MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

ยาถ่ายพยาธิ (Anthelmintic Drugs)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • ยาถ่ายพยาธิ คือยาที่ออกฤทธิ์ทำลายตัวพยาธิที่อาศัยอยู่ในร่างกายให้อ่อนแอลง และถูกขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ

  • การกินยาถ่ายพยาธิ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพราะยาแต่ละประเภทใช้รักษาพยาธิต่างชนิดกัน และยังมีวิธีการใช้ ขนาด และระยะเวลา ที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย

  • การป้องกันพยาธิที่ดี คือการหมั่นดูแลสุขอนามัย และปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ไม่ควรรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารที่ไม่สะอาด มีแมลงตอม รับประทานผักและผลไม้ที่ไม่ล้าง หรือดื่มน้ำจากแหล่งที่ไม่สะอาด



Table of Contents
ยาถ่ายพยาธิคืออะไร?
มาทำความเข้าใจก่อนว่า..พยาธิมีกี่ชนิด 
ตัวยาถ่ายพยาธิแต่ละสูตรใช้ในการถ่ายพยาธิชนิดใด?
ตัวอย่างชื่อทางการค้าของยาถ่ายพยาธิ  
เมื่อไหร่ถึงควรกินยาถ่ายพยาธิ 
รูปแบบของยาถ่ายพยาธิ  
ยาถ่ายพยาธิราคาเท่าไหร่?
วิธีใช้ยาถ่ายพยาธิ และปริมาณที่เหมาะสม
ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยาถ่ายพยาธิ  
ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยาถ่ายพยาธิ  
ใช้ยาถ่ายพยาธิเกินขนาดควรทำอย่างไร?
การเก็บรักษายาถ่ายพยาธิ  
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาถ่ายพยาธิ
  


ยาถ่ายพยาธิคืออะไร?  


ยาถ่ายพยาธิ (Anthelmintic Drugs) คือยาที่ช่วยทำลายและขับหนอนพยาธิที่อยู่ในทางเดินอาหาร เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด ให้ออกมาพร้อมกับการขับถ่ายอุจจาระ ซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัย สะดวกในการใช้งานและได้ผลดี


แต่ข้อควรระวังคือต้องทานให้ถูกกับชนิดของพยาธิ ในปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสมจึงจะได้ผลดี อย่างไรก็ตามแม้ว่าการรับประทานยาถ่ายพยาธิจะช่วยรักษาโรคพยาธิได้ แต่หากไม่ระมัดระวังรักษาความสะอาดและดูแลสุขอนามัยก็มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก


มาทำความเข้าใจก่อนว่า..พยาธิมีกี่ชนิด 


พยาธิแต่ละชนิด

พยาธิสามารถแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ


  • พยาธิตัวกลม (Roundworms, Nematodes) ลักษณะรูปทรงกลมยาวเหมือนไส้เดือน แต่ไม่มีปล้อง มีปากอยู่ส่วนปลาย ทางเดินอาหารตามยาวของลำตัว พบตั้งแต่ขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีความยาว 1 เมตร มีทั้งที่อาศัยอยู่ในและนอกลำไส้ เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ พยาธิเส้นด้าย พยาธิแส้ม้า พยาธิตัวจี๊ด
  • พยาธิตัวตืด (Tapeworms) จะมีลักษณะแบนยาว เป็นปล้อง มีความยาวตั้งแต่ 2 มิลลิเมตร ไปจนถึง 30 เมตร สามารถอาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้ถึง 30 ปี มักเกาะอยู่ในลำไส้ เช่น พยาธิตืดหมูที่มักพบในเนื้อหมูดิบ และพยาธิตืดวัวที่มักพบในเนื้อวัวดิบ
  • พยาธิใบไม้ (Flukes) จะมีรูปทรงรีและแบนเหมือนใบไม้ ไม่มีปล้อง พบตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดยาว 2-3 นิ้ว มักเกิดจากการรับประทานปลาน้ำจืดดิบ สามารถแบ่งได้ตามตำแหน่งที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ เช่น พยาธิใบไม้ตับ พยาธิใบไม้ปอด พยาธิใบไม้เลือด พยาธิใบไม้ในลำไส้

ตัวยาถ่ายพยาธิแต่ละสูตรใช้ในการถ่ายพยาธิชนิดใด? 


ยาถ่ายพยาธิแบบเม็ดรับประทาน

  • ปิเปอร์ราซีน (Piperazine) จะทำให้พยาธิอ่อนแรงและไม่สามารถเกาะอยู่ในระบบทางเดินอาหารได้ ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน และพยาธิเส้นด้าย
  • พลาซิควอนเทล (Praziquantel) จะทำให้พยาธิอ่อนแรงเช่นเดียวกัน ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวตืด และพยาธิใบไม้ในตับ
  • ไพแรนเทล พาโมเอต (Pyrantel pamoate) จะทำให้กล้ามเนื้อของพยาธิหดเกร็งจนไม่สามารถเคลื่อนไหวไปยังส่วนต่างๆ ได้ ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน พยาธิเส้นด้าย และพยาธิปากขอ
  • อัลเบนดาโซล (Albendazole) สามารถใช้เป็นยาถ่ายพยาธิได้ครอบคลุมหลายชนิด ทั้งพยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด และพยาธิใบไม้
  • มีเบนดาโซล (Mebendazole) จะเข้าไปทำลายพยาธิ ให้หยุดเคลื่อนไหวและตายลงในที่สุด ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลม และพยาธิตัวตืด
  • นิโคลซาไมด์ (Niclosamide) ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวตืด แต่ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้เพราะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงสูง
  • ไอเวอร์เมคติน (Ivermectin) ใช้เป็นยาฆ่าพยาธิ เช่น พยาธิสตรองจิลอยด์หรืออีกชื่อคือพยาธิเส้นด้าย เป็นพยาธิตัวกลมในลำไส้เล็ก

ตัวอย่างชื่อทางการค้าของยาถ่ายพยาธิ  


  • กลุ่มปิเปอร์ราซีน (Piperazine) ได้แก่ แอนตีพาร์ (Antepar) เวอร์เมกซ์ (Vermex)
  • กลุ่มพลาซิควอนเทล (Praziquantel) ได้แก่ บิลทริไซด์ (Biltricide) พราควานเทล (Praquantel) พอนเทล (Pontel) พราไซต์ (Prazite)
  • กลุ่มไพแรนเทล พาโมเอต (Pyrantel pamoate) ได้แก่ คอมแบนทริน (Combantrin) ไพราแพม (Pyrapam)
  • กลุ่มอัลเบนดาโซล (Albendazole) ได้แก่ อัลเบน (Alben) อัลซอล (Alzol) ซีเบน (Zeben) เซนเทล (Zentel) ฟาเบนดาโซล (Pharbendazole)
  • กลุ่มมีเบนดาโซล (Mebendazole) ได้แก่ ฟูกาคาร์ (Fugacar) เบนดา (Benda) มีเบน (Meben)
  • กลุ่มนิโคลซาไมด์ (Niclosamide) ได้แก่ โยมีซาน (Yomesan) เวิร์มไมด์ (Vermmide) ทาพาไซด์ (Tapacide)
  • กลุ่มไอเวอร์เมคติน (Ivermectin) ได้แก่ Ivermectina (ไอเวอร์เมคตินา)

เมื่อไหร่ถึงควรกินยาถ่ายพยาธิ 


ยาถ่ายพยาธิควรรับประทานเมื่อมีการตรวจวินิจฉัยชนิดของพยาธิแล้ว หากพบว่าร่างกายมีอาการที่ผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงแม้พฤติกรรมการกินปกติ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย อาเจียน คันทวารหนักหรือผิวหนังโดยรอบ มีผื่นคันหรือรอยบวมแดงตามผิวหนัง มีอาการซีดคล้ายภาวะโลหิตจาง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาด้วยการรับประทานยาถ่ายพยาธิให้ตรงตามชนิดของพยาธิ ทั้งนี้ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับชนิด จำนวน และตำแหน่งที่พยาธิอาศัยอยู่ด้วย


รูปแบบของยาถ่ายพยาธิ  


  • ยาเม็ด มีทั้งแบบที่ผสมยาระบาย และไม่ผสมยาระบาย
  • ยาน้ำแขวนตะกอน (Suspension) ควรเขย่าขวดก่อนรับประทานทุกครั้ง มักใช้สำหรับเด็ก

ยาถ่ายพยาธิราคาเท่าไหร่? 


ยาถ่ายพยาธิ ราคาเม็ดละ 10-50 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทและยี่ห้อของยา


buy drug online on raksa app

วิธีใช้ยาถ่ายพยาธิ และปริมาณที่เหมาะสม 


รับประทานยาถ่ายพยาธิเมื่อมีอาการหรือเสี่ยง

ยาถ่ายพยาธิใช้รับประทาน แต่ขนาด ปริมาณ และระยะเวลา ขึ้นอยู่กับชนิดของพยาธิ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะยาถ่ายพยาธิแต่ละชนิดมีวิธีการใช้ที่ต่างออกไป เช่น เมื่อรับประทานยาถ่ายพยาธิตัวตืดไปแล้วมักจะมีอาการคลื่นไส้ หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงจะต้องรับประทานยาถ่ายหรือยาระบายตาม เพื่อป้องกันไม่ให้พยาธิและไข่พยาธิย้อนขึ้นมาและอาจเสี่ยงเข้าปอด


ในขณะที่ยากลุ่มพลาซิควอนเทล จะคำนวณปริมาณในการรับประทานจากน้ำหนักตัวของผู้ป่วย ส่วนยากลุ่มมีเบนดาโซล หากใช้รักษาพยาธิเส้นด้าย ให้รับประทานเพียง 1 เม็ด แต่หากใช้รักษาพยาธิแส้ม้า อาจต้องรับประทานวันละ 2 ครั้งต่อเนื่อง 3 วัน


การรับประทานยาถ่ายพยาธิ จะต้องรับประทานตามที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดไว้อย่างครบถ้วน ทั้งปริมาณต่อครั้งและระยะเวลาที่ต้องรับประทาน ไม่เช่นนั้นอาการก็จะไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นได้อีก หลังจากใช้ยาถ่ายพยาธิแล้วก็ควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย


ข้อควรระวังในการใช้ยาถ่ายพยาธิ  


  • ผู้ที่สามารถใช้ยาถ่ายพยาธิได้ 

ผู้ที่มีอาการบ่งชี้หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสามารถรับประทานยาถ่ายพยาธิได้ เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อย แต่หากได้รับการตรวจหาชนิดของพยาธิก่อน จะช่วยให้สามารถรับประทานยาได้อย่างถูกต้อง


  • ผู้ที่ไม่ควรใช้ยาถ่ายพยาธิ  
    • ผู้ที่มีอาการแพ้ยาถ่ายพยาธิ ห้ามใช้เด็ดขาด หรือไม่ควรรับประทานเองต้องปรึกษาเภสัชกรก่อน

    • หญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก ไม่ควรรับประทานยาถ่ายพยาธิ แต่หากสงสัยว่ามีพยาธิหรือมีอาการรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์โดยตรง ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เพราะยาบางชนิดห้ามใช้ขณะตั้งครรภ์ เช่น ยากลุ่มปิเปอร์ราซีน ยากลุ่มไพแรนเทล พาโมเอต และยากลุ่มพลาซิควอนเทล

    • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคตับ โรคไต โรคลมชัก ภาวะขาดสารอาหาร ภาวะโลหิตจาง

    • ยาถ่ายพยาธิบางตัวควรใช้อย่างระมัดระวังในผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับระบบประสาท

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยาถ่ายพยาธิ


วิงเวียนศีรษะเป็นผลข้างเคียงจากยาถ่ายพยาธิ

ยาถ่ายพยาธิอาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงได้เล็กน้อย เช่น


  • ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดมวนท้อง ท้องเสีย
  • ง่วงซึม
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ
  • เบื่ออาหาร

หากอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงให้รีบไปพบแพทย์ และนอกจากนี้หากรับประทานยาถ่ายพยาธิเกินขนาดในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชัก และหมดสติได้


consult doctor

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยาถ่ายพยาธิ  


ยาถ่ายพยาธิแต่ละชนิดมีข้อควรระวังที่ต่างกัน และตัวยาที่ไม่ควรใช้ระหว่างทำการรักษาโรคพยาธิ เช่น


  • ยากลุ่ม Barbiturates อย่างยา Phenobarbital, Butalbital
  • ยากลุ่ม Benzodiazepines อย่างยา Clonazepam, Lorazepam
  • ยากันชัก อย่าง Valproic acid, Carbamazepine, Phenytoin,
  • ยาต้านการการอักเสบ อย่ายา Dexamethasone

ใช้ยาถ่ายพยาธิเกินขนาดควรทำอย่างไร? 


เบื้องต้นให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีความผิดปกติคล้ายผลข้างเคียงจากยาและอาการแย่ลง ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีโดยนำยาที่รับประทานไปด้วย


การเก็บรักษายาถ่ายพยาธิ  


ควรเก็บยาในบรรจุภัณฑ์เดิม และหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนความชื้น แสงแดด หรืออยู่ในอุณหภูมิที่สูงจนเกินไป ที่สำคัญควรเก็บไว้ให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาถ่ายพยาธิ  


1. ทำไมเราจึงไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิมากินเอง? 


เพราะยาถ่ายพยาธิแต่ละประเภทใช้สำหรับการถ่ายพยาธิต่างชนิดกัน อีกทั้งปริมาณและระยะเวลาที่ใช้ยังต้องสัมพันธ์กับจำนวนพยาธิหรืออาการของโรค ดังนั้นหากใช้ยาผิดประเภทหรือรับประทานยาในจำนวนที่ไม่เหมาะสม นอกจากจะไม่หายแล้วยังอาจเกิดอันตรายหรือมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากยาได้


2. เราควรกินยาถ่ายพยาธิทุกๆ ปีจริงหรือ? 


หากไม่มีอาการใดๆ และไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิ เช่น ชอบรับประทานของสุกๆ ดิบๆ เป็นประจำ ไม่ล้างผักผลไม้ก่อนรับประทาน ดื่มน้ำจากแหล่งที่ไม่สะอาด ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกินยาถ่ายพยาธิทุกปี เพียงแค่ดูแลความสะอาดและสุขอนามัยก็จะช่วยป้องกันพยาธิได้


3. ยาถ่ายพยาธิควรกินก่อนหรือหลังอาหาร? 


ยาถ่ายพยาธิแต่ละชนิดมีวิธีการรับประทานที่ต่างกัน เช่น ยากลุ่มอัลเบนดาโซลและพลาซิควอนเทล ควรรับประทานพร้อมอาหาร ส่วนยากลุ่มมีเบนดาโซล ควรรับประทานตอนท้องว่าง และเคี้ยวยาให้ละเอียดก่อนกลืนเพราะตัวยาละลายยาก


4. พยาธิที่ขับถ่ายออกมาหลังกินยาถ่ายพยาธิจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่? 


พยาธิจะไม่มีชีวิตแล้ว เพราะยาถ่ายพยาธิจะออกฤทธิ์ทำให้พยาธิไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ อ่อนแรง หยุดเคลื่อนไหว และตายในที่สุด ก่อนจะถูกขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ


5. ยาถ่ายพยาธิตัวตืดต้องกินต่อเนื่องกี่วัน? 


ยาถ่ายพยาธิตัวตืด สามารถรับประทานยากลุ่มนิโคลซาไมด์ ปริมาณ 2 กรัม 1 วัน ร่วมกับการรับประทานยาระบาย หรือยากลุ่มอัลเบนดาโซล ปริมาณ 400 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 3 วัน อย่างไรก็ตามการรักษาพยาธิตัวตืดต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะหากมีอาการคลื่นไส้ อาจทำให้พยาธิย้อนกลับขึ้นไปและเข้าไปยังปอดหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


ทีมเภสัชกรของ Raksa
ปรึกษาเภสัชกรผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

ยาถ่ายพยาธิ (Anthelmintic Drugs)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • ยาถ่ายพยาธิ คือยาที่ออกฤทธิ์ทำลายตัวพยาธิที่อาศัยอยู่ในร่างกายให้อ่อนแอลง และถูกขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ

  • การกินยาถ่ายพยาธิ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพราะยาแต่ละประเภทใช้รักษาพยาธิต่างชนิดกัน และยังมีวิธีการใช้ ขนาด และระยะเวลา ที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย

  • การป้องกันพยาธิที่ดี คือการหมั่นดูแลสุขอนามัย และปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ไม่ควรรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารที่ไม่สะอาด มีแมลงตอม รับประทานผักและผลไม้ที่ไม่ล้าง หรือดื่มน้ำจากแหล่งที่ไม่สะอาด



Table of Contents
ยาถ่ายพยาธิคืออะไร?
มาทำความเข้าใจก่อนว่า..พยาธิมีกี่ชนิด 
ตัวยาถ่ายพยาธิแต่ละสูตรใช้ในการถ่ายพยาธิชนิดใด?
ตัวอย่างชื่อทางการค้าของยาถ่ายพยาธิ  
เมื่อไหร่ถึงควรกินยาถ่ายพยาธิ 
รูปแบบของยาถ่ายพยาธิ  
ยาถ่ายพยาธิราคาเท่าไหร่?
วิธีใช้ยาถ่ายพยาธิ และปริมาณที่เหมาะสม
ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยาถ่ายพยาธิ  
ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยาถ่ายพยาธิ  
ใช้ยาถ่ายพยาธิเกินขนาดควรทำอย่างไร?
การเก็บรักษายาถ่ายพยาธิ  
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาถ่ายพยาธิ
  


ยาถ่ายพยาธิคืออะไร?  


ยาถ่ายพยาธิ (Anthelmintic Drugs) คือยาที่ช่วยทำลายและขับหนอนพยาธิที่อยู่ในทางเดินอาหาร เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด ให้ออกมาพร้อมกับการขับถ่ายอุจจาระ ซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัย สะดวกในการใช้งานและได้ผลดี


แต่ข้อควรระวังคือต้องทานให้ถูกกับชนิดของพยาธิ ในปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสมจึงจะได้ผลดี อย่างไรก็ตามแม้ว่าการรับประทานยาถ่ายพยาธิจะช่วยรักษาโรคพยาธิได้ แต่หากไม่ระมัดระวังรักษาความสะอาดและดูแลสุขอนามัยก็มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก


มาทำความเข้าใจก่อนว่า..พยาธิมีกี่ชนิด 


พยาธิแต่ละชนิด

พยาธิสามารถแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ


  • พยาธิตัวกลม (Roundworms, Nematodes) ลักษณะรูปทรงกลมยาวเหมือนไส้เดือน แต่ไม่มีปล้อง มีปากอยู่ส่วนปลาย ทางเดินอาหารตามยาวของลำตัว พบตั้งแต่ขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีความยาว 1 เมตร มีทั้งที่อาศัยอยู่ในและนอกลำไส้ เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ พยาธิเส้นด้าย พยาธิแส้ม้า พยาธิตัวจี๊ด
  • พยาธิตัวตืด (Tapeworms) จะมีลักษณะแบนยาว เป็นปล้อง มีความยาวตั้งแต่ 2 มิลลิเมตร ไปจนถึง 30 เมตร สามารถอาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้ถึง 30 ปี มักเกาะอยู่ในลำไส้ เช่น พยาธิตืดหมูที่มักพบในเนื้อหมูดิบ และพยาธิตืดวัวที่มักพบในเนื้อวัวดิบ
  • พยาธิใบไม้ (Flukes) จะมีรูปทรงรีและแบนเหมือนใบไม้ ไม่มีปล้อง พบตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดยาว 2-3 นิ้ว มักเกิดจากการรับประทานปลาน้ำจืดดิบ สามารถแบ่งได้ตามตำแหน่งที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ เช่น พยาธิใบไม้ตับ พยาธิใบไม้ปอด พยาธิใบไม้เลือด พยาธิใบไม้ในลำไส้

ตัวยาถ่ายพยาธิแต่ละสูตรใช้ในการถ่ายพยาธิชนิดใด? 


ยาถ่ายพยาธิแบบเม็ดรับประทาน

  • ปิเปอร์ราซีน (Piperazine) จะทำให้พยาธิอ่อนแรงและไม่สามารถเกาะอยู่ในระบบทางเดินอาหารได้ ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน และพยาธิเส้นด้าย
  • พลาซิควอนเทล (Praziquantel) จะทำให้พยาธิอ่อนแรงเช่นเดียวกัน ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวตืด และพยาธิใบไม้ในตับ
  • ไพแรนเทล พาโมเอต (Pyrantel pamoate) จะทำให้กล้ามเนื้อของพยาธิหดเกร็งจนไม่สามารถเคลื่อนไหวไปยังส่วนต่างๆ ได้ ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน พยาธิเส้นด้าย และพยาธิปากขอ
  • อัลเบนดาโซล (Albendazole) สามารถใช้เป็นยาถ่ายพยาธิได้ครอบคลุมหลายชนิด ทั้งพยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด และพยาธิใบไม้
  • มีเบนดาโซล (Mebendazole) จะเข้าไปทำลายพยาธิ ให้หยุดเคลื่อนไหวและตายลงในที่สุด ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลม และพยาธิตัวตืด
  • นิโคลซาไมด์ (Niclosamide) ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวตืด แต่ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้เพราะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงสูง
  • ไอเวอร์เมคติน (Ivermectin) ใช้เป็นยาฆ่าพยาธิ เช่น พยาธิสตรองจิลอยด์หรืออีกชื่อคือพยาธิเส้นด้าย เป็นพยาธิตัวกลมในลำไส้เล็ก

ตัวอย่างชื่อทางการค้าของยาถ่ายพยาธิ  


  • กลุ่มปิเปอร์ราซีน (Piperazine) ได้แก่ แอนตีพาร์ (Antepar) เวอร์เมกซ์ (Vermex)
  • กลุ่มพลาซิควอนเทล (Praziquantel) ได้แก่ บิลทริไซด์ (Biltricide) พราควานเทล (Praquantel) พอนเทล (Pontel) พราไซต์ (Prazite)
  • กลุ่มไพแรนเทล พาโมเอต (Pyrantel pamoate) ได้แก่ คอมแบนทริน (Combantrin) ไพราแพม (Pyrapam)
  • กลุ่มอัลเบนดาโซล (Albendazole) ได้แก่ อัลเบน (Alben) อัลซอล (Alzol) ซีเบน (Zeben) เซนเทล (Zentel) ฟาเบนดาโซล (Pharbendazole)
  • กลุ่มมีเบนดาโซล (Mebendazole) ได้แก่ ฟูกาคาร์ (Fugacar) เบนดา (Benda) มีเบน (Meben)
  • กลุ่มนิโคลซาไมด์ (Niclosamide) ได้แก่ โยมีซาน (Yomesan) เวิร์มไมด์ (Vermmide) ทาพาไซด์ (Tapacide)
  • กลุ่มไอเวอร์เมคติน (Ivermectin) ได้แก่ Ivermectina (ไอเวอร์เมคตินา)

เมื่อไหร่ถึงควรกินยาถ่ายพยาธิ 


ยาถ่ายพยาธิควรรับประทานเมื่อมีการตรวจวินิจฉัยชนิดของพยาธิแล้ว หากพบว่าร่างกายมีอาการที่ผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงแม้พฤติกรรมการกินปกติ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย อาเจียน คันทวารหนักหรือผิวหนังโดยรอบ มีผื่นคันหรือรอยบวมแดงตามผิวหนัง มีอาการซีดคล้ายภาวะโลหิตจาง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาด้วยการรับประทานยาถ่ายพยาธิให้ตรงตามชนิดของพยาธิ ทั้งนี้ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับชนิด จำนวน และตำแหน่งที่พยาธิอาศัยอยู่ด้วย


รูปแบบของยาถ่ายพยาธิ  


  • ยาเม็ด มีทั้งแบบที่ผสมยาระบาย และไม่ผสมยาระบาย
  • ยาน้ำแขวนตะกอน (Suspension) ควรเขย่าขวดก่อนรับประทานทุกครั้ง มักใช้สำหรับเด็ก

ยาถ่ายพยาธิราคาเท่าไหร่? 


ยาถ่ายพยาธิ ราคาเม็ดละ 10-50 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทและยี่ห้อของยา


buy drug online on raksa app

วิธีใช้ยาถ่ายพยาธิ และปริมาณที่เหมาะสม 


รับประทานยาถ่ายพยาธิเมื่อมีอาการหรือเสี่ยง

ยาถ่ายพยาธิใช้รับประทาน แต่ขนาด ปริมาณ และระยะเวลา ขึ้นอยู่กับชนิดของพยาธิ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะยาถ่ายพยาธิแต่ละชนิดมีวิธีการใช้ที่ต่างออกไป เช่น เมื่อรับประทานยาถ่ายพยาธิตัวตืดไปแล้วมักจะมีอาการคลื่นไส้ หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงจะต้องรับประทานยาถ่ายหรือยาระบายตาม เพื่อป้องกันไม่ให้พยาธิและไข่พยาธิย้อนขึ้นมาและอาจเสี่ยงเข้าปอด


ในขณะที่ยากลุ่มพลาซิควอนเทล จะคำนวณปริมาณในการรับประทานจากน้ำหนักตัวของผู้ป่วย ส่วนยากลุ่มมีเบนดาโซล หากใช้รักษาพยาธิเส้นด้าย ให้รับประทานเพียง 1 เม็ด แต่หากใช้รักษาพยาธิแส้ม้า อาจต้องรับประทานวันละ 2 ครั้งต่อเนื่อง 3 วัน


การรับประทานยาถ่ายพยาธิ จะต้องรับประทานตามที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดไว้อย่างครบถ้วน ทั้งปริมาณต่อครั้งและระยะเวลาที่ต้องรับประทาน ไม่เช่นนั้นอาการก็จะไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นได้อีก หลังจากใช้ยาถ่ายพยาธิแล้วก็ควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย


ข้อควรระวังในการใช้ยาถ่ายพยาธิ  


  • ผู้ที่สามารถใช้ยาถ่ายพยาธิได้ 

ผู้ที่มีอาการบ่งชี้หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสามารถรับประทานยาถ่ายพยาธิได้ เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อย แต่หากได้รับการตรวจหาชนิดของพยาธิก่อน จะช่วยให้สามารถรับประทานยาได้อย่างถูกต้อง


  • ผู้ที่ไม่ควรใช้ยาถ่ายพยาธิ  
    • ผู้ที่มีอาการแพ้ยาถ่ายพยาธิ ห้ามใช้เด็ดขาด หรือไม่ควรรับประทานเองต้องปรึกษาเภสัชกรก่อน

    • หญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก ไม่ควรรับประทานยาถ่ายพยาธิ แต่หากสงสัยว่ามีพยาธิหรือมีอาการรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์โดยตรง ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เพราะยาบางชนิดห้ามใช้ขณะตั้งครรภ์ เช่น ยากลุ่มปิเปอร์ราซีน ยากลุ่มไพแรนเทล พาโมเอต และยากลุ่มพลาซิควอนเทล

    • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคตับ โรคไต โรคลมชัก ภาวะขาดสารอาหาร ภาวะโลหิตจาง

    • ยาถ่ายพยาธิบางตัวควรใช้อย่างระมัดระวังในผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับระบบประสาท

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยาถ่ายพยาธิ


วิงเวียนศีรษะเป็นผลข้างเคียงจากยาถ่ายพยาธิ

ยาถ่ายพยาธิอาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงได้เล็กน้อย เช่น


  • ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดมวนท้อง ท้องเสีย
  • ง่วงซึม
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ
  • เบื่ออาหาร

หากอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงให้รีบไปพบแพทย์ และนอกจากนี้หากรับประทานยาถ่ายพยาธิเกินขนาดในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชัก และหมดสติได้


consult doctor

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยาถ่ายพยาธิ  


ยาถ่ายพยาธิแต่ละชนิดมีข้อควรระวังที่ต่างกัน และตัวยาที่ไม่ควรใช้ระหว่างทำการรักษาโรคพยาธิ เช่น


  • ยากลุ่ม Barbiturates อย่างยา Phenobarbital, Butalbital
  • ยากลุ่ม Benzodiazepines อย่างยา Clonazepam, Lorazepam
  • ยากันชัก อย่าง Valproic acid, Carbamazepine, Phenytoin,
  • ยาต้านการการอักเสบ อย่ายา Dexamethasone

ใช้ยาถ่ายพยาธิเกินขนาดควรทำอย่างไร? 


เบื้องต้นให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีความผิดปกติคล้ายผลข้างเคียงจากยาและอาการแย่ลง ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีโดยนำยาที่รับประทานไปด้วย


การเก็บรักษายาถ่ายพยาธิ  


ควรเก็บยาในบรรจุภัณฑ์เดิม และหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนความชื้น แสงแดด หรืออยู่ในอุณหภูมิที่สูงจนเกินไป ที่สำคัญควรเก็บไว้ให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาถ่ายพยาธิ  


1. ทำไมเราจึงไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิมากินเอง? 


เพราะยาถ่ายพยาธิแต่ละประเภทใช้สำหรับการถ่ายพยาธิต่างชนิดกัน อีกทั้งปริมาณและระยะเวลาที่ใช้ยังต้องสัมพันธ์กับจำนวนพยาธิหรืออาการของโรค ดังนั้นหากใช้ยาผิดประเภทหรือรับประทานยาในจำนวนที่ไม่เหมาะสม นอกจากจะไม่หายแล้วยังอาจเกิดอันตรายหรือมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากยาได้


2. เราควรกินยาถ่ายพยาธิทุกๆ ปีจริงหรือ? 


หากไม่มีอาการใดๆ และไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิ เช่น ชอบรับประทานของสุกๆ ดิบๆ เป็นประจำ ไม่ล้างผักผลไม้ก่อนรับประทาน ดื่มน้ำจากแหล่งที่ไม่สะอาด ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกินยาถ่ายพยาธิทุกปี เพียงแค่ดูแลความสะอาดและสุขอนามัยก็จะช่วยป้องกันพยาธิได้


3. ยาถ่ายพยาธิควรกินก่อนหรือหลังอาหาร? 


ยาถ่ายพยาธิแต่ละชนิดมีวิธีการรับประทานที่ต่างกัน เช่น ยากลุ่มอัลเบนดาโซลและพลาซิควอนเทล ควรรับประทานพร้อมอาหาร ส่วนยากลุ่มมีเบนดาโซล ควรรับประทานตอนท้องว่าง และเคี้ยวยาให้ละเอียดก่อนกลืนเพราะตัวยาละลายยาก


4. พยาธิที่ขับถ่ายออกมาหลังกินยาถ่ายพยาธิจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่? 


พยาธิจะไม่มีชีวิตแล้ว เพราะยาถ่ายพยาธิจะออกฤทธิ์ทำให้พยาธิไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ อ่อนแรง หยุดเคลื่อนไหว และตายในที่สุด ก่อนจะถูกขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ


5. ยาถ่ายพยาธิตัวตืดต้องกินต่อเนื่องกี่วัน? 


ยาถ่ายพยาธิตัวตืด สามารถรับประทานยากลุ่มนิโคลซาไมด์ ปริมาณ 2 กรัม 1 วัน ร่วมกับการรับประทานยาระบาย หรือยากลุ่มอัลเบนดาโซล ปริมาณ 400 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 3 วัน อย่างไรก็ตามการรักษาพยาธิตัวตืดต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะหากมีอาการคลื่นไส้ อาจทำให้พยาธิย้อนกลับขึ้นไปและเข้าไปยังปอดหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


ทีมเภสัชกรของ Raksa
ปรึกษาเภสัชกรผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล