MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

ซิโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • ยา Ciprofloxacin เป็นยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สามารถออกฤทธิ์ได้กว้าง เช่น ใช้ฆ่าเชื้อในโรคไซนัสอักเสบ ท้องเสีย ต่อมลูกหมากอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อในช่องท้อง รวมถึงการอักเสบของข้อและกระดูก

  • ยา Ciprofloxacin ทำให้เกิดผลข้างเคียงไม่รุนแรงอย่าง คลื่นไส้ อาเจียน ตาแดง แสบตา แต่หากมีผลข้างเคียงรุนแรงอย่างการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หูแว่ว ตาพร่า ใจสั่น ท้องเสียมีเลือด หายใจลำบาก ชักเกร็ง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

  • การใช้ยาซิโปรฟลอกซินในเด็กปริมาณยาจะอยู่ที่ 10-20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวเด็ก 1 กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 750 มิลลิกรัมต่อโดส ควรใช้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้แล้ว และควรใช้ต่อเมื่อได้รับการสั่งการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะยาอาจส่งผลต่อข้อต่อในเด็กอย่างรุนแรง



Table of Contents
Ciprofloxacin คือยาอะไร?
ชื่อทางการค้าของยา Ciprofloxacin
การออกฤทธิ์ของยา Ciprofloxacin
รูปแบบของยา Ciprofloxacin
ยา Ciprofloxacin ราคาเท่าไหร่?
วิธีใช้ยา Ciprofloxacin และปริมาณที่เหมาะสม
ข้อควรระวังในการใช้ยา Ciprofloxacin
ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Ciprofloxacin
ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Ciprofloxacin
ใช้ยา Ciprofloxacin เกินขนาดควรทำอย่างไร?
ลืมกินยา Ciprofloxacin ควรทำอย่างไร?
การเก็บรักษายา Ciprofloxacin
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Ciprofloxacin


Ciprofloxacin คือยาอะไร?


ซิโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) คือยาปฏิชีวนะประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้สำหรับฆ่าเชื้อหรือชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ยา Ciprofloxacin เป็นยาในกลุ่มฟลูโอโรควิโนโลน (Fluoroquinolone) ทำหน้าที่ในการรักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในทางเดินหายใจ ท้องเสียที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ การติดเชื้อที่อวัยวะสืบพันธุ์ หนองในแท้ การติดเชื้อในช่องท้อง การติดเชื้อผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อน และการติดเชื้อที่กระดูกและข้อ


ชื่อทางการค้าของยา Ciprofloxacin


Ciprofloxacin มีชื่อทางการค้าหลายชื่อ ทั้ง CIFLO-500, CIPROXIN-500, CIPHACIN- 500, CEFLOX 500, CYPRODA, CIPROGEN 500, CIPROFAR 500, CIPROBAY(R) 500


การออกฤทธิ์ของยา Ciprofloxacin


Ciprofloxacin จัดอยู่ในกลุ่ม ฟลูโอโรควิโนโลน

ยา Ciprofloxacin จัดอยู่ในกลุ่ม ฟลูโอโรควิโนโลน เจนเนอเรชั่นที่ 2 (2nd Generation Fluoroquinolones) ออกฤทธิ์โดยฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้กว้าง โดยมีกลไกในการยับยั้งการทํางานของเอนไซม์ DNA gyrase (Topoisomerase) มีผลทําให้เกิดการยับยั้งการสร้าง DNA ซึ่งเป็นตัวสังเคราะห์โปรตีนและการแบ่งเซลล์ของเชื้อแบคทีเรียจึงทําให้เชื้อตาย ตัวยาออกฤทธิ์กว้างต่อเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Gram-negative และ Positive anaerobic บางชนิด รวมถึง Chlamydia, Mycoplasma, Mycobacterium และ Rickettsia


รูปแบบของยา Ciprofloxacin


  • แบบยาเม็ด มีสองขนาดคือ 250 และ 500 มิลลิกรัม
  • แบบยาฉีด ความเข้มข้น 100 มิลลิกรัมในยา 50 มิลลิลิตร
  • แบบยาสำหรับหยอดหู หยอดตา

ยา Ciprofloxacin ราคาเท่าไหร่?


จากข้อมูลทะเบียนตำรับยาของ NDI ราคากลางของ Ciprofloxacin ขนาด 250 และ 500 กรัม ราคากลางอยู่ที่ 114.49 และ 240.75 บาทต่อ 100 เม็ด ตามลำดับ


buy drug online on raksa app

วิธีใช้ยา Ciprofloxacin และปริมาณที่เหมาะสม


สำหรับผู้ใหญ่


โดยทั่วไปมักไม่ใช้ยาชนิดนี้เป็นตัวเลือกแรกของการรักษา ปริมาณของการใช้ยาสำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ระหว่าง 250-750 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับวัย ความรุนแรงของอาการ และประเภทของโรค ต้องมีการปรับขนาดยาให้เหมาะสมโดยเฉพาะในผู้ที่มีการทำงานของไตลดลง และควรทานหลังอาหารเท่านั้น เพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะอาหาร เช่น


  • รักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลันความรุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง ขนาดยาทานจะอยู่ที่ 500 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง ทานไม่เกิน 10 วัน

  • รักษาการติดเชื้อที่กระดูกและข้อ ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 500 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง ระยะเวลาใช้ยา 4-6 สัปดาห์หรือมากกว่านั้นตามความรุนแรงของโรค

  • รักษาต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli และ Proteus mirabilis ให้ทานยา 500 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง ระยะเวลาใช้ยา 28 วัน ควรใช้ในรายที่มีการติดเชื้อ

  • รักษาอาการท้องเสีย ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 500 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5-7 วันตามอาการ

  • รักษาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างและส่วนบน และการติดเชื้อที่ผิวหนัง ขนาดยาที่ควรใช้อยู่ที่ 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 7-14 วัน

  • รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบเล็กน้อยถึงปานกลาง ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 250 มิลลิกรัม หากอาการรุนแรง ขนาดยาคือ 500 มิลลิกรัม ทั้ง 2 ขนานต้องทานทุกๆ 12 ชั่วโมง วันละ 2 ครั้งประมาณ 7-14 วัน

  • รักษาการติดเชื้อในช่องท้อง ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังอาหาร เป็นเวลา 5-14 วัน ตามอาการ

  • รักษากรวยไตอักเสบและไทฟอยด์ ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังอาหาร เป็นเวลา 7 วัน

สำหรับเด็ก


การให้ยา Ciprofloxacin กับเด็ก

ส่วนการใช้ยา Ciprofloxacin สำหรับเด็กอายุ 1-17 ปี ควรใช้ขนาด 10-20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทานทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง ระยะเวลาทานยาอยู่ที่ 7-21 วัน (แต่ปริมาณต่อโดสต้องไม่เกิน 750 มิลลิกรัม)


และถึงแม้ว่ายา Ciprofloxacin จะสามารถใช้รักษาในเด็กได้ แต่ไม่แนะนำให้เลือกใช้เป็นตัวยาแรกๆ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อข้อต่อของเด็กในระยะยาว และอาจมีการดื้อยาของเชื้อโรค ดังนั้นจึงควรใช้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีหรือตัวยาอื่นๆ ได้แล้ว


ข้อควรระวังในการใช้ยา Ciprofloxacin


  • เมื่อทานยา Ciprofloxacin ผู้ป่วยอาจเกิดอาการมึนงงได้ ทำให้ควรเลี่ยงการขับรถหรือกิจกรรมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้

  • ห้ามรับประทานร่วมกับยาลดกรด นม ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดผลข้างเคียง

  • ยา Ciprofloxacin อาจทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดดได้ ดังนั้นควรดูแลผิวเมื่อต้องออกไปเจอแสงแดดแรงๆ

  • ผู้ที่ห้ามใช้ยาหรือต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง
    • ไม่ใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่มควิโนโลน (Quinolone)
    • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีอาการชัก
    • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพราะยาจะทำให้อาการกำเริบมากขึ้น
    • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการเต้นของหัวใจผิดจังหวะแบบ QT interval prolongation
    • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะยาอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรง
    • ระวังการใช้ยาในสตรีมีครรภ์หรือกำลังวางแผนจะมีบุตร เพราะยังไม่มีการศึกษามากพอที่ระบุว่า การใช้ยา Ciprofloxacin แล้วจะไม่มีผลข้างเคียงกับครรภ์
    • ผู้ที่กำลังให้นมบุตร ห้ามใช้ยาตัวนี้เด็ดขาด เพราะตัวยาจะผ่านทางน้ำนมไปสู่เด็กและทำให้เกิดอันตรายแก่เด็กได้

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Ciprofloxacin


ผลข้างเคียงของยา ciprofloxacin

ผลข้างเคียงแบบไม่รุนแรง


  • มีอาการปวดหัว วิงเวียน
  • คลื่นไส้ ท้องเสียหลังกินยา
  • อาจมีอาการตาแดง แสบตา เกิดจุดขาวบนดวงตา หากใช้ชนิดยาหยอดตา

ผลข้างเคียงแบบรุนแรง


  • มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เจ็บ หรือมีอาการบวมของข้อต่อและเส้นเอ็น ทั้งบริเวณไหล่ แขน ขา อาจรุนแรงมากในเด็ก
  • แขน ขาไม่มีแรง หรือรู้สึกแปลกๆ เช่น รู้สึกชา รู้สึกแปลบๆ รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม
  • รู้สึกตื่นตะหนก หรือมีอาการซึม นอนหลับยาก ความจำไม่ดี
  • มีอาการหูอื้อ ลิ้นไม่ได้รส ตาพร่ามัว
  • ท้องเสียร่วมกับปวดกล้ามเนื้อ อุจจาระมีเลือดหรือมูกเลือด
  • มีอาการใจสั่น หรือใจเต้นเร็ว
  • หายใจลำบากโดยเฉพาะตอนนอน
  • แพ้ยาแบบรุนแรง โดยมีผื่นขึ้นตามร่างกาย ร่วมกับมีอาการความดันต่ำ หน้าบวม ปากบวม หรือหายใจติดขัด
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักอาจมีอาการชัก เกร็ง

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Ciprofloxacin


  • ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Ciprofloxacin ได้แก่ Tizanidine, Aminophylline, Theophylline, Warfarin, Quinidine, Procainamide และ Amiodarone
  • วิตามินที่ไม่ควรทานร่วมกับ Ciprofloxacin เพราะจะทำให้การดูดซึมยาน้อยลงรวมถึงทำให้ประสิทธิภาพยาลดลง ดังนี้ วิตามินรวม แคลเซียม เหล็ก และซิงค์

ใช้ยา Ciprofloxacin เกินขนาดควรทำอย่างไร?


หากเริ่มตระหนักได้ว่าทานยาเกินขนาด ให้เริ่มจากการปรับพฤติกรรมเรื่องการใช้ยา เพราะอาจเกิดการดื้อยาได้ในภายหลัง ลดการใช้ยาไม่ตรงกับโรค ทางออกที่ดีที่สุดคือควรใช้ตามคำแนะนำอย่างถูกต้องและติดต่อกันจนครบตามแพทย์สั่ง การใช้ยา Ciprofloxcin เกินขนาดอาจทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ปวดท้อง วิงเวียนศีรษะ ส่งผลกระทบต่อไต เส้นเอ็น และเส้นประสาทได้ หากมีอาการดังกล่าวให้ไปพบแพทย์


ลืมกินยา Ciprofloxacin ควรทำอย่างไร?


หากลืมรับประทานยา ให้รีบรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ หรือถ้าสายเกินไปให้รับประทานในมื้อถัดไปแทนโดยไม่ต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า


การเก็บรักษายา Ciprofloxacin


ให้เก็บรักษายาโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแดดจ้า เนื่องจากยามีความไวต่อแสง และควรเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศา


chat with our pharmacist free

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Ciprofloxacin


1. Ciprofloxacin กับ Norfloxacin ต่างกันอย่างไร?


ยา Norfloxacin อยู่ในกลุ่มฟลูโอโรควิโนโลน (Fluoroquinolone) เช่นเดียวกันกับยา Ciprofloxacin โดย Norfloxacin จะออกฤทธิ์สำหรับทางเดินอาหารและปัสสาวะเท่านั้น ในขณะที่ยา Ciprofloxacin จะออกฤทธิ์ได้กว้างกว่ารวมถึงสามารถออกฤทธิ์สำหรับทางเดินอาหารและปัสสาวะได้ด้วย


2. Ciprofloxacin ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้ออะไรบ้าง?


ยา Ciprofloxacin สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ เช่น Salmonella, Shigella, Campylobacter, Neisseria, Pseudomonas


3. Ciprofloxacin แก้ท้องเสียได้หรือไม่?


ยา Ciprofloxacin สามารถรักษาอาการท้องเสียจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่สามารถใช้ยา Ciprofloxacin ฆ่าเชื้อได้


4. Ciprofloxacin แก้เจ็บคอได้หรือไม่?


แม้ยา Ciprofloxacin เป็นยาฆ่าเชื้อแบบออกฤทธิ์กว้างก็จริง แต่หากมีอาการเจ็บคอ มีเสมหะ ที่ไม่ได้มาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ยาชนิดนี้ก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้ และไม่แนะนำให้ใช้ยาเป็นตัวเลือกแรก หากใช้ไม่ถูกหลักอาจทำให้เชื้อดื้อยาในการใช้ครั้งต่อไป




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



นพ. ขัตติยะ ผลานิสงค์ (GP)
ศูนย์บริการสาธารณสุข
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • Antibiotics smart use. (2021). http://www.paknamchumphon.moph.go.th/web/images/SB/Antibiotic.pdf
  • Cifloxin ยาตัวนี้รักษาโรคอะไร. (2011). https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/QA_full.php?id=2784
  • Ciprofloxacin.(2019).https://www.nhs.uk/medicines/ciprofloxacin/
  • John P. Cunha.CIPROFLOXACIN.https://www.rxlist.com/consumer_ciprofloxacin_cipro/drugs-condition.htm
  • “Superbug” วายร้าย ภัยคุกคามทางสุขภาพในศตวรรษที่ 21. (2021). https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/november-2019/antibiotic-awareness
  • คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. (n.d.). การใช้และปัญหาจากยาใกล้ตัว : ทำความรู้จักยาปฏิชีวนะ. https://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/knowledge_general_population/29jun2016-1052-th
  • ธีระพงษ์ มนต์มธุรพจน์. (n.d.). แนวทางการรักษาโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในชุมชนในภาวะที่เชื้อแบคทีเรียดื้อต่อยากลุ่มควิโนโลน. http://www.smj.ejnal.com/e-journal/showdetail/?show_detail=T&art_id=1901
  • ฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์. (n.d.). ยาปฏิชีวนะคืออะไร. http://www.samrong-hosp.com/คัมภีร์การใช้ยา/ยาปฏิชีวนะคืออะไร
  • ยาที่มีผลต่อตับ. (2019). https://www.healthlabclinic.com/ยาที่มีผลต่อตับ/
  • รายละเอียดข้อมูลยา/ผลิตภัณฑ์สมุนไพร. (2021). http://ndi.fda.moph.go.th/drug_detail/index/?ndrug=2&rctype=1A&rcno=6200008&lpvncd=&lcntpcd=&lcnno=&licensee_no=
ผู้เขียน
Raksa Content Team

ซิโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • ยา Ciprofloxacin เป็นยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สามารถออกฤทธิ์ได้กว้าง เช่น ใช้ฆ่าเชื้อในโรคไซนัสอักเสบ ท้องเสีย ต่อมลูกหมากอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อในช่องท้อง รวมถึงการอักเสบของข้อและกระดูก

  • ยา Ciprofloxacin ทำให้เกิดผลข้างเคียงไม่รุนแรงอย่าง คลื่นไส้ อาเจียน ตาแดง แสบตา แต่หากมีผลข้างเคียงรุนแรงอย่างการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หูแว่ว ตาพร่า ใจสั่น ท้องเสียมีเลือด หายใจลำบาก ชักเกร็ง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

  • การใช้ยาซิโปรฟลอกซินในเด็กปริมาณยาจะอยู่ที่ 10-20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวเด็ก 1 กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 750 มิลลิกรัมต่อโดส ควรใช้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้แล้ว และควรใช้ต่อเมื่อได้รับการสั่งการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะยาอาจส่งผลต่อข้อต่อในเด็กอย่างรุนแรง



Table of Contents
Ciprofloxacin คือยาอะไร?
ชื่อทางการค้าของยา Ciprofloxacin
การออกฤทธิ์ของยา Ciprofloxacin
รูปแบบของยา Ciprofloxacin
ยา Ciprofloxacin ราคาเท่าไหร่?
วิธีใช้ยา Ciprofloxacin และปริมาณที่เหมาะสม
ข้อควรระวังในการใช้ยา Ciprofloxacin
ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Ciprofloxacin
ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Ciprofloxacin
ใช้ยา Ciprofloxacin เกินขนาดควรทำอย่างไร?
ลืมกินยา Ciprofloxacin ควรทำอย่างไร?
การเก็บรักษายา Ciprofloxacin
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Ciprofloxacin


Ciprofloxacin คือยาอะไร?


ซิโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) คือยาปฏิชีวนะประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้สำหรับฆ่าเชื้อหรือชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ยา Ciprofloxacin เป็นยาในกลุ่มฟลูโอโรควิโนโลน (Fluoroquinolone) ทำหน้าที่ในการรักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในทางเดินหายใจ ท้องเสียที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ การติดเชื้อที่อวัยวะสืบพันธุ์ หนองในแท้ การติดเชื้อในช่องท้อง การติดเชื้อผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อน และการติดเชื้อที่กระดูกและข้อ


ชื่อทางการค้าของยา Ciprofloxacin


Ciprofloxacin มีชื่อทางการค้าหลายชื่อ ทั้ง CIFLO-500, CIPROXIN-500, CIPHACIN- 500, CEFLOX 500, CYPRODA, CIPROGEN 500, CIPROFAR 500, CIPROBAY(R) 500


การออกฤทธิ์ของยา Ciprofloxacin


Ciprofloxacin จัดอยู่ในกลุ่ม ฟลูโอโรควิโนโลน

ยา Ciprofloxacin จัดอยู่ในกลุ่ม ฟลูโอโรควิโนโลน เจนเนอเรชั่นที่ 2 (2nd Generation Fluoroquinolones) ออกฤทธิ์โดยฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้กว้าง โดยมีกลไกในการยับยั้งการทํางานของเอนไซม์ DNA gyrase (Topoisomerase) มีผลทําให้เกิดการยับยั้งการสร้าง DNA ซึ่งเป็นตัวสังเคราะห์โปรตีนและการแบ่งเซลล์ของเชื้อแบคทีเรียจึงทําให้เชื้อตาย ตัวยาออกฤทธิ์กว้างต่อเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Gram-negative และ Positive anaerobic บางชนิด รวมถึง Chlamydia, Mycoplasma, Mycobacterium และ Rickettsia


รูปแบบของยา Ciprofloxacin


  • แบบยาเม็ด มีสองขนาดคือ 250 และ 500 มิลลิกรัม
  • แบบยาฉีด ความเข้มข้น 100 มิลลิกรัมในยา 50 มิลลิลิตร
  • แบบยาสำหรับหยอดหู หยอดตา

ยา Ciprofloxacin ราคาเท่าไหร่?


จากข้อมูลทะเบียนตำรับยาของ NDI ราคากลางของ Ciprofloxacin ขนาด 250 และ 500 กรัม ราคากลางอยู่ที่ 114.49 และ 240.75 บาทต่อ 100 เม็ด ตามลำดับ


buy drug online on raksa app

วิธีใช้ยา Ciprofloxacin และปริมาณที่เหมาะสม


สำหรับผู้ใหญ่


โดยทั่วไปมักไม่ใช้ยาชนิดนี้เป็นตัวเลือกแรกของการรักษา ปริมาณของการใช้ยาสำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ระหว่าง 250-750 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับวัย ความรุนแรงของอาการ และประเภทของโรค ต้องมีการปรับขนาดยาให้เหมาะสมโดยเฉพาะในผู้ที่มีการทำงานของไตลดลง และควรทานหลังอาหารเท่านั้น เพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะอาหาร เช่น


  • รักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลันความรุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง ขนาดยาทานจะอยู่ที่ 500 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง ทานไม่เกิน 10 วัน

  • รักษาการติดเชื้อที่กระดูกและข้อ ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 500 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง ระยะเวลาใช้ยา 4-6 สัปดาห์หรือมากกว่านั้นตามความรุนแรงของโรค

  • รักษาต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli และ Proteus mirabilis ให้ทานยา 500 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง ระยะเวลาใช้ยา 28 วัน ควรใช้ในรายที่มีการติดเชื้อ

  • รักษาอาการท้องเสีย ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 500 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5-7 วันตามอาการ

  • รักษาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างและส่วนบน และการติดเชื้อที่ผิวหนัง ขนาดยาที่ควรใช้อยู่ที่ 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 7-14 วัน

  • รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบเล็กน้อยถึงปานกลาง ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 250 มิลลิกรัม หากอาการรุนแรง ขนาดยาคือ 500 มิลลิกรัม ทั้ง 2 ขนานต้องทานทุกๆ 12 ชั่วโมง วันละ 2 ครั้งประมาณ 7-14 วัน

  • รักษาการติดเชื้อในช่องท้อง ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังอาหาร เป็นเวลา 5-14 วัน ตามอาการ

  • รักษากรวยไตอักเสบและไทฟอยด์ ขนาดยาที่ควรใช้คือแบบ 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังอาหาร เป็นเวลา 7 วัน

สำหรับเด็ก


การให้ยา Ciprofloxacin กับเด็ก

ส่วนการใช้ยา Ciprofloxacin สำหรับเด็กอายุ 1-17 ปี ควรใช้ขนาด 10-20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทานทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือวันละ 2 ครั้ง ระยะเวลาทานยาอยู่ที่ 7-21 วัน (แต่ปริมาณต่อโดสต้องไม่เกิน 750 มิลลิกรัม)


และถึงแม้ว่ายา Ciprofloxacin จะสามารถใช้รักษาในเด็กได้ แต่ไม่แนะนำให้เลือกใช้เป็นตัวยาแรกๆ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อข้อต่อของเด็กในระยะยาว และอาจมีการดื้อยาของเชื้อโรค ดังนั้นจึงควรใช้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีหรือตัวยาอื่นๆ ได้แล้ว


ข้อควรระวังในการใช้ยา Ciprofloxacin


  • เมื่อทานยา Ciprofloxacin ผู้ป่วยอาจเกิดอาการมึนงงได้ ทำให้ควรเลี่ยงการขับรถหรือกิจกรรมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้

  • ห้ามรับประทานร่วมกับยาลดกรด นม ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดผลข้างเคียง

  • ยา Ciprofloxacin อาจทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดดได้ ดังนั้นควรดูแลผิวเมื่อต้องออกไปเจอแสงแดดแรงๆ

  • ผู้ที่ห้ามใช้ยาหรือต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง
    • ไม่ใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่มควิโนโลน (Quinolone)
    • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีอาการชัก
    • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพราะยาจะทำให้อาการกำเริบมากขึ้น
    • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการเต้นของหัวใจผิดจังหวะแบบ QT interval prolongation
    • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะยาอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรง
    • ระวังการใช้ยาในสตรีมีครรภ์หรือกำลังวางแผนจะมีบุตร เพราะยังไม่มีการศึกษามากพอที่ระบุว่า การใช้ยา Ciprofloxacin แล้วจะไม่มีผลข้างเคียงกับครรภ์
    • ผู้ที่กำลังให้นมบุตร ห้ามใช้ยาตัวนี้เด็ดขาด เพราะตัวยาจะผ่านทางน้ำนมไปสู่เด็กและทำให้เกิดอันตรายแก่เด็กได้

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา Ciprofloxacin


ผลข้างเคียงของยา ciprofloxacin

ผลข้างเคียงแบบไม่รุนแรง


  • มีอาการปวดหัว วิงเวียน
  • คลื่นไส้ ท้องเสียหลังกินยา
  • อาจมีอาการตาแดง แสบตา เกิดจุดขาวบนดวงตา หากใช้ชนิดยาหยอดตา

ผลข้างเคียงแบบรุนแรง


  • มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เจ็บ หรือมีอาการบวมของข้อต่อและเส้นเอ็น ทั้งบริเวณไหล่ แขน ขา อาจรุนแรงมากในเด็ก
  • แขน ขาไม่มีแรง หรือรู้สึกแปลกๆ เช่น รู้สึกชา รู้สึกแปลบๆ รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม
  • รู้สึกตื่นตะหนก หรือมีอาการซึม นอนหลับยาก ความจำไม่ดี
  • มีอาการหูอื้อ ลิ้นไม่ได้รส ตาพร่ามัว
  • ท้องเสียร่วมกับปวดกล้ามเนื้อ อุจจาระมีเลือดหรือมูกเลือด
  • มีอาการใจสั่น หรือใจเต้นเร็ว
  • หายใจลำบากโดยเฉพาะตอนนอน
  • แพ้ยาแบบรุนแรง โดยมีผื่นขึ้นตามร่างกาย ร่วมกับมีอาการความดันต่ำ หน้าบวม ปากบวม หรือหายใจติดขัด
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักอาจมีอาการชัก เกร็ง

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Ciprofloxacin


  • ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Ciprofloxacin ได้แก่ Tizanidine, Aminophylline, Theophylline, Warfarin, Quinidine, Procainamide และ Amiodarone
  • วิตามินที่ไม่ควรทานร่วมกับ Ciprofloxacin เพราะจะทำให้การดูดซึมยาน้อยลงรวมถึงทำให้ประสิทธิภาพยาลดลง ดังนี้ วิตามินรวม แคลเซียม เหล็ก และซิงค์

ใช้ยา Ciprofloxacin เกินขนาดควรทำอย่างไร?


หากเริ่มตระหนักได้ว่าทานยาเกินขนาด ให้เริ่มจากการปรับพฤติกรรมเรื่องการใช้ยา เพราะอาจเกิดการดื้อยาได้ในภายหลัง ลดการใช้ยาไม่ตรงกับโรค ทางออกที่ดีที่สุดคือควรใช้ตามคำแนะนำอย่างถูกต้องและติดต่อกันจนครบตามแพทย์สั่ง การใช้ยา Ciprofloxcin เกินขนาดอาจทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ปวดท้อง วิงเวียนศีรษะ ส่งผลกระทบต่อไต เส้นเอ็น และเส้นประสาทได้ หากมีอาการดังกล่าวให้ไปพบแพทย์


ลืมกินยา Ciprofloxacin ควรทำอย่างไร?


หากลืมรับประทานยา ให้รีบรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ หรือถ้าสายเกินไปให้รับประทานในมื้อถัดไปแทนโดยไม่ต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า


การเก็บรักษายา Ciprofloxacin


ให้เก็บรักษายาโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแดดจ้า เนื่องจากยามีความไวต่อแสง และควรเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศา


chat with our pharmacist free

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Ciprofloxacin


1. Ciprofloxacin กับ Norfloxacin ต่างกันอย่างไร?


ยา Norfloxacin อยู่ในกลุ่มฟลูโอโรควิโนโลน (Fluoroquinolone) เช่นเดียวกันกับยา Ciprofloxacin โดย Norfloxacin จะออกฤทธิ์สำหรับทางเดินอาหารและปัสสาวะเท่านั้น ในขณะที่ยา Ciprofloxacin จะออกฤทธิ์ได้กว้างกว่ารวมถึงสามารถออกฤทธิ์สำหรับทางเดินอาหารและปัสสาวะได้ด้วย


2. Ciprofloxacin ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้ออะไรบ้าง?


ยา Ciprofloxacin สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ เช่น Salmonella, Shigella, Campylobacter, Neisseria, Pseudomonas


3. Ciprofloxacin แก้ท้องเสียได้หรือไม่?


ยา Ciprofloxacin สามารถรักษาอาการท้องเสียจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่สามารถใช้ยา Ciprofloxacin ฆ่าเชื้อได้


4. Ciprofloxacin แก้เจ็บคอได้หรือไม่?


แม้ยา Ciprofloxacin เป็นยาฆ่าเชื้อแบบออกฤทธิ์กว้างก็จริง แต่หากมีอาการเจ็บคอ มีเสมหะ ที่ไม่ได้มาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ยาชนิดนี้ก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้ และไม่แนะนำให้ใช้ยาเป็นตัวเลือกแรก หากใช้ไม่ถูกหลักอาจทำให้เชื้อดื้อยาในการใช้ครั้งต่อไป




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



นพ. ขัตติยะ ผลานิสงค์ (GP)
ศูนย์บริการสาธารณสุข
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • Antibiotics smart use. (2021). http://www.paknamchumphon.moph.go.th/web/images/SB/Antibiotic.pdf
  • Cifloxin ยาตัวนี้รักษาโรคอะไร. (2011). https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/QA_full.php?id=2784
  • Ciprofloxacin.(2019).https://www.nhs.uk/medicines/ciprofloxacin/
  • John P. Cunha.CIPROFLOXACIN.https://www.rxlist.com/consumer_ciprofloxacin_cipro/drugs-condition.htm
  • “Superbug” วายร้าย ภัยคุกคามทางสุขภาพในศตวรรษที่ 21. (2021). https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/november-2019/antibiotic-awareness
  • คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. (n.d.). การใช้และปัญหาจากยาใกล้ตัว : ทำความรู้จักยาปฏิชีวนะ. https://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/knowledge_general_population/29jun2016-1052-th
  • ธีระพงษ์ มนต์มธุรพจน์. (n.d.). แนวทางการรักษาโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในชุมชนในภาวะที่เชื้อแบคทีเรียดื้อต่อยากลุ่มควิโนโลน. http://www.smj.ejnal.com/e-journal/showdetail/?show_detail=T&art_id=1901
  • ฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์. (n.d.). ยาปฏิชีวนะคืออะไร. http://www.samrong-hosp.com/คัมภีร์การใช้ยา/ยาปฏิชีวนะคืออะไร
  • ยาที่มีผลต่อตับ. (2019). https://www.healthlabclinic.com/ยาที่มีผลต่อตับ/
  • รายละเอียดข้อมูลยา/ผลิตภัณฑ์สมุนไพร. (2021). http://ndi.fda.moph.go.th/drug_detail/index/?ndrug=2&rctype=1A&rcno=6200008&lpvncd=&lcntpcd=&lcnno=&licensee_no=