MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคตาแดง (Conjunctivitis, Pink Eye)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • ตาแดง คืออาการเยื่อบุตาอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ทำให้เกิดรอยแดงบริเวณตาขาว ซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคือง คัน แสบ น้ำตาไหล

  • โรคตาแดงเป็นโรคติดต่อ และสามารถติดต่อได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในฤดูฝนที่เชื้อกระจายตัวได้ง่าย เราจึงพบเห็นการระบาดของโรคตาแดงในโรงเรียนหรือชุมชนได้บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงควรแยกผู้ป่วยออกจากคนอื่นๆ เพื่อลดการสัมผัสและการแพร่เชื้อ

  • โดยมากแล้วอาการตาแดงมักไม่รุนแรง และหายได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากผู้ป่วยได้รับยาหยอดตาและยาฆ่าเชื้อ แต่อาการที่ไม่รุนแรงนี้ หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษาอย่างเหมาะสมก็อาจทำให้เกิดโรคอื่นๆ แทรกซ้อนจนนำไปสู่การสูญเสียดวงตาได้



Table of Contents
โรคตาแดงคืออะไร?
สาเหตุของโรคตาแดง
อาการของโรคตาแดง
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคตาแดง
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรค
การป้องกันโรคตาแดง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตาแดง


โรคตาแดงคืออะไร?


หนึ่งในโรคภัยไข้เจ็บที่มาพร้อมกับฤดูฝนก็คือ โรคตาแดง (Conjunctivitis, Pink Eye) อันเนื่องมาจากเยื่อบุตาติดเชื้อหรือเกิดการอักเสบ โรคตาแดงเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว มักเกิดการระบาดในโรงเรียนและชุมชนอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของทุกปี ส่วนใหญ่มักระบาดในกลุ่มเด็ก


สาเหตุของโรคตาแดง


สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตาแดง คือดวงตาได้รับเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสโดยเฉพาะเชื้อไวรัส Adenovirus ทำให้เยื่อบุตาติดเชื้อหรืออักเสบ เชื้อเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายและเร็ว หากผู้ป่วยใช้มือเช็ดตาแล้วไปสัมผัสสิ่งของอย่างอื่นโดยไม่ล้างมือก่อน เชื้อก็จะถูกแพร่กระจายออกไป ดังนั้นการใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วย และไอหรือจามรดกันก็สามารถแพร่เชื้อได้


อาการของโรคตาแดง 


ตาแดงข้างเดียว

เมื่อรับเชื้อไวรัสเข้าไป ร่างกายก็จะแสดงอาการทันที ซึ่งอาการที่แสดงออกมาของโรคตาแดงคือ 


  • บริเวณตาขาวหรือเยื่อบุตาเกิดอาการอักเสบจนตาขาวเป็นสีแดง 

  • น้ำตาไหล เจ็บ คัน แสบดวงตา  

  • มักมีเยื่อบางใสและมีขี้ตาแต่ไม่มาก หากมีอาการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยจะทำให้มีขี้ตาข้นเป็นหนองจำนวนมาก ทำให้ช่วงเช้าลืมตาไม่ขึ้นเพราะเปลือกตาติดกัน  

  • บางรายมีอาการกระจกตาอักเสบจากเชื้อไวรัสแทรกซ้อน ทำให้ตามัว มองไม่ชัด และเคืองตาร่วมด้วย อาการตามัวจะอยู่นาน 1 – 2 เดือน หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม

โรคตาแดงตาขาวมักแดงเพียงข้างเดียวในช่วงแรกที่มีอาการ และอาจลามไปอีกข้างใน 2 – 3 วัน ระยะเวลาที่โรคนี้แสดงอาการประมาณ 10 – 14 วัน 


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


โดยมากแล้วอาการตาแดงมักไม่ทำให้เกิดอันตรายรุนแรง แต่หากมีอาการมองเห็นน้อยลงหรือตาพร่ามัว ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดจากการติดเชื้อรุนแรงในลูกตา หรือกระจกตา/ม่านตาอักเสบ ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง


นอกจากนี้ ยังมีอาการตาแดงชนิดที่อันตรายมาก ได้แก่ อาการตาแดงจากการติดเชื้อหนองใน อาการตาแดงจากการติดเชื้องูสวัดแล้วลามเข้าใกล้ดวงตา รวมถึงการเป็นต้อหินเฉียบพลันเนื่องจากความดันในลูกตาสูงผิดปกติ อาการตาแดงที่เกิดจากสาเหตุเหล่านี้มีโอกาสนำไปสู่การสูญเสียดวงตาได้ ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาทันที


consult doctor

การรักษาโรคตาแดง


ยาหยอดตาสำหรับโรคตาแดง

การใช้ยาหยอดตา: โรคตาแดงที่อาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่จะหายได้เองใน 2 สัปดาห์ โดยแพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาหยอดตาเพื่อลดอาการระคายเคืองและหยอดยาฆ่าเชื้อร่วมด้วยเพื่อป้องกันโรคตาแดงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ในช่วงวันแรกๆ ระหว่างวันให้หยดยาทุก 1 – 2 ชั่วโมง และลดลงเหลือทุก 4 – 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการดีขึ้น หากต้องรักษาตาแดงให้หายไวขึ้น ก่อนนอนให้ใช้ยาป้ายตาเพื่อให้ดวงตาได้รับการรักษาต่อเนื่องตลอดวัน


การทานยาแก้ปวด: หากมีอาการปวดตา เจ็บตาร่วมด้วย แพทย์จะให้ทานยาแก้ปวดควบคู่กัน


การเช็ดขี้ตา: ถ้าผู้ป่วยมีขี้ตามากให้ใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ดเปลือกตา โดยปาดจากหัวตาไปหางตาแล้วทิ้งสำลีในถังขยะที่ปิดมิดชิด หากยังมีขี้ตาเหลืออยู่ ให้ใช้สำลีก้อนใหม่ชุบน้ำเช็ดอีกรอบหรือเช็ดจนสะอาด หากต้องเช็ดอีกข้างให้เปลี่ยนไปใช้สำลีก้อนใหม่ห้ามใช้ซ้ำ เพราะจะทำให้ตาอักเสบมากขึ้นหรือเชื้อแพร่กระจายไปยังดวงตาอีกข้างได้


โรคตาแดง หากปล่อยทิ้งไว้หรือปล่อยให้ติดเชื้อเป็นเวลานานอาจทำให้ดวงตาเกิดโรคอื่นแทรกซ้อนจนทำให้เกิดการสูญเสียดวงตาได้ เช่น ต้อหิน กระจกตาติดเชื้อ และม่านตาอักเสบ ดังนั้นเมื่อพบว่าเป็นโรคตาแดงควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรค


buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคตาแดง


ผู้ป่วยควรพักสายตา

เมื่อเป็นโรคตาแดง อาการจะแสดงทันทีและแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่อพบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันเป็นโรคตาแดง มีดังนี้


Do


  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น หมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า ผ้าเช็ดมือ และผ้าเช็ดหน้า
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณดวงตาเพื่อลดการแพร่เชื้อ
  • หมั่นล้างมือบ่อยๆ เพราะมือเราอาจไปสัมผัสกับเชื้อโดยไม่รู้ตัว
  • ใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำตาและทิ้งในถังขยะที่ปิดมิดชิด ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
  • สวมแว่นกันแดด ลดการระคายเคืองตาจากแสงแดด
  • หยุดเรียนหรือหยุดงาน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ
  • หยุดใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าตาจะหายอักเสบ
  • งดใช้สายตา เพื่อลดการระคายเคือง และลดอาการล้าของสายตา
  • นอนพักผ่อนให้เต็มที่

Don’t


  • ไม่ควรไปสระว่ายน้ำสาธารณะ เพราะเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อชั้นดี
  • ไม่ใช้ยาหยอดตาขวดเดียวกันกับดวงตาทั้ง 2 ข้าง เพราะอาจทำให้อีกข้างติดเชื้อไปด้วย ให้ใช้ยาหยอดตาเฉพาะข้างที่มีอาการเท่านั้น
  • ไม่ต้องปิดตาด้วยผ้าปิดแผล เพราะอาจทำให้เกิดอาการอักเสบมากขึ้น
  • ไม่ควรขยี้ตา
  • ไม่ไอ จามรดผู้อื่น

การป้องกันโรคตาแดง


ล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

โรคตาแดงเป็นโรคที่แพร่เชื้อได้ง่ายและรวดเร็ว ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือแยกผู้ป่วยออกจากคนอื่นเพื่อลดการสัมผัสและลดการแพร่กระจายของเชื้อ ควรหยุดเรียนหรือหยุดงานในช่วงที่มีอาการอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หากอาศัยอยู่บ้านเดียวกับผู้ป่วยให้แยกของใช้ออกจากกัน ผู้ที่อยู่ร่วมกับผู้ป่วยต้องล้างมือบ่อยขึ้น หรือล้างมือก่อนสัมผัสกับดวงตา เพราะผู้ป่วยอาจสัมผัสสิ่งของภายในบ้านและมีเชื้อแพร่กระจายอยู่ ทำให้คนในบ้านติดเชื้อตามไปด้วย


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตาแดง


1. นอนน้อยทำให้ตาแดงหรือไม่?


การนอนน้อยไม่ทำให้เป็นโรคตาแดง เนื่องจากโรคตาแดงเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือติดเชื้อแบคทีเรีย แต่การนอนน้อยแล้วตาแดงเกิดจากการที่ดวงตาและกล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนล้า


2. เล่นโทรศัพท์มากทำให้ตาแดงหรือไม่?


การเล่นโทรศัพท์มากอาจทำให้ตาเจ็บและแดงได้ แต่ไม่ใช่สาเหตุของโรคตาแดง จากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย เป็นเพียงอาการของการใช้ดวงตามากเกินไป ดวงตาจึงเกิดความเหนื่อยล้าหรือระคายเคืองเพราะน้ำในตาแห้ง


3. โรคตาแดงติดต่อหรือไม่?


โรคตาแดงเป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสเชื้อโดยตรงกับผู้ป่วยและการไอหรือจามรดกัน ซึ่งเมื่อติดเชื้อแล้วอาการจะแสดงเร็วมาก รวมถึงแพร่เชื้อได้ง่ายและเร็ว ดังนั้นจึงไม่ควรใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วยหรืออยู่ใกล้เมื่อผู้ป่วยไอ จาม


4. โรคตาแดงกี่วันหาย?


โดยปกติโรคตาแดงจะหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์ โดยใช้ยาหยอดตาเพื่อลดอาการระคายเคืองและหยอดยาฆ่าเชื้อควบคู่กันเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่หากมีอาการรุนแรงขึ้น เริ่มมองเห็นน้อยลง ให้รีบไปพบแพทย์


5. โรคตาแดงเกิดจากเชื้ออะไร?


โรคตาแดงเกิดจากเยื่อบุตาติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส โดยเฉพาะเชื้อไวรัส Adenovirus




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



นายแพทย์รัตน์ศักดิ์ ตั้งเทอดชนะกิจ (GP)
โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคตาแดง (Conjunctivitis, Pink Eye)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • ตาแดง คืออาการเยื่อบุตาอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ทำให้เกิดรอยแดงบริเวณตาขาว ซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคือง คัน แสบ น้ำตาไหล

  • โรคตาแดงเป็นโรคติดต่อ และสามารถติดต่อได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในฤดูฝนที่เชื้อกระจายตัวได้ง่าย เราจึงพบเห็นการระบาดของโรคตาแดงในโรงเรียนหรือชุมชนได้บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงควรแยกผู้ป่วยออกจากคนอื่นๆ เพื่อลดการสัมผัสและการแพร่เชื้อ

  • โดยมากแล้วอาการตาแดงมักไม่รุนแรง และหายได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากผู้ป่วยได้รับยาหยอดตาและยาฆ่าเชื้อ แต่อาการที่ไม่รุนแรงนี้ หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษาอย่างเหมาะสมก็อาจทำให้เกิดโรคอื่นๆ แทรกซ้อนจนนำไปสู่การสูญเสียดวงตาได้



Table of Contents
โรคตาแดงคืออะไร?
สาเหตุของโรคตาแดง
อาการของโรคตาแดง
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคตาแดง
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรค
การป้องกันโรคตาแดง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตาแดง


โรคตาแดงคืออะไร?


หนึ่งในโรคภัยไข้เจ็บที่มาพร้อมกับฤดูฝนก็คือ โรคตาแดง (Conjunctivitis, Pink Eye) อันเนื่องมาจากเยื่อบุตาติดเชื้อหรือเกิดการอักเสบ โรคตาแดงเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว มักเกิดการระบาดในโรงเรียนและชุมชนอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของทุกปี ส่วนใหญ่มักระบาดในกลุ่มเด็ก


สาเหตุของโรคตาแดง


สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตาแดง คือดวงตาได้รับเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสโดยเฉพาะเชื้อไวรัส Adenovirus ทำให้เยื่อบุตาติดเชื้อหรืออักเสบ เชื้อเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายและเร็ว หากผู้ป่วยใช้มือเช็ดตาแล้วไปสัมผัสสิ่งของอย่างอื่นโดยไม่ล้างมือก่อน เชื้อก็จะถูกแพร่กระจายออกไป ดังนั้นการใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วย และไอหรือจามรดกันก็สามารถแพร่เชื้อได้


อาการของโรคตาแดง 


ตาแดงข้างเดียว

เมื่อรับเชื้อไวรัสเข้าไป ร่างกายก็จะแสดงอาการทันที ซึ่งอาการที่แสดงออกมาของโรคตาแดงคือ 


  • บริเวณตาขาวหรือเยื่อบุตาเกิดอาการอักเสบจนตาขาวเป็นสีแดง 

  • น้ำตาไหล เจ็บ คัน แสบดวงตา  

  • มักมีเยื่อบางใสและมีขี้ตาแต่ไม่มาก หากมีอาการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยจะทำให้มีขี้ตาข้นเป็นหนองจำนวนมาก ทำให้ช่วงเช้าลืมตาไม่ขึ้นเพราะเปลือกตาติดกัน  

  • บางรายมีอาการกระจกตาอักเสบจากเชื้อไวรัสแทรกซ้อน ทำให้ตามัว มองไม่ชัด และเคืองตาร่วมด้วย อาการตามัวจะอยู่นาน 1 – 2 เดือน หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม

โรคตาแดงตาขาวมักแดงเพียงข้างเดียวในช่วงแรกที่มีอาการ และอาจลามไปอีกข้างใน 2 – 3 วัน ระยะเวลาที่โรคนี้แสดงอาการประมาณ 10 – 14 วัน 


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


โดยมากแล้วอาการตาแดงมักไม่ทำให้เกิดอันตรายรุนแรง แต่หากมีอาการมองเห็นน้อยลงหรือตาพร่ามัว ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดจากการติดเชื้อรุนแรงในลูกตา หรือกระจกตา/ม่านตาอักเสบ ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง


นอกจากนี้ ยังมีอาการตาแดงชนิดที่อันตรายมาก ได้แก่ อาการตาแดงจากการติดเชื้อหนองใน อาการตาแดงจากการติดเชื้องูสวัดแล้วลามเข้าใกล้ดวงตา รวมถึงการเป็นต้อหินเฉียบพลันเนื่องจากความดันในลูกตาสูงผิดปกติ อาการตาแดงที่เกิดจากสาเหตุเหล่านี้มีโอกาสนำไปสู่การสูญเสียดวงตาได้ ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาทันที


consult doctor

การรักษาโรคตาแดง


ยาหยอดตาสำหรับโรคตาแดง

การใช้ยาหยอดตา: โรคตาแดงที่อาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่จะหายได้เองใน 2 สัปดาห์ โดยแพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาหยอดตาเพื่อลดอาการระคายเคืองและหยอดยาฆ่าเชื้อร่วมด้วยเพื่อป้องกันโรคตาแดงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ในช่วงวันแรกๆ ระหว่างวันให้หยดยาทุก 1 – 2 ชั่วโมง และลดลงเหลือทุก 4 – 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการดีขึ้น หากต้องรักษาตาแดงให้หายไวขึ้น ก่อนนอนให้ใช้ยาป้ายตาเพื่อให้ดวงตาได้รับการรักษาต่อเนื่องตลอดวัน


การทานยาแก้ปวด: หากมีอาการปวดตา เจ็บตาร่วมด้วย แพทย์จะให้ทานยาแก้ปวดควบคู่กัน


การเช็ดขี้ตา: ถ้าผู้ป่วยมีขี้ตามากให้ใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ดเปลือกตา โดยปาดจากหัวตาไปหางตาแล้วทิ้งสำลีในถังขยะที่ปิดมิดชิด หากยังมีขี้ตาเหลืออยู่ ให้ใช้สำลีก้อนใหม่ชุบน้ำเช็ดอีกรอบหรือเช็ดจนสะอาด หากต้องเช็ดอีกข้างให้เปลี่ยนไปใช้สำลีก้อนใหม่ห้ามใช้ซ้ำ เพราะจะทำให้ตาอักเสบมากขึ้นหรือเชื้อแพร่กระจายไปยังดวงตาอีกข้างได้


โรคตาแดง หากปล่อยทิ้งไว้หรือปล่อยให้ติดเชื้อเป็นเวลานานอาจทำให้ดวงตาเกิดโรคอื่นแทรกซ้อนจนทำให้เกิดการสูญเสียดวงตาได้ เช่น ต้อหิน กระจกตาติดเชื้อ และม่านตาอักเสบ ดังนั้นเมื่อพบว่าเป็นโรคตาแดงควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรค


buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคตาแดง


ผู้ป่วยควรพักสายตา

เมื่อเป็นโรคตาแดง อาการจะแสดงทันทีและแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่อพบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันเป็นโรคตาแดง มีดังนี้


Do


  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น หมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า ผ้าเช็ดมือ และผ้าเช็ดหน้า
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณดวงตาเพื่อลดการแพร่เชื้อ
  • หมั่นล้างมือบ่อยๆ เพราะมือเราอาจไปสัมผัสกับเชื้อโดยไม่รู้ตัว
  • ใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำตาและทิ้งในถังขยะที่ปิดมิดชิด ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
  • สวมแว่นกันแดด ลดการระคายเคืองตาจากแสงแดด
  • หยุดเรียนหรือหยุดงาน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ
  • หยุดใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าตาจะหายอักเสบ
  • งดใช้สายตา เพื่อลดการระคายเคือง และลดอาการล้าของสายตา
  • นอนพักผ่อนให้เต็มที่

Don’t


  • ไม่ควรไปสระว่ายน้ำสาธารณะ เพราะเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อชั้นดี
  • ไม่ใช้ยาหยอดตาขวดเดียวกันกับดวงตาทั้ง 2 ข้าง เพราะอาจทำให้อีกข้างติดเชื้อไปด้วย ให้ใช้ยาหยอดตาเฉพาะข้างที่มีอาการเท่านั้น
  • ไม่ต้องปิดตาด้วยผ้าปิดแผล เพราะอาจทำให้เกิดอาการอักเสบมากขึ้น
  • ไม่ควรขยี้ตา
  • ไม่ไอ จามรดผู้อื่น

การป้องกันโรคตาแดง


ล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

โรคตาแดงเป็นโรคที่แพร่เชื้อได้ง่ายและรวดเร็ว ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือแยกผู้ป่วยออกจากคนอื่นเพื่อลดการสัมผัสและลดการแพร่กระจายของเชื้อ ควรหยุดเรียนหรือหยุดงานในช่วงที่มีอาการอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หากอาศัยอยู่บ้านเดียวกับผู้ป่วยให้แยกของใช้ออกจากกัน ผู้ที่อยู่ร่วมกับผู้ป่วยต้องล้างมือบ่อยขึ้น หรือล้างมือก่อนสัมผัสกับดวงตา เพราะผู้ป่วยอาจสัมผัสสิ่งของภายในบ้านและมีเชื้อแพร่กระจายอยู่ ทำให้คนในบ้านติดเชื้อตามไปด้วย


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตาแดง


1. นอนน้อยทำให้ตาแดงหรือไม่?


การนอนน้อยไม่ทำให้เป็นโรคตาแดง เนื่องจากโรคตาแดงเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือติดเชื้อแบคทีเรีย แต่การนอนน้อยแล้วตาแดงเกิดจากการที่ดวงตาและกล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนล้า


2. เล่นโทรศัพท์มากทำให้ตาแดงหรือไม่?


การเล่นโทรศัพท์มากอาจทำให้ตาเจ็บและแดงได้ แต่ไม่ใช่สาเหตุของโรคตาแดง จากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย เป็นเพียงอาการของการใช้ดวงตามากเกินไป ดวงตาจึงเกิดความเหนื่อยล้าหรือระคายเคืองเพราะน้ำในตาแห้ง


3. โรคตาแดงติดต่อหรือไม่?


โรคตาแดงเป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสเชื้อโดยตรงกับผู้ป่วยและการไอหรือจามรดกัน ซึ่งเมื่อติดเชื้อแล้วอาการจะแสดงเร็วมาก รวมถึงแพร่เชื้อได้ง่ายและเร็ว ดังนั้นจึงไม่ควรใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วยหรืออยู่ใกล้เมื่อผู้ป่วยไอ จาม


4. โรคตาแดงกี่วันหาย?


โดยปกติโรคตาแดงจะหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์ โดยใช้ยาหยอดตาเพื่อลดอาการระคายเคืองและหยอดยาฆ่าเชื้อควบคู่กันเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่หากมีอาการรุนแรงขึ้น เริ่มมองเห็นน้อยลง ให้รีบไปพบแพทย์


5. โรคตาแดงเกิดจากเชื้ออะไร?


โรคตาแดงเกิดจากเยื่อบุตาติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส โดยเฉพาะเชื้อไวรัส Adenovirus




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



นายแพทย์รัตน์ศักดิ์ ตั้งเทอดชนะกิจ (GP)
โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล