MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

วิธีตรวจโควิด-19 มีแบบไหนบ้าง ต่างกันอย่างไรและตรวจแบบไหนแม่นยำกว่า

KEY POINTS:


  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงควรสังเกตอาการตัวเอง เช่น ไข้สูง เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเร็ว หายใจลำบาก เคยสัมผัสหรือไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจโควิด-19 หรือซื้อชุดตรวจ Rapid test เพื่อตรวจคัดกรองเชื้อด้วยตัวเองที่บ้าน

  • การตรวจโควิด-19 มี 3 รูปแบบได้แก่ RT-PCR ที่ตรวจหา DNA ของเชื้อไวรัส แบบต่อมาคือ Rapid antigen test ที่ตรวจหาส่วนประกอบของไวรัส และสุดท้ายคือ Rapid antibody test เป็นการตรวจหาแอนติบอดีที่ร่างกายเราสร้างขึ้นหลังการติดเชื้อ ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบมีความแม่นยำ ความจำเพาะและราคาที่แตกต่างกัน

  • การตรวจแบบ Rapid test แม้ผลจะเป็นลบหรือไม่ติดเชื้อ แต่ถ้ามีความเสี่ยง ไปในที่ที่มีการระบาดมา พบเจอผู้ที่ติดเชื้อ และมีอาการเข้าข่ายผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้กักตัวแยกจากผู้อื่น และไปตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR



Table of Contents
การตรวจโควิด-19 ในปัจจุบันมีกี่ประเภท
RT-PCR คืออะไร
Rapid Test คืออะไร
RT-PCR VS Rapid test แบบไหนมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน?
ขั้นตอนการตรวจด้วยวิธี RT-PCR
ขั้นตอนการตรวจด้วยวิธี Rapid Test
ผลตรวจ Rapid test เป็นลบอย่าเพิ่งวางใจ มาดูวิธีอ่านค่าผลตรวจโควิด-19 กัน!
ตรวจโควิดฟรีได้หรือไม่?
ตรวจโควิดฟรีได้ที่ไหน?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจโควิด-19


เนื่องจากตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นรายวัน ทำให้ความวิตกกังวลของแต่ละคนก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย นอกจากการเช็กอาการของตัวเองในทุกๆ เช้าว่ามีไข้เกิน 37.5 องศาเซลเซียสไหม เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจลำบากหรือเปล่า จมูกยังได้กลิ่น ลิ้นยังรับรสดีไหม หลายคนก็ต้องการตรวจโควิค-19 เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เป็น ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจวิธีตรวจโควิด-19 ในปัจจุบันกันก่อน ทั้งแบบ RT-PCR และ Rapid test โดยเฉพาะแบบ Rapid antigen test ที่เพิ่งได้รับการปลดล็อกหมาดๆ จากกระทรวงสาธารณสุขให้ทุกคนซื้อไปตรวจเองได้ที่บ้าน


การตรวจโควิด-19 ในปัจจุบันมีกี่ประเภท


ปัจจุบันการตรวจโควิด-19 มี 2 ประเภท ได้แก่


  1. RT-PCR คือ การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะ
  2. Rapid test คือ การตรวจหาแอนติบอดี (Antibody) ในเลือด หรือการตรวจหาแอนติเจน (Antigen) จากสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ

RT-PCR คืออะไร


การตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR

RT-PCR หรือ Real Time Polymerase Chain Reaction คือ การตรวจหาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต โดยการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งทางจมูกและลำคอ หรือที่เรียกว่า Swab สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อได้โดยตรงแม้เชื้อในร่างกายจะมีปริมาณน้อย หรือเพิ่งได้รับเชื้อและยังไม่แสดงอาการ นอกจากนี้ RT-PCR ยังสามารถตรวจพบเศษชิ้นส่วนของไวรัสในผู้ที่เคยติดเชื้อและหายแล้วได้อีกด้วย


วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ เนื่องจากเป็นวิธีการที่มีมาตรฐาน มีการวิจัยรองรับ รวมถึงมีความจำเพาะและความแม่นยำสูง และยังถือว่าเป็นวิธีระดับ “Gold standard” สำหรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาอีกด้วย


อะไรคือ Gold Standard?


แต่ละโรคจะมีวิธีการวินิจฉัยหลายแบบ ซึ่งวิธีที่จะได้ขึ้นแท่นเป็น Gold Standard จะต้องเป็นการตรวจวินิจฉัยมาตรฐาน ที่ให้การวินิจฉัยโรคแบบถูกต้องตามความเป็นจริงมากที่สุด และได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องมาแล้ว (อ้างอิงจาก med.mahidol.ac.th)


Rapid Test คืออะไร


Rapid test คือ การตรวจหาส่วนประกอบเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกาย ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดตรวจ โดยชุดตรวจ Rapid test ทำให้รู้ผลไวเพียง 10-30 นาที และราคาถูกกว่าการตรวจแบบ RT-PCR แต่จะมีความจำเพาะและแม่นยำน้อยกว่า จึงเป็นเพียงการตรวจคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งชุดตรวจแบบ Rapid test มี 2 ชนิด ดังนี้


การตรวจโควิด-19 แบบ Rapid antibody test

1. Rapid antibody test


เป็นการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาแอนติบอดีชนิด IgG และ IgM ซึ่งเป็นโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาหลังจากได้รับเชื้อ การใช้ชุดตรวจชนิดนี้จะให้ผลลัพธ์แม่นยำขึ้นหากตรวจหลังจากร่างกายติดเชื้อไปแล้วประมาณ 10 วันจนกระทั่งหายป่วยแล้ว หากตรวจเร็วกว่านี้จะไม่พบแอนติบอดีทำให้ผลตรวจไม่ถูกต้อง


2. Rapid antigen test


การใช้ชุดทดสอบตรวจหาส่วนประกอบ (Antigen) ของเชื้อไวรัสจากสารคัดหลั่งทางโพรงจมูก ผลลัพธ์จะแม่นยำขึ้นเมื่อตรวจหลังจากได้รับเชื้อมาแล้ว 5-14 วัน เป็นวิธีการที่ทราบผลได้เร็ว แต่มีความแม่นยำและจำเพาะน้อยกว่า RT-PCR ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกให้ทุกคนสามารถซื้อมาตรวจเองที่บ้าน ราคาประมาณ 400 บาทต่อ 1 ชุดตรวจ


RT-PCR VS Rapid test แบบไหนมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน?


การตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบ RT-PCR จะมีความจำเพาะและแม่นยำสูงกว่า ดังนั้นการตรวจแบบ RT-PCR จึงมีประสิทธิภาพมากกว่า เนื่องจากสามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสตัวนั้นๆ ได้แบบเจาะจง แต่การตรวจแบบ Rapid test ทำให้ทราบผลเบื้องต้นได้เร็วและลดการแออัดของสถานพยาบาล


หากมีการตรวจแบบ Rapid test แล้วผลลัพธ์ขึ้น 2 ขีด (แปลว่าติดเชื้อ) ควรมีการตรวจแบบ RT-PCR ซ้ำ เพื่อยืนยันความถูกต้องของผลการตรวจ หรือในบางเคสที่ผลการตรวจ Rapid Test ขึ้น 1 ขีด (แปลว่าไม่ติดเชื้อ) แต่มีความเสี่ยงสูง ควรตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR


ขั้นตอนการตรวจด้วยวิธี RT-PCR


ขั้นตอนการตรวจแบบ RT-PCR

สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ดังนี้


  • การเก็บเชื้อ: เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลกับบุคลากรทางการแพทย์ โดยการเก็บเชื้อจะใช้ก้านเก็บตัวอย่างแหย่เข้าไปในโพรงจมูก (Nasopharyngeal swab) ให้ปลายแท่งชนกับผนังโพรงจมูกแล้วแช่ไว้สักครูเพื่อซับสารคัดหลั่งในโพรงจมูก ก่อนจะหมุนเบาๆ 2-3 ครั้งเพื่อเก็บเนื้อเยื่อ หลังจากนั้นนำก้านเก็บตัวอย่างใส่เข้าไปในหลอดเก็บเชื้อเพื่อนำไปยังห้องแล็บ สามารถทราบผลได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนคิวในโรงพยาบาลนั้นๆ นอกจากนี้ยังสามารถเก็บเชื้อจากหลังลำคอ (Throat swab) ได้ด้วย ซึ่งวิธีการทำก็เหมือนกับการเก็บเชื้อจากโพรงจมูก

  • การสกัด: เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตัวอย่างเชื้อมาแล้ว จะเอาไปเข้ากระบวนการการสกัด โดยการแยกดีเอ็นเอของไวรัสที่อยู่ในตัวอย่างเชื้อ

  • การทำ PCR: ขั้นตอนนี้สำคัญมาก โดยจะมีการใช้สารเคมีพิเศษ และเครื่อง PCR หรือที่เรียกว่า Thermal Cycler เพื่อทำการคัดลอกดีเอ็นเอของไวรัสออกมาเป็นล้านๆ ฉบับ ถ้าในตัวอย่างเชื้อที่นำมาทดสอบมีไวรัสโควิด-19 สารเคมีที่ใช้ทดสอบ จะทำให้เกิดสารเรืองแสงหรือเรียกว่า Signal หลังจากนั้นจึงจะใช้เครื่อง PCR และซอฟต์แวร์ในการแปลผลอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขั้นตอนการตรวจด้วยวิธี Rapid Test


วิธีตรวจแบบ Rapid antibody test


  • เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลกับบุคลากรทางการแพทย์หรือจุดบริการรับตรวจโควิด-19
  • เจาะเลือดปลายนิ้ว
  • เก็บตัวอย่างเลือดนำไปใส่ในช่องบนชุดตรวจพร้อมหยดน้ำยาตรวจโควิด-19 ใส่ลงไป
  • รอผลตรวจ 10-15 นาที
  • ถ้าพบว่าผลตรวจเป็นบวก หรือขึ้น 2 ขีด แสดงว่าติดเชื้อ ควรตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR

rapid test kit ผลเป็นลบคือไม่ติดเชื้อ

วิธีตรวจแบบ Rapid antigen test


  • เลือกซื้อชุดตรวจที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย.
  • ศึกษาวิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง
  • ทำความสะอาดโต๊ะหรือพื้นที่ที่จะวางชุดตรวจ ล้างมือให้สะอาด
  • แหย่ก้านเก็บตัวอย่างเข้าไปยังโพรงจมูก
  • จุ่มไม้สำลีที่เก็บตัวอย่างแล้วลงในหลอดที่มีน้ำยาตรวจโควิด
  • เอาก้านสำลีออกแล้วลงไปใส่ในถุงเพื่อเตรียมทิ้ง
  • น้ำยาที่ได้ให้นำมาบีบลงชุดตรวจโควิด-19 ตรงจุดที่กำหนด
  • รอสังเกตผลตรวจ 15-20 นาที
  • ถ้าพบว่าผลตรวจเป็นบวก หรือขึ้น 2 ขีด ควรด้วยซ้ำด้วยวิธี RT-PCR

*ควรรักษาความสะอาด และอ่านฉลากก่อนการใช้งานทุกครั้ง


การทิ้งอุปกรณ์ชุดตรวจที่ใช้แล้ว


สำหรับชุดตรวจ Rapid Test ที่ใช้ทดสอบเองที่บ้าน เมื่อใช้ชุดตรวจเสร็จแล้วไม่ว่าผลจะออกมาเป็นบวกหรือลบ ให้นำชุดตรวจทั้งชุดใส่ถุงแล้วมัดปากถุงให้เรียบร้อยเขียนแปะไว้หน้าถุงอย่างชัดเจนว่า “ขยะติดเชื้อ” ก่อนจะนำไปทิ้ง


ผลตรวจ Rapid test เป็นลบอย่าเพิ่งวางใจ มาดูวิธีอ่านค่าผลตรวจโควิด-19 กัน!


  • ผลเป็นบวก หรือ Positive Test Result: ในชุดตรวจจะขึ้น 2 ขีด แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องเข้ารับการตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR
  • ผลเป็นลบ หรือ Negative Test Result: ในชุดตรวจจะขึ้น 1 ชีดที่ตัว C การที่ผลตรวจออกมาเป็นลบ ไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่าไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ปัจจัยที่ทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน อาจเป็นเพราะทำการตรวจเชื้อเร็วเกินไป ชุดตรวจจึงไม่พบส่วนประกอบของไวรัส (Antigen) หรือร่างกายยังไม่ทันสร้างแอนติบอดี (Antibody) และหากผลเป็นลบแต่มีอาการแสดงออกมาคล้ายผู้ป่วยโควิด ให้รีบไปตรวจอีกครั้งทันที

ทั้งนี้หากใช้ชุดตรวจแล้วไม่มีขีดที่ตัว C ขึ้นเลย แสดงว่าชุดตรวจใช้งานไม่ได้ ให้เปลี่ยนอันใหม่


consult doctor

ตรวจโควิดฟรีได้หรือไม่?


กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเงื่อนไขในการตรวจโควิด-19 ฟรี หากมีอาการที่เข้าเกณฑ์การติดโควิด-19 สามารถเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศ โดยมีเกณฑ์การพิจารณาอาการดังนี้


  • มีอาการไข้ อุณหภูมิ 37.5 องศาขึ้นไป
  • ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก
  • สัมผัสผู้ป่วยติดโควิด-19 ภายใน 14 วันที่ผ่านมา
  • เคยเดินทางไปต่างประเทศ/ประเทศที่มีการระบาดของโควิด-19 ภายใน 14 วันที่ผ่านมา
  • เคยไปสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มภายใน 14 วันที่ผ่านมา

ตรวจโควิดฟรีได้ที่ไหน?


ข้อมูลอัปเดตเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเข้ารับการตรวจโควิด-19 เชิงรุกด้วยชุดตรวจ Rapid antigen test โดยให้เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนาบัตร 2 ชุดไปด้วย มีทั้งหมด 4 จุด ดังนี้


  1. สนามกีฬาธูปะเตมีย์ กองทัพอากาศ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดย สปคม.
    ตั้งแต่วันที่ 12 – 30 กรกฎาคม 2564 (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.

  2. สนามราชมังคลากีฬาสถาน (หัวหมาก) เขตบางกะปิ กทม. โดย สปคม.
    ตั้งแต่วันที่ 12 – 23 กรกฎาคม 2564 (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.

  3. ลานจอดรถชั้น 1 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม.
    ตรวจโดยคณะเทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล
    ตั้งแต่วันที่ 12 – 30 กรกฎาคม 2564 (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์) เวลา 8.00 น.-16.00 น.
    (ปิดรับจองคิวผ่านระบบออนไลน์ชั่วคราว เนื่องจากผู้จองคิวจำนวนมาก กว่า 4 หมื่นราย ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดระบบให้ผู้จองคิวทุกท่านได้เข้าสู่การตรวจโดยเร็ว)

  4. สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) หรือสถาบันธัญญารักษ์ ถ.พหลโยธิน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
    ตั้งแต่วันที่ 15-21 กรกฎาคม 2564 (ไม่หยุดเสาร์-อาทิตย์) เวลา 9.00 – 16.00 น. ตรวจโดยทีมงานจาก รพ.มหาราชนครราชสีมา

นอกจากนี้ยังมีที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ซอยคุ้มเกล้า 1/5 ถนนคุ้มเกล้า เขตมีนบุรี ตั้งแต่เวลา 08.30 – 14.00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2564 รายละเอียดดังนี้


  • จำกัดจำนวน 1,000 คิวต่อวัน / แจกบัตรคิวหน้างาน
  • บริการเฉพาะผู้พักอาศัยในพื้นที่ กทม. (เฉพาะคนไทยเท่านั้น)
  • เตรียมเอกสารบัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด (พกปากกาไปด้วย)
  • ผลตรวจจะแจ้งผ่าน sms ประมาณ 1 – 3 วัน กรุณาแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
  • สามารถขอเอกสารรับรองการตรวจได้ หลังจากได้รับแจ้งผลทาง sms โดยติดต่อ รพ.หน่วยตรวจ ในช่องทางด้านล่างนี้

ข้อมูลจาก komchadluek.net


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจโควิด-19


1. ตรวจโควิดราคาเท่าไหร่?


การตรวจโควิด-19 แต่ละรูปแบบจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ตามความแม่นยำ และความรวดเร็ว


  • แบบ RT PCR ราคา 3,000-6,500 บาท
  • แบบ Rapid Antibody Test ราคา 200-1,500 บาท
  • แบบ Rapid Antigen Test ราคา 400-1,200 บาท

buy drug online on raksa app

2. อยากตรวจโควิดซ้ำต้องรอกี่วัน?


หากไปตรวจโควิดยังไม่พบว่ามีการติดเชื้อ ควรรอหลังจากนั้นอีกประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้เชื้อได้ฟักตัวหากมีการติดจริง แล้วค่อยไปตรวจใหม่อีกครั้ง


3. ระยะฟักตัวของเชื้อ COVID-19 คือกี่วัน?


ระยะฟักตัวของเชื้อโควิด-19 คือ ระยะที่ได้รับเชื้อแล้วแสดงอาการ สามารถอยู่ในช่วง 1-14 วัน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการในช่วง 5-7 วันหลังรับเชื้อ


4. การตรวจโควิด-19 สามารถตรวจเองได้ไหม?


ปัจจุบันสามารถซื้อชุดตรวจโควิด-19 มาตรวจเองได้ที่บ้าน เป็นชุดตรวจแบบ Rapid antigen test ที่จะใช้วิธี Swab จมูก ราคาของชุดตรวจอยู่ที่ประมาณ 400 บาทต่อ 1 ชุด สามารถหาซื้อจากร้านขายยาได้


5. หากตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี Rapid Test แล้วควรตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR ไหม?


หากมีการตรวจแบบ Rapid test แล้วผลลัพธ์ขึ้น 2 ขีด (แปลว่าติดเชื้อ) ควรมีการตรวจแบบ RT-PCR ซ้ำ เพื่อยืนยันความถูกต้องของผลการตรวจ หรือในบางเคสที่ผลการตรวจ Rapid Test ขึ้น 1 ขีด (แปลว่าไม่ติดเชื้อ) แต่รู้ตัวว่ามีความเสี่ยงสูง มีอาการคล้ายเป็นโควิด ควรตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR และควรกักตัวเอง 14 วันร่วมด้วย


การตรวจโควิด-19 มีวิธีหลักๆ อยู่ 2 วิธี คือ RT-PCR เป็นการตรวจหา DNA หรือสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส และแบบ Rapid test ที่แบ่งออกไปอีก 2 แบบย่อย คือตรวจหาชิ้นส่วน (Antigen) ของเชื้อไวรัสและการตรวจหาแอนติบอดี (Antibody) ที่ร่างกายเราสร้างขึ้นหลังการติดเชื้อ และปัจจุบันสามารถหาซื้อชุดตรวจแบบ Rapid antigen test เพื่อตรวจที่บ้านได้แล้วด้วย อาจช่วยลดโอกาสติดเชื้อจากการไปรอคิวตรวจได้แม้ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 400 บาทต่อ 1 ชุดตรวจก็ตาม


บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
แอสไพริน (Aspirin)
พาราเซตามอล (Paracetamol)
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

วิธีตรวจโควิด-19 มีแบบไหนบ้าง ต่างกันอย่างไรและตรวจแบบไหนแม่นยำกว่า

KEY POINTS:


  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงควรสังเกตอาการตัวเอง เช่น ไข้สูง เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเร็ว หายใจลำบาก เคยสัมผัสหรือไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจโควิด-19 หรือซื้อชุดตรวจ Rapid test เพื่อตรวจคัดกรองเชื้อด้วยตัวเองที่บ้าน

  • การตรวจโควิด-19 มี 3 รูปแบบได้แก่ RT-PCR ที่ตรวจหา DNA ของเชื้อไวรัส แบบต่อมาคือ Rapid antigen test ที่ตรวจหาส่วนประกอบของไวรัส และสุดท้ายคือ Rapid antibody test เป็นการตรวจหาแอนติบอดีที่ร่างกายเราสร้างขึ้นหลังการติดเชื้อ ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบมีความแม่นยำ ความจำเพาะและราคาที่แตกต่างกัน

  • การตรวจแบบ Rapid test แม้ผลจะเป็นลบหรือไม่ติดเชื้อ แต่ถ้ามีความเสี่ยง ไปในที่ที่มีการระบาดมา พบเจอผู้ที่ติดเชื้อ และมีอาการเข้าข่ายผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้กักตัวแยกจากผู้อื่น และไปตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR



Table of Contents
การตรวจโควิด-19 ในปัจจุบันมีกี่ประเภท
RT-PCR คืออะไร
Rapid Test คืออะไร
RT-PCR VS Rapid test แบบไหนมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน?
ขั้นตอนการตรวจด้วยวิธี RT-PCR
ขั้นตอนการตรวจด้วยวิธี Rapid Test
ผลตรวจ Rapid test เป็นลบอย่าเพิ่งวางใจ มาดูวิธีอ่านค่าผลตรวจโควิด-19 กัน!
ตรวจโควิดฟรีได้หรือไม่?
ตรวจโควิดฟรีได้ที่ไหน?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจโควิด-19


เนื่องจากตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นรายวัน ทำให้ความวิตกกังวลของแต่ละคนก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย นอกจากการเช็กอาการของตัวเองในทุกๆ เช้าว่ามีไข้เกิน 37.5 องศาเซลเซียสไหม เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจลำบากหรือเปล่า จมูกยังได้กลิ่น ลิ้นยังรับรสดีไหม หลายคนก็ต้องการตรวจโควิค-19 เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เป็น ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจวิธีตรวจโควิด-19 ในปัจจุบันกันก่อน ทั้งแบบ RT-PCR และ Rapid test โดยเฉพาะแบบ Rapid antigen test ที่เพิ่งได้รับการปลดล็อกหมาดๆ จากกระทรวงสาธารณสุขให้ทุกคนซื้อไปตรวจเองได้ที่บ้าน


การตรวจโควิด-19 ในปัจจุบันมีกี่ประเภท


ปัจจุบันการตรวจโควิด-19 มี 2 ประเภท ได้แก่


  1. RT-PCR คือ การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะ
  2. Rapid test คือ การตรวจหาแอนติบอดี (Antibody) ในเลือด หรือการตรวจหาแอนติเจน (Antigen) จากสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ

RT-PCR คืออะไร


การตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR

RT-PCR หรือ Real Time Polymerase Chain Reaction คือ การตรวจหาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต โดยการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งทางจมูกและลำคอ หรือที่เรียกว่า Swab สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อได้โดยตรงแม้เชื้อในร่างกายจะมีปริมาณน้อย หรือเพิ่งได้รับเชื้อและยังไม่แสดงอาการ นอกจากนี้ RT-PCR ยังสามารถตรวจพบเศษชิ้นส่วนของไวรัสในผู้ที่เคยติดเชื้อและหายแล้วได้อีกด้วย


วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ เนื่องจากเป็นวิธีการที่มีมาตรฐาน มีการวิจัยรองรับ รวมถึงมีความจำเพาะและความแม่นยำสูง และยังถือว่าเป็นวิธีระดับ “Gold standard” สำหรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาอีกด้วย


อะไรคือ Gold Standard?


แต่ละโรคจะมีวิธีการวินิจฉัยหลายแบบ ซึ่งวิธีที่จะได้ขึ้นแท่นเป็น Gold Standard จะต้องเป็นการตรวจวินิจฉัยมาตรฐาน ที่ให้การวินิจฉัยโรคแบบถูกต้องตามความเป็นจริงมากที่สุด และได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องมาแล้ว (อ้างอิงจาก med.mahidol.ac.th)


Rapid Test คืออะไร


Rapid test คือ การตรวจหาส่วนประกอบเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกาย ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดตรวจ โดยชุดตรวจ Rapid test ทำให้รู้ผลไวเพียง 10-30 นาที และราคาถูกกว่าการตรวจแบบ RT-PCR แต่จะมีความจำเพาะและแม่นยำน้อยกว่า จึงเป็นเพียงการตรวจคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งชุดตรวจแบบ Rapid test มี 2 ชนิด ดังนี้


การตรวจโควิด-19 แบบ Rapid antibody test

1. Rapid antibody test


เป็นการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาแอนติบอดีชนิด IgG และ IgM ซึ่งเป็นโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาหลังจากได้รับเชื้อ การใช้ชุดตรวจชนิดนี้จะให้ผลลัพธ์แม่นยำขึ้นหากตรวจหลังจากร่างกายติดเชื้อไปแล้วประมาณ 10 วันจนกระทั่งหายป่วยแล้ว หากตรวจเร็วกว่านี้จะไม่พบแอนติบอดีทำให้ผลตรวจไม่ถูกต้อง


2. Rapid antigen test


การใช้ชุดทดสอบตรวจหาส่วนประกอบ (Antigen) ของเชื้อไวรัสจากสารคัดหลั่งทางโพรงจมูก ผลลัพธ์จะแม่นยำขึ้นเมื่อตรวจหลังจากได้รับเชื้อมาแล้ว 5-14 วัน เป็นวิธีการที่ทราบผลได้เร็ว แต่มีความแม่นยำและจำเพาะน้อยกว่า RT-PCR ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกให้ทุกคนสามารถซื้อมาตรวจเองที่บ้าน ราคาประมาณ 400 บาทต่อ 1 ชุดตรวจ


RT-PCR VS Rapid test แบบไหนมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน?


การตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบ RT-PCR จะมีความจำเพาะและแม่นยำสูงกว่า ดังนั้นการตรวจแบบ RT-PCR จึงมีประสิทธิภาพมากกว่า เนื่องจากสามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสตัวนั้นๆ ได้แบบเจาะจง แต่การตรวจแบบ Rapid test ทำให้ทราบผลเบื้องต้นได้เร็วและลดการแออัดของสถานพยาบาล


หากมีการตรวจแบบ Rapid test แล้วผลลัพธ์ขึ้น 2 ขีด (แปลว่าติดเชื้อ) ควรมีการตรวจแบบ RT-PCR ซ้ำ เพื่อยืนยันความถูกต้องของผลการตรวจ หรือในบางเคสที่ผลการตรวจ Rapid Test ขึ้น 1 ขีด (แปลว่าไม่ติดเชื้อ) แต่มีความเสี่ยงสูง ควรตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR


ขั้นตอนการตรวจด้วยวิธี RT-PCR


ขั้นตอนการตรวจแบบ RT-PCR

สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ดังนี้


  • การเก็บเชื้อ: เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลกับบุคลากรทางการแพทย์ โดยการเก็บเชื้อจะใช้ก้านเก็บตัวอย่างแหย่เข้าไปในโพรงจมูก (Nasopharyngeal swab) ให้ปลายแท่งชนกับผนังโพรงจมูกแล้วแช่ไว้สักครูเพื่อซับสารคัดหลั่งในโพรงจมูก ก่อนจะหมุนเบาๆ 2-3 ครั้งเพื่อเก็บเนื้อเยื่อ หลังจากนั้นนำก้านเก็บตัวอย่างใส่เข้าไปในหลอดเก็บเชื้อเพื่อนำไปยังห้องแล็บ สามารถทราบผลได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนคิวในโรงพยาบาลนั้นๆ นอกจากนี้ยังสามารถเก็บเชื้อจากหลังลำคอ (Throat swab) ได้ด้วย ซึ่งวิธีการทำก็เหมือนกับการเก็บเชื้อจากโพรงจมูก

  • การสกัด: เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตัวอย่างเชื้อมาแล้ว จะเอาไปเข้ากระบวนการการสกัด โดยการแยกดีเอ็นเอของไวรัสที่อยู่ในตัวอย่างเชื้อ

  • การทำ PCR: ขั้นตอนนี้สำคัญมาก โดยจะมีการใช้สารเคมีพิเศษ และเครื่อง PCR หรือที่เรียกว่า Thermal Cycler เพื่อทำการคัดลอกดีเอ็นเอของไวรัสออกมาเป็นล้านๆ ฉบับ ถ้าในตัวอย่างเชื้อที่นำมาทดสอบมีไวรัสโควิด-19 สารเคมีที่ใช้ทดสอบ จะทำให้เกิดสารเรืองแสงหรือเรียกว่า Signal หลังจากนั้นจึงจะใช้เครื่อง PCR และซอฟต์แวร์ในการแปลผลอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขั้นตอนการตรวจด้วยวิธี Rapid Test


วิธีตรวจแบบ Rapid antibody test


  • เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลกับบุคลากรทางการแพทย์หรือจุดบริการรับตรวจโควิด-19
  • เจาะเลือดปลายนิ้ว
  • เก็บตัวอย่างเลือดนำไปใส่ในช่องบนชุดตรวจพร้อมหยดน้ำยาตรวจโควิด-19 ใส่ลงไป
  • รอผลตรวจ 10-15 นาที
  • ถ้าพบว่าผลตรวจเป็นบวก หรือขึ้น 2 ขีด แสดงว่าติดเชื้อ ควรตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR

rapid test kit ผลเป็นลบคือไม่ติดเชื้อ

วิธีตรวจแบบ Rapid antigen test


  • เลือกซื้อชุดตรวจที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย.
  • ศึกษาวิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง
  • ทำความสะอาดโต๊ะหรือพื้นที่ที่จะวางชุดตรวจ ล้างมือให้สะอาด
  • แหย่ก้านเก็บตัวอย่างเข้าไปยังโพรงจมูก
  • จุ่มไม้สำลีที่เก็บตัวอย่างแล้วลงในหลอดที่มีน้ำยาตรวจโควิด
  • เอาก้านสำลีออกแล้วลงไปใส่ในถุงเพื่อเตรียมทิ้ง
  • น้ำยาที่ได้ให้นำมาบีบลงชุดตรวจโควิด-19 ตรงจุดที่กำหนด
  • รอสังเกตผลตรวจ 15-20 นาที
  • ถ้าพบว่าผลตรวจเป็นบวก หรือขึ้น 2 ขีด ควรด้วยซ้ำด้วยวิธี RT-PCR

*ควรรักษาความสะอาด และอ่านฉลากก่อนการใช้งานทุกครั้ง


การทิ้งอุปกรณ์ชุดตรวจที่ใช้แล้ว


สำหรับชุดตรวจ Rapid Test ที่ใช้ทดสอบเองที่บ้าน เมื่อใช้ชุดตรวจเสร็จแล้วไม่ว่าผลจะออกมาเป็นบวกหรือลบ ให้นำชุดตรวจทั้งชุดใส่ถุงแล้วมัดปากถุงให้เรียบร้อยเขียนแปะไว้หน้าถุงอย่างชัดเจนว่า “ขยะติดเชื้อ” ก่อนจะนำไปทิ้ง


ผลตรวจ Rapid test เป็นลบอย่าเพิ่งวางใจ มาดูวิธีอ่านค่าผลตรวจโควิด-19 กัน!


  • ผลเป็นบวก หรือ Positive Test Result: ในชุดตรวจจะขึ้น 2 ขีด แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องเข้ารับการตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR
  • ผลเป็นลบ หรือ Negative Test Result: ในชุดตรวจจะขึ้น 1 ชีดที่ตัว C การที่ผลตรวจออกมาเป็นลบ ไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่าไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ปัจจัยที่ทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน อาจเป็นเพราะทำการตรวจเชื้อเร็วเกินไป ชุดตรวจจึงไม่พบส่วนประกอบของไวรัส (Antigen) หรือร่างกายยังไม่ทันสร้างแอนติบอดี (Antibody) และหากผลเป็นลบแต่มีอาการแสดงออกมาคล้ายผู้ป่วยโควิด ให้รีบไปตรวจอีกครั้งทันที

ทั้งนี้หากใช้ชุดตรวจแล้วไม่มีขีดที่ตัว C ขึ้นเลย แสดงว่าชุดตรวจใช้งานไม่ได้ ให้เปลี่ยนอันใหม่


consult doctor

ตรวจโควิดฟรีได้หรือไม่?


กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเงื่อนไขในการตรวจโควิด-19 ฟรี หากมีอาการที่เข้าเกณฑ์การติดโควิด-19 สามารถเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศ โดยมีเกณฑ์การพิจารณาอาการดังนี้


  • มีอาการไข้ อุณหภูมิ 37.5 องศาขึ้นไป
  • ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก
  • สัมผัสผู้ป่วยติดโควิด-19 ภายใน 14 วันที่ผ่านมา
  • เคยเดินทางไปต่างประเทศ/ประเทศที่มีการระบาดของโควิด-19 ภายใน 14 วันที่ผ่านมา
  • เคยไปสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มภายใน 14 วันที่ผ่านมา

ตรวจโควิดฟรีได้ที่ไหน?


ข้อมูลอัปเดตเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเข้ารับการตรวจโควิด-19 เชิงรุกด้วยชุดตรวจ Rapid antigen test โดยให้เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนาบัตร 2 ชุดไปด้วย มีทั้งหมด 4 จุด ดังนี้


  1. สนามกีฬาธูปะเตมีย์ กองทัพอากาศ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดย สปคม.
    ตั้งแต่วันที่ 12 – 30 กรกฎาคม 2564 (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.

  2. สนามราชมังคลากีฬาสถาน (หัวหมาก) เขตบางกะปิ กทม. โดย สปคม.
    ตั้งแต่วันที่ 12 – 23 กรกฎาคม 2564 (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.

  3. ลานจอดรถชั้น 1 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม.
    ตรวจโดยคณะเทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล
    ตั้งแต่วันที่ 12 – 30 กรกฎาคม 2564 (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์) เวลา 8.00 น.-16.00 น.
    (ปิดรับจองคิวผ่านระบบออนไลน์ชั่วคราว เนื่องจากผู้จองคิวจำนวนมาก กว่า 4 หมื่นราย ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดระบบให้ผู้จองคิวทุกท่านได้เข้าสู่การตรวจโดยเร็ว)

  4. สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) หรือสถาบันธัญญารักษ์ ถ.พหลโยธิน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
    ตั้งแต่วันที่ 15-21 กรกฎาคม 2564 (ไม่หยุดเสาร์-อาทิตย์) เวลา 9.00 – 16.00 น. ตรวจโดยทีมงานจาก รพ.มหาราชนครราชสีมา

นอกจากนี้ยังมีที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ซอยคุ้มเกล้า 1/5 ถนนคุ้มเกล้า เขตมีนบุรี ตั้งแต่เวลา 08.30 – 14.00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2564 รายละเอียดดังนี้


  • จำกัดจำนวน 1,000 คิวต่อวัน / แจกบัตรคิวหน้างาน
  • บริการเฉพาะผู้พักอาศัยในพื้นที่ กทม. (เฉพาะคนไทยเท่านั้น)
  • เตรียมเอกสารบัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด (พกปากกาไปด้วย)
  • ผลตรวจจะแจ้งผ่าน sms ประมาณ 1 – 3 วัน กรุณาแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
  • สามารถขอเอกสารรับรองการตรวจได้ หลังจากได้รับแจ้งผลทาง sms โดยติดต่อ รพ.หน่วยตรวจ ในช่องทางด้านล่างนี้

ข้อมูลจาก komchadluek.net


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจโควิด-19


1. ตรวจโควิดราคาเท่าไหร่?


การตรวจโควิด-19 แต่ละรูปแบบจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ตามความแม่นยำ และความรวดเร็ว


  • แบบ RT PCR ราคา 3,000-6,500 บาท
  • แบบ Rapid Antibody Test ราคา 200-1,500 บาท
  • แบบ Rapid Antigen Test ราคา 400-1,200 บาท

buy drug online on raksa app

2. อยากตรวจโควิดซ้ำต้องรอกี่วัน?


หากไปตรวจโควิดยังไม่พบว่ามีการติดเชื้อ ควรรอหลังจากนั้นอีกประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้เชื้อได้ฟักตัวหากมีการติดจริง แล้วค่อยไปตรวจใหม่อีกครั้ง


3. ระยะฟักตัวของเชื้อ COVID-19 คือกี่วัน?


ระยะฟักตัวของเชื้อโควิด-19 คือ ระยะที่ได้รับเชื้อแล้วแสดงอาการ สามารถอยู่ในช่วง 1-14 วัน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการในช่วง 5-7 วันหลังรับเชื้อ


4. การตรวจโควิด-19 สามารถตรวจเองได้ไหม?


ปัจจุบันสามารถซื้อชุดตรวจโควิด-19 มาตรวจเองได้ที่บ้าน เป็นชุดตรวจแบบ Rapid antigen test ที่จะใช้วิธี Swab จมูก ราคาของชุดตรวจอยู่ที่ประมาณ 400 บาทต่อ 1 ชุด สามารถหาซื้อจากร้านขายยาได้


5. หากตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี Rapid Test แล้วควรตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR ไหม?


หากมีการตรวจแบบ Rapid test แล้วผลลัพธ์ขึ้น 2 ขีด (แปลว่าติดเชื้อ) ควรมีการตรวจแบบ RT-PCR ซ้ำ เพื่อยืนยันความถูกต้องของผลการตรวจ หรือในบางเคสที่ผลการตรวจ Rapid Test ขึ้น 1 ขีด (แปลว่าไม่ติดเชื้อ) แต่รู้ตัวว่ามีความเสี่ยงสูง มีอาการคล้ายเป็นโควิด ควรตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR และควรกักตัวเอง 14 วันร่วมด้วย


การตรวจโควิด-19 มีวิธีหลักๆ อยู่ 2 วิธี คือ RT-PCR เป็นการตรวจหา DNA หรือสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส และแบบ Rapid test ที่แบ่งออกไปอีก 2 แบบย่อย คือตรวจหาชิ้นส่วน (Antigen) ของเชื้อไวรัสและการตรวจหาแอนติบอดี (Antibody) ที่ร่างกายเราสร้างขึ้นหลังการติดเชื้อ และปัจจุบันสามารถหาซื้อชุดตรวจแบบ Rapid antigen test เพื่อตรวจที่บ้านได้แล้วด้วย อาจช่วยลดโอกาสติดเชื้อจากการไปรอคิวตรวจได้แม้ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 400 บาทต่อ 1 ชุดตรวจก็ตาม


บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
แอสไพริน (Aspirin)
พาราเซตามอล (Paracetamol)
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)




แหล่งข้อมูล