MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic Lateral Sclerosis)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่เพียงเกิดกับผู้อายุเท่านั้น แต่เกิดได้แม้กับคนวัย 40 และจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก เช่น เดินแล้วสะดุดบ่อย ล้มบ่อย ยกแขนไม่ขึ้น กำมือยกของไม่ได้ รวมไปถึง หนังตาตก พูดไม่ชัด ตาพร่า กลืนลำบาก และลิ้นอ่อนแรง

  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงถือเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แพทย์จะรักษายืดระยะเวลาและดูแลตามอาการเท่านั้น ซึ่งผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้มักจะอยู่ต่อได้ประมาณ 10 ปี

  • การป้องกันโรคนี้สามารถทำได้โดยการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมประจำ ไม่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติด หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือสูดดมสารเคมี และหากคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ควรสังเกตอาการตัวเองเสมอ



Table of Contents
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงคืออะไร?
สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
การป้องกันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงคืออะไร?


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic Lateral Sclerosis) เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาท โดยเซลล์ดังกล่าวจะอยู่ในไขสันหลังและสมอง ซึ่งควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง ทั้งกล้ามเนื้อแขนและขา รวมถึงอาการพูดไม่ชัด กลืนลำบาก หายใจลำบากด้วยเช่นกัน โดยโรคนี้จะเกิดในกลุ่มผู้ที่มีอายุระหว่าง 40-60 ปี ซึ่งจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงด้วย


สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นโรคที่เกิดความผิดปกติกับเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่สั่งการการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การเดิน วิ่ง พูด โดยปกติแล้วเซลล์ประสาทสั่งการจะออกมาจากสมอง ไขสันหลังและกระจายไปต่างส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อเซลล์ดังกล่าวถูกทำลายและตายลง คำสั่งให้เกิดการเคลื่อนไหวก็จะส่งไปไม่ถึงกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่อาจเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญคือ การถ่ายทอดทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต


  • การถ่ายทอดทางพันธุกรรม: ได้มีการศึกษาจีโนมของผู้ที่เป็นโรค ALS และคนที่มีความเสี่ยงเป็นโรค ALS พบมีความคล้ายคลึงกัน ทำให้มีความเป็นไปได้ที่โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะสามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม และหากมีพ่อหรือแม่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ลูกก็สามารถเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ถึง 50%

  • สภาพแวดล้อมหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต: ทั้งในส่วนของการได้รับสารพิษ การติดเชื้อไวรัส การได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การได้รับสรพิษจากการทำงาน การออกกำลังกายมากเกินไป ทำให้นักกีฬาบางคนเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในจะเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

  • อายุที่มากขึ้น: โดยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ALS จะพบได้มากในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40-60 ปีขึ้นไป

  • เพศ: ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปี มักพบว่าผู้ชายมีความเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย แต่เมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงของทั้งเพศหญิงและชายจะไม่แตกต่างกัน

  • การสูบบุหรี่: เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ สามารถเกิดได้กับผู้หญิงที่สูบบุหรี่ และพบได้มากขึ้นเมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กล่าวได้ว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย เพราะฉะนั้นอาการที่แสดงออกมา จึงมีตั้งแต่ส่วนบนก็คือใบหน้า ไปจนถึงส่วนล่างก็คือขา โดยอาการที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะดังนี้


  • แขน ขาไม่มีแรง ยกแขนไม่ขึ้น เดินสะดุด เคลื่อนไหวร่างกายลำบาก
  • มีอาการสำลักบ่อย กลืนลำบาก ลิ้นอ่อนแรง หายใจไม่คล่อง พูดไม่ชัด ออกเสียงไม่ได้
  • หนังตาตก มองไม่ชัด เห็นภาพซ้อน
  • กล้ามเนื้อบางส่วนกระตุกหรือเป็นตะคริว โดยเฉพาะบริเวณมือและเท้า
  • ในบางรายโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำหายใจตื้น หายใจลำบาก ที่เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


สำหรับโรคนี้มักจะมีอาการเตือนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อเกร็งและเริ่มหดเล็กลง พูดไม่ชัด หนังตาตก หายใจติดขัด หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา


consult doctor

การรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


รักษากล้ามเนื้ออ่อนแรง

  • การทานยา: สำหรับยาที่ใช้รักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีชื่อว่า ไรลูโซล (Riluzole) ซึ่งจะช่วยในการยับยั้งสารกลูตาเมตที่เป็นสารสื่อประสาท ทำให้ลดการเสื่อมของเซลล์ประสาท จึงช่วยบรรเทาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่ยาตัวนี้ก็ไม่ได้ช่วยรักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงให้หายขาดได้ เพียงแค่ช่วยยืดอายุของผู้ป่วยออกไปและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน

  • การรักษาแบบอื่นๆ: โดยแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยออกกำลังกายสม่ำเสมอหรือทำกายภาพบำบัดเพื่อป้องกันแขนขาลีบจากการไม่ได้ใช้งานรวมถึงแก้ปัญหาข้อติด นอกจากนี้ยังมีการฝึกพูดฝึกหายใจ ในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการพูดและหายใจลำบาก และในผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืนอาหาร แพทย์จะพิจารณาใส่ท่อให้อาหารทางหน้าท้องหรือทางจมูก

ทั้งนี้ทั้งนั้น แนวทางในการรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงของแพทย์ จะขึ้นอยู่กับอาการ อายุ ตำแหน่งที่เกิดอาการของผู้ป่วย ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง


การป้องกันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


กล่าวได้ว่าโรคนี้ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรค เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่วิธีการปฏิบัติดังต่อไปนี้ก็ถือว่าสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้เช่นกัน


  • ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง แต่ไม่ควรหักโหมหรือออกหนักจนเกินไป

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ รวมถึงการใช้สารเสพติดทุกชนิด

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมี สารอันตรายต่างๆ อย่างพวกสารโลหะ ยาฆ่าแมลง

  • หากคนในครอบครัว เคยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรสังเกตตัวเองและหากมีอาการที่น่าสงสัย ควรปรึกษาแพทย์ทันที

chat with our pharmacist free

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


Do


  • พักผ่อนให้เพียงพอ และพยายามไม่ให้เกิดความเครียด
  • ใช้เครื่องมือที่เป็นไฟฟ้าหรืออัตโนมัติ เพื่อช่วยให้กิจกรรมในชีวิตประจำวันดำเนินไปได้ง่ายขึ้นและบรรเทาความเหนื่อย เช่น แปรงสีฟันไฟฟ้า
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่ควรเน้นอาหารอ่อนๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเคี้ยว
  • การฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้ใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างราบรื่น เช่น ฝึกเดิน ฝึกพูด ฝึกกลืนอาหาร
  • สังเกตอาการตัวเองจากเริ่มแรกที่เป็น ว่ามีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้นหรือไม่ เมื่อเทียบกับที่ผ่านมาและศึกษาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ว่าอาการที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงแค่ไหน หรืออยู่ในระดับใด พยายามวิเคราะห์อาการของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการ แพทย์จะได้วินิจฉัยอย่างตรงจุดและทำให้สุขภาพดีขึ้น อาการรุนแรงน้อยลง
  • รับประทานยาและปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

Don’t


  • พักผ่อนน้อย และเครียดอยู่เสมอ
  • ไม่ใช้เครื่องมือที่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจทำให้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงแย่ลง
  • รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และทานของที่เป็นอุปสรรคต่อการเคี้ยว การกลืน
  • ไม่พยายามฝึกฝนตัวเอง ในการเดิน พูด หรือกลืนอาหาร ซึ่งอาจทำให้เป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงยาวนานขึ้นไปอีก
  • ไม่สังเกตอาการตัวเองจากเริ่มแรกที่เป็น เมื่อเทียบกับที่ผ่านมา จึงทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์อาการและแจ้งข้อมูลกับแพทย์ เพื่อให้รักษาได้ถูกจุดได้
  • ไม่รับประทานยาและปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


1. ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะอยู่ได้อีกกี่ปี?


โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะมีชีวิตอยู่ได้หลังจากแสดงอาการ 2-4 ปี แต่ในผู้ป่วยบางรายสามารถอยู่ได้ถึง 10 ปี หากมีการปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งและดูแลตัวเองอย่างดี รวมถึงการได้รับกำลังใจที่ดีจากครอบครัวหรือคนรอบข้าง ก็มีส่วนทำให้ผู้ป่วยดำรงชีวิตอยู่ได้ยาวนาน


2. โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาหายไหม?


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด ALS ยังเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด ซึ่งการรักษาของแพทย์คือการบรรเทาอาการให้ดีขึ้น และยืดระยะเวลาในการมีชีวิตของผู้ป่วยให้นานขึ้น แต่สามารถป้องกันตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดโรคได้ และหากเป็นแล้วก็ควรปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างดี สังเกตอาการอย่างสม่ำเสมอ


3. โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดจากกรรมพันธุ์ใช่หรือไม่?


สามารถเกิดจากกรรมพันธุ์ได้ เนื่องจากมีการศึกษาและพบส่วนหนึ่งของสารพันธุกรรมในผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ที่อาจเป็นตัวทำให้เกิดโรคได้ และผู้ที่มีพ่อหรือแม่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีความเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงถึง 50%




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


นพ. จักรี ธัญยนพพร

นพ. จักรี ธัญยนพพร
(แพทย์ประสาทศัลยศาสตร์)
โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
พ.บ. เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยรังสิต
ว.ว. ประสาทศัลยศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic Lateral Sclerosis)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่เพียงเกิดกับผู้อายุเท่านั้น แต่เกิดได้แม้กับคนวัย 40 และจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก เช่น เดินแล้วสะดุดบ่อย ล้มบ่อย ยกแขนไม่ขึ้น กำมือยกของไม่ได้ รวมไปถึง หนังตาตก พูดไม่ชัด ตาพร่า กลืนลำบาก และลิ้นอ่อนแรง

  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงถือเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แพทย์จะรักษายืดระยะเวลาและดูแลตามอาการเท่านั้น ซึ่งผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้มักจะอยู่ต่อได้ประมาณ 10 ปี

  • การป้องกันโรคนี้สามารถทำได้โดยการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมประจำ ไม่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติด หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือสูดดมสารเคมี และหากคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ควรสังเกตอาการตัวเองเสมอ



Table of Contents
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงคืออะไร?
สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
การป้องกันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงคืออะไร?


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic Lateral Sclerosis) เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาท โดยเซลล์ดังกล่าวจะอยู่ในไขสันหลังและสมอง ซึ่งควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง ทั้งกล้ามเนื้อแขนและขา รวมถึงอาการพูดไม่ชัด กลืนลำบาก หายใจลำบากด้วยเช่นกัน โดยโรคนี้จะเกิดในกลุ่มผู้ที่มีอายุระหว่าง 40-60 ปี ซึ่งจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงด้วย


สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นโรคที่เกิดความผิดปกติกับเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่สั่งการการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การเดิน วิ่ง พูด โดยปกติแล้วเซลล์ประสาทสั่งการจะออกมาจากสมอง ไขสันหลังและกระจายไปต่างส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อเซลล์ดังกล่าวถูกทำลายและตายลง คำสั่งให้เกิดการเคลื่อนไหวก็จะส่งไปไม่ถึงกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่อาจเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญคือ การถ่ายทอดทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต


  • การถ่ายทอดทางพันธุกรรม: ได้มีการศึกษาจีโนมของผู้ที่เป็นโรค ALS และคนที่มีความเสี่ยงเป็นโรค ALS พบมีความคล้ายคลึงกัน ทำให้มีความเป็นไปได้ที่โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะสามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม และหากมีพ่อหรือแม่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ลูกก็สามารถเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ถึง 50%

  • สภาพแวดล้อมหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต: ทั้งในส่วนของการได้รับสารพิษ การติดเชื้อไวรัส การได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การได้รับสรพิษจากการทำงาน การออกกำลังกายมากเกินไป ทำให้นักกีฬาบางคนเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในจะเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

  • อายุที่มากขึ้น: โดยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ALS จะพบได้มากในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40-60 ปีขึ้นไป

  • เพศ: ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปี มักพบว่าผู้ชายมีความเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย แต่เมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงของทั้งเพศหญิงและชายจะไม่แตกต่างกัน

  • การสูบบุหรี่: เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ สามารถเกิดได้กับผู้หญิงที่สูบบุหรี่ และพบได้มากขึ้นเมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กล่าวได้ว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย เพราะฉะนั้นอาการที่แสดงออกมา จึงมีตั้งแต่ส่วนบนก็คือใบหน้า ไปจนถึงส่วนล่างก็คือขา โดยอาการที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะดังนี้


  • แขน ขาไม่มีแรง ยกแขนไม่ขึ้น เดินสะดุด เคลื่อนไหวร่างกายลำบาก
  • มีอาการสำลักบ่อย กลืนลำบาก ลิ้นอ่อนแรง หายใจไม่คล่อง พูดไม่ชัด ออกเสียงไม่ได้
  • หนังตาตก มองไม่ชัด เห็นภาพซ้อน
  • กล้ามเนื้อบางส่วนกระตุกหรือเป็นตะคริว โดยเฉพาะบริเวณมือและเท้า
  • ในบางรายโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำหายใจตื้น หายใจลำบาก ที่เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


สำหรับโรคนี้มักจะมีอาการเตือนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อเกร็งและเริ่มหดเล็กลง พูดไม่ชัด หนังตาตก หายใจติดขัด หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา


consult doctor

การรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


รักษากล้ามเนื้ออ่อนแรง

  • การทานยา: สำหรับยาที่ใช้รักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีชื่อว่า ไรลูโซล (Riluzole) ซึ่งจะช่วยในการยับยั้งสารกลูตาเมตที่เป็นสารสื่อประสาท ทำให้ลดการเสื่อมของเซลล์ประสาท จึงช่วยบรรเทาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่ยาตัวนี้ก็ไม่ได้ช่วยรักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงให้หายขาดได้ เพียงแค่ช่วยยืดอายุของผู้ป่วยออกไปและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน

  • การรักษาแบบอื่นๆ: โดยแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยออกกำลังกายสม่ำเสมอหรือทำกายภาพบำบัดเพื่อป้องกันแขนขาลีบจากการไม่ได้ใช้งานรวมถึงแก้ปัญหาข้อติด นอกจากนี้ยังมีการฝึกพูดฝึกหายใจ ในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการพูดและหายใจลำบาก และในผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืนอาหาร แพทย์จะพิจารณาใส่ท่อให้อาหารทางหน้าท้องหรือทางจมูก

ทั้งนี้ทั้งนั้น แนวทางในการรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงของแพทย์ จะขึ้นอยู่กับอาการ อายุ ตำแหน่งที่เกิดอาการของผู้ป่วย ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง


การป้องกันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


กล่าวได้ว่าโรคนี้ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรค เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่วิธีการปฏิบัติดังต่อไปนี้ก็ถือว่าสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้เช่นกัน


  • ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง แต่ไม่ควรหักโหมหรือออกหนักจนเกินไป

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ รวมถึงการใช้สารเสพติดทุกชนิด

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมี สารอันตรายต่างๆ อย่างพวกสารโลหะ ยาฆ่าแมลง

  • หากคนในครอบครัว เคยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรสังเกตตัวเองและหากมีอาการที่น่าสงสัย ควรปรึกษาแพทย์ทันที

chat with our pharmacist free

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


Do


  • พักผ่อนให้เพียงพอ และพยายามไม่ให้เกิดความเครียด
  • ใช้เครื่องมือที่เป็นไฟฟ้าหรืออัตโนมัติ เพื่อช่วยให้กิจกรรมในชีวิตประจำวันดำเนินไปได้ง่ายขึ้นและบรรเทาความเหนื่อย เช่น แปรงสีฟันไฟฟ้า
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่ควรเน้นอาหารอ่อนๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเคี้ยว
  • การฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้ใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างราบรื่น เช่น ฝึกเดิน ฝึกพูด ฝึกกลืนอาหาร
  • สังเกตอาการตัวเองจากเริ่มแรกที่เป็น ว่ามีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้นหรือไม่ เมื่อเทียบกับที่ผ่านมาและศึกษาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ว่าอาการที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงแค่ไหน หรืออยู่ในระดับใด พยายามวิเคราะห์อาการของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการ แพทย์จะได้วินิจฉัยอย่างตรงจุดและทำให้สุขภาพดีขึ้น อาการรุนแรงน้อยลง
  • รับประทานยาและปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

Don’t


  • พักผ่อนน้อย และเครียดอยู่เสมอ
  • ไม่ใช้เครื่องมือที่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจทำให้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงแย่ลง
  • รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และทานของที่เป็นอุปสรรคต่อการเคี้ยว การกลืน
  • ไม่พยายามฝึกฝนตัวเอง ในการเดิน พูด หรือกลืนอาหาร ซึ่งอาจทำให้เป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงยาวนานขึ้นไปอีก
  • ไม่สังเกตอาการตัวเองจากเริ่มแรกที่เป็น เมื่อเทียบกับที่ผ่านมา จึงทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์อาการและแจ้งข้อมูลกับแพทย์ เพื่อให้รักษาได้ถูกจุดได้
  • ไม่รับประทานยาและปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง


1. ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะอยู่ได้อีกกี่ปี?


โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะมีชีวิตอยู่ได้หลังจากแสดงอาการ 2-4 ปี แต่ในผู้ป่วยบางรายสามารถอยู่ได้ถึง 10 ปี หากมีการปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งและดูแลตัวเองอย่างดี รวมถึงการได้รับกำลังใจที่ดีจากครอบครัวหรือคนรอบข้าง ก็มีส่วนทำให้ผู้ป่วยดำรงชีวิตอยู่ได้ยาวนาน


2. โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาหายไหม?


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด ALS ยังเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด ซึ่งการรักษาของแพทย์คือการบรรเทาอาการให้ดีขึ้น และยืดระยะเวลาในการมีชีวิตของผู้ป่วยให้นานขึ้น แต่สามารถป้องกันตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดโรคได้ และหากเป็นแล้วก็ควรปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างดี สังเกตอาการอย่างสม่ำเสมอ


3. โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดจากกรรมพันธุ์ใช่หรือไม่?


สามารถเกิดจากกรรมพันธุ์ได้ เนื่องจากมีการศึกษาและพบส่วนหนึ่งของสารพันธุกรรมในผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ที่อาจเป็นตัวทำให้เกิดโรคได้ และผู้ที่มีพ่อหรือแม่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีความเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงถึง 50%




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย


นพ. จักรี ธัญยนพพร

นพ. จักรี ธัญยนพพร
(แพทย์ประสาทศัลยศาสตร์)
โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
พ.บ. เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยรังสิต
ว.ว. ประสาทศัลยศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล