.com/th/healthcare-services-th/dm-and-endocrinology-center-th/item/1288.html
  • เบาหวาน เรื่องหวานๆ ที่ไม่ควรเสี่ยง.(2016).https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/May-2016/diabetes-risk-prevention-treatment
  • เมตฟอร์มิน.(2017).http://ndi.fda.moph.go.th/uploads/drug_doc/metformin_PIL_500,850mg-final.pdf
  • ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด.(2009). http://pharma.md.chula.ac.th/oral-hypoglycemic-drugs/
  • ระดับน้ำตาลในเลือดแค่ไหนเป็นโรคเบาหวาน. (2021).https://www.paolohospital.com/th-th/phrapradaeng/Article/Details/Last/ระดับน้ำตาล-แค่ไหน-เป็นโรคเบาหวาน
  • โรคเบาหวาน.(2019).https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/May-2016/diabetes-risk-prevention-treatment
  • โรคเบาหวาน (Diabetes).(2018).https://www.phukethospital.com/th/ไม่มีหมวดหมู่-en/diabetes/
  • รู้ทัน เข้าใจ อยู่อย่างปลอดภัยกับโรคความดันและเบาหวาน.(2010).https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/january-2010/hypertension-diabetes-Living-with-serious-chron
  • โรคเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์. (2017).https://www.saintlouis.or.th/article/show/_30-7-2017-8:44
  • อินทผาลัมกับเบาหวาน. (2015).https://synergyjapan.com/อินทผาลัม-กับ-เบาหวาน/