MOBILE

ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคอัลไซเมอร์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอายุที่มากขึ้นเท่านั้น แต่สามารถเกิดกับคนวัยทำงานได้ และไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อาจเป็นกรรมพันธุ์ การประสบอุบัติเหตุทางสมอง การอักเสบของสมอง หรือเพราะใช้ชีวิตหละหลวมไม่พยายามพัฒนาสมอง ก็ก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

  • อาการของอัลไซเมอร์จะแบ่งเป็น 3 ระยะ เริ่มจากจำเหตุการณ์ไม่ได้ ขี้ลืม พูดซ้ำเรื่องเดิม พฤติกรรมเปลี่ยนไป จนระยะสุดท้ายคือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แม้แต่การขับถ่าย ไม่พูด ไม่เคลื่อนไหว และอาจอยู่ต่อได้ประมาณ 10 ปี

  • สามารถยืดเวลาหรือลดความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์ได้ด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการทำกิจกรรมที่ได้ฝึกพัฒนาความคิดและการพบปะผู้คนเพื่อพูดคุยเป็นการฝึกสมองไปด้วย รวมถึงการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมอง การพักผ่อนให้เพียงพอและไม่เครียด



Table of Contents
อัลไซเมอร์คืออะไร?
สมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ต่างกันอย่างไร?
อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ
สาเหตุของอัลไซเมอร์
อาการของอัลไซเมอร์
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาอัลไซเมอร์
ยารักษาอัลไซเมอร์
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคอัลไซเมอร์
วิธีดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์
การป้องกันโรคอัลไซเมอร์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์


อัลไซเมอร์คืออะไร?


โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) จัดเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมถอยในการทำงานของสมอง และแม้ว่าจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ความจริงแล้วโรคอัลไซเมอร์กลับไม่ได้เป็นโรคที่มาจากความเสื่อมตามวัยหรือตามธรรมชาติที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรืออาจกล่าวได้ว่าโรคอัลไซเมอร์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้ป่วยแก่ตัวลง แต่เป็นเพราะมาจากสาเหตุอื่นๆ ด้วย โดยมีวัยหรือสังขารที่โรยราเป็นปัจจัยกระตุ้น จะเห็นได้ว่าผู้สูงอายุที่มีวัยกว่า 100 ปีบางคนก็ยังมีความจำดีเยี่ยม และไม่ได้มีอาการของโรคอัลไซเมอร์เลย


แต่รู้ไหมว่าการใช้ชีวิตแบบไม่ใส่ใจสุขภาพ ก็จะทำให้ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานและยังไม่ถึงวัยที่จะเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ สามารถเป็นคนหลงๆ ลืมๆ ได้ไม่แพ้ผู้สูงอายุเช่นกัน ดังนั้นมาทำความรู้จักโรคอัลไซเมอร์กันดีกว่า ทั้งในแง่การรู้เพื่อป้องกันตนเอง และรู้เพื่อเข้าใจผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ให้มากขึ้น


สมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ต่างกันอย่างไร?


โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) กับโรคสมองเสื่อม (Dementia Syndrome) อาจดูคล้ายกันจนทำให้คนมักสับสน แต่ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ Dementia เป็นคำรวมๆ ที่บรรยายถึงกลุ่มอาการเกี่ยวกับความจำ การใช้ชีวิตประจำวัน และความสามารถในการติดต่อสื่อสาร ในขณะที่ Alzheimer’s disease คือ โรคที่มีผลทำให้ความจำ ความคิดและภาษาหรือ การสื่อสารแย่ลง


อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ



สามารถแบ่งระยะของโรคอัลไซเมอร์ได้เป็น 5 ระยะ คือ


  • Preclinical Alzheimer’s disease มักจะไม่มีอาการใดๆ แต่สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจภาพทางรังสีวินิจฉัยสมองชนิดพิเศษ หรือการตรวจทางพันธุกรรม

  • Mild cognitive impairment (MCI) due to Alzheimer’s disease ระดับนี้จะสูญเสียความจำและความคิดระดับอ่อนๆ แต่ยังไม่มีผลต่อความสามารถในการทำงานหรือปฏิสัมพันธ์ ผู้ป่วยอาจลืมสิ่งของ บทสนทนา เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือนัดหมายที่ปกติจะจำได้

  • Mild dementia due to Alzheimer’s disease เป็นระยะที่เห็นชัดเจนว่าผู้ป่วยมีปัญหาจากอาการความจำเสื่อม เช่น ลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น มีปัญหาในการจัดการงานที่เคยทำเป็นประจำอยู่แล้ว ต่อมาไม่สามารถทำได้ หรือมีพฤติกรรม บุคลิกเปลี่ยนแปลงไป จนกระทั้งลืมตำแหน่งสิ่งของที่เคยวางไว้เป็นประจำ ไปจนกระทั้งลืมทางกลับบ้าน

  • Moderate dementia due to Alzheimer’s disease มีอาการลืมมากขึ้นจนมีผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน เริ่มสับสน ต้องการความช่วยเหลือเพราะไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันบางอย่างได้ เช่น อาบน้ำ ขับถ่าย ใส่เสื้อผ้า

  • Severe dementia due to Alzheimer’s disease ระยะสุดท้ายของโรค กล่าวคือ ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารพูดคุยได้ ไม่สามารถกินข้าว ขับถ่ายเองไม่ได้ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกร็ง ไม่สามารถเดิน หรือเคลื่อนไหวได้เอง ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงตัวหรือช่วยเดิน

สาเหตุของอัลไซเมอร์


สาเหตุของอัลไซเมอร์เกิดจากปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้


การเกิดภาวะสมองเสื่อม


โดยเฉพาะในผู้สูงวัยเมื่อถึงวัย 65 ปีขึ้นไป มักจะเกิดภาวะสมองเสื่อมไปตามวัย และมักเป็นภาวะสมองเสื่อมชนิดที่รักษาไม่ได้ ก็จะเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์มากถึง 60-80 %


อายุที่เพิ่มขึ้น


ยิ่งอายุมากความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็ทวีมากขึ้น ดังนี้


  • อายุ 65 ปี พบผู้ป่วยอัลไซเมอร์ประมาณ 5 %
  • อายุ 75 ปี พบผู้ป่วยอัลไซเมอร์ประมาณ 15 %
  • อายุ 85 ปี พบผู้ป่วยอัลไซเมอร์ถึง 40 %

การได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะ


พบว่าผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์หลายรายก็มีประวัติว่าเคยได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะมาก่อน ดังนั้นปัจจัยนี้จึงจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน


การอักเสบของสมอง


ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์อาจเกิดจากการอักเสบของสมอง เนื่องจากพบโปรตีนอย่างอะไมลอยด์สะสมในสมองของผู้ป่วยมากกว่าปกติ เมื่อโปรตีนนี้สลายจะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระที่ส่งผลต่อการอักเสบ


อาการของอัลไซเมอร์


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์

อาการเริ่มต้นของอัลไซเมอร์


ผู้ป่วยจะพอรู้สึกตัวว่าความจำแย่หรือความจำเสื่อมลง และยังมีอาการสับสน หลงทิศทาง ชอบพูดวนไปวนมาซ้ำซาก นอกจากนี้ยังส่งผลให้อารมณ์เปลี่ยนไป จากที่เป็นคนหัวเราะเก่งก็อาจกลายเป็นคนเครียดง่าย ขี้หงุดหงิด หรือซึมเศร้า แต่ในระยะแรกนี้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะยังทำกิจวัตรประจำวันเองได้


อาการอัลไซเมอร์ระยะกลาง


เมื่อระยะเวลาผ่านไปจนเข้าสู่ระยะกลางความจำจะแย่ลงไปอีก จะจำเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ เช่น จำไม่ได้ว่ากินข้าวหรือยัง จำบ้านตัวเองไม่ได้และพฤติกรรมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จะมีนิสัยฉุนเฉียวมาก เริ่มทำบางอย่างในชีวิตประจำวันไม่ได้แล้ว ความคิดก็ผิดเพี้ยนจนไม่อยู่กับโลกความเป็นจริง


อาการอัลไซเมอร์ระยะสุดท้าย


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่เข้าขั้นระยะสุดท้ายจะแทบไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกเลยจนดูคล้ายผู้ป่วยติดเตียง เพราะแทบไม่เคลื่อนไหว ไม่พูดคุย เรื่องการพึ่งพาตนเองหรือทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันไม่ได้เลย จำเป็นต้องมีคนดูแลทำให้ทุกอย่างแม้แต่การช่วยขับถ่าย


นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายคือภูมิคุ้มกันต่ำลง จนทำให้เกิดโรคได้ร้อยแปด และเมื่อเป็นแล้วก็จะหายยาก ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อคุณหมอได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยอาจมีอยู่ได้ต่อไม่เกิน 10 ปี


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


หากพบว่าญาติหรือผู้สูงอายุในการดูแลมีอาการขี้หลงขี้ลืม ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มแรกของโรคอัลไซเมอร์ ให้พาไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย โดยแพทย์จะมีการซักถาม ทดสอบความคิด หรือใช้การเอกซเรย์สมอง เพื่อแยกโรคอัลไซเมอร์ออกจากโรคสมองอื่นๆ


consult doctor

การรักษาอัลไซเมอร์


คุณหมอจะรักษาอาการอัลไซเมอร์โดยการช่วยยืดอายุการดำเนินโรค เน้นประคองให้อาการไม่แย่ลง และวิธีการรักษาหลักๆ ก็คือ


  • การใช้ยา เพื่อเป็นการควบคุมอาการเสื่อมของสมอง แต่ทั้งนี้ก็จะไม่ช่วยให้ความจำดีขึ้นมากนัก โดยยาที่ใช้จะออกฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ที่คอยทำลายสารสื่อประสาท แต่หากผู้ป่วยมีอาการทางจิตเวช ก็อาจจะต้องให้ยารักษาโรคจิตเวชร่วมกับยารักษาโรคอัลไซเมอร์ด้วย

  • การดูแลสุขภาพตนเอง เป็นวิธีรักษาโดยไม่ใช้ยา ซึ่งคุณหมอมักจะแนะนำให้ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ดูแลสุขภาพตนเองอย่างง่ายๆ แต่ก็เป็นวิธีช่วยประคองการเสื่อมของสมองได้ เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ การร่วมทำกิจกรรมกับผู้อื่นเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีความสุข และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะน้ำคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เลือดไม่ข้นเกินไป จนเป็นเหตุให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ซึ่งจะส่งผลให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ไม่เต็มที่ด้วย

ยารักษาอัลไซเมอร์


ผู้ป่วยต้องทานยาสม่ำเสมอ

ยาอัลไซเมอร์ Aricept


ยารักษาอาการอัลไซเมอร์ที่มีชื่อทางการค้าว่า “Aricept” จัดเป็นยารักษาภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์โดยตรง ซึ่งยานี้จะไปยับยั้งเอนไซม์ Acetylcholinesterase ส่งผลให้ระบบประสาททำงานดีขึ้น และเนื่องจากยานี้มีส่วนผสมสำคัญคือตัวยา “Donepezil” อันเป็นตัวยาเพียงชนิดเดียวซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่า สามารถรักษาอาการอัลไซเมอร์ได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการจนถึงขั้นรุนแรง จึงทำให้เป็นยาที่นิยมใช้เพื่อรักษาอาการอัลไซเมอร์


ยาอัลไซเมอร์ ผลข้างเคียง


สำหรับผลข้างเคียงของยาต่างๆ ที่ใช้รักษาอาการอัลไซเมอร์ก็แตกต่างกันไป เช่น


  • ผลข้างเคียงของตัวยา Donepezil (ชื่อทางการค้า : Aricept) คือ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องเสีย และอาการที่พบได้แต่ก็น้อยมากคือ รู้สึกร้อนวูบวาบ มีรอยช้ำที่ผิวหนัง ตัวบวม และหัวใจเต้นผิดจังหวะ

  • ผลข้างเคียงของตัวยา Memantine (ชื่อทางการค้า : Namenda) คือ ทำให้ปวดศีรษะ รู้สึกมึนงง เกิดภาวะสับสน และท้องผูก

  • ผลข้างเคียงของตัวยา Tacrine (ชื่อทางการค้า : Cognex) คือ ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียน และอาจส่งผลให้ตับอักเสบได้

buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคอัลไซเมอร์


Do


  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ควรเชื่อฟังผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด เพราะผู้ดูแลคือผู้ที่พร้อมจะช่วยผู้ป่วยในทุกเรื่อง

  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ควรพยายามทบทวนอยู่เสมอว่า เมื่อวานตนทำอะไรไปบ้าง เช่น ตอนเช้ากินข้าวกับอะไร ตอนเที่ยงไปไหนมาบ้าง ไปเจอกับใครมา หรือตอนเย็นทำกิจกรรมอะไร ซึ่งการหมั่นทบทวนเป็นประจำก็จะช่วยฝึกความจำช่วงสั้นๆ ได้ และหากทำทุกวันก็จะช่วยให้อาการหลงลืมไม่แย่ลงเร็ว

  • ในขณะที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ยังพอเข้าใจและรับรู้ได้ ผู้ป่วยควรบอกตนเองเสมอว่าอาการอัลไซเมอร์ย่อมจะเกิดขึ้น และอาการนั้นจะค่อยๆ รุนแรงขึ้น ดังนั้นความวิตกกังวลจึงไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่การทำความเข้าใจและยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ ย่อมจะทำให้ผู้ป่วยอยู่กับโรคนี้ได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

  • การมีตารางกิจวัตรประจำวัน และทำตามอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีความรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตนทำได้ และเมื่อทำสิ่งนั้นซ้ำๆ เดิมๆ ก็จะช่วยให้เกิดการจดจำมากขึ้น

  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ควรแทนตัวด้วยชื่อตนเองทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ลืมว่าตนเองชื่ออะไร นอกจากนี้ก็ควรเรียกคนในบ้าน โดยการเรียก “สถานะ” ของเขา เช่น พี่ น้อง ลูก หลาน เพื่อให้ผู้ป่วยไม่หลงลืมว่าตนมีความสัมพันธ์กับผู้นั้นอย่างไร

  • การเล่าอดีตของผู้ป่วยให้ลูกหลานฟังบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นความจำ และสร้างสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

Don’t


  • แม้ยารักษาอาการอัลไซเมอร์จะไม่ช่วยให้ผู้ป่วยหายขาด แต่การที่ผู้ดูแลคอยใส่ใจ ให้ผู้ป่วยกินยาตรงเวลา รวมทั้งตัวผู้ป่วยเองก็กินยาอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้อาการอัลไซเมอร์ทรงตัวและไม่แย่ลงเร็ว

  • ความปลอดภัยของผู้ป่วยอัลไซเมอร์เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรออกจากบ้านตามลำพัง ควรไปกับผู้ดูแลและควรมีเอกสารหรือบัตรที่แสดงตัวตนของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ติดตัวไว้เสมอ ในกรณีที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์พลัดหลงกับผู้ดูแล ก็จะสามารถใช้เอกสารนี้ตามตัวผู้ดูแลให้มารับได้ ซึ่งในเอกสารนี้ควรมีข้อมูลของผู้ป่วย ทั้งชื่อจริง นามสกุล ชื่อเล่น วันเดือนปีเกิด อายุ รูปถ่าย ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ดูแล

  • การที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อยู่ในบ้านที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ย่อมจะทำให้ผู้ป่วยไม่สบายหรือเกิดความไม่ปลอดภัยได้ ดังนั้นหากผู้ป่วยอัลไซเมอร์ยังสามารถดูแลตนเองได้ ก็ควรหมั่นทำความสะอาดบ้าน จัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ อย่าให้มีสิ่งของกีดขวางทางเดิน และระหว่างที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้จัดเก็บของก็จะรู้สึกว่าตนมีคุณค่า และยังสามารถทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้

  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ควรฝึกสมองด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อกระตุ้นความจำ แต่การพยายามกดดันตนเองมากเกินไป มีแต่จะทำให้เกิดความเครียด ดังนั้นค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวันแล้วทำให้สำเร็จ จากนั้นจึงค่อยเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำต่อไป

  • หากผู้ป่วยอยู่ในระยะที่อาการยังไม่รุนแรง เมื่อผู้ป่วยไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ดูแลอธิบาย ผู้ป่วยไม่ควรถอดใจหรือแสดงอาการไม่พอใจ ควรขอให้ผู้ดูแลพูดช้าๆ อีกครั้ง และพยายามตั้งใจฟังให้มากขึ้น

วิธีดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์


พยาบาลดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์

ผู้ป่วยที่มีอาการอัลไซเมอร์ย่อมไม่เหมือนคนเดิมที่เคยรู้จักอีกต่อไป ดังนั้นหากจะต้องดูแลผู้ป่วยก็ควรใจเย็น พยายามเข้าใจผู้ป่วยให้มากๆ และหากผู้ป่วยยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ การกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้ทำกิจวัตรประจำเอง ก็จะช่วยชะลอความเสื่อมของโรคอัลไซเมอร์ ทั้งยังช่วยผ่อนแรงผู้ดูแลได้ด้วย ซึ่งวิธีดูแลผู้ป่วยที่มีอาการอัลไซเมอร์ที่อยากแนะนำ เช่น


  • เมื่อจะให้ผู้ป่วยที่มีอาการอัลไซเมอร์ทำกิจกรรมใด ก็ควรบอกลำดับวิธีการเป็นขั้นตอนอย่างช้าๆ แต่ควรเลือกกิจกรรมที่ปลอดภัยกับผู้ป่วย ไม่ทำแล้วเสี่ยงอันตราย เช่น การปรุงอาหารด้วยความร้อน การใช้ของมีคม การอยู่ใกล้แหล่งน้ำต่างๆ

  • หากเริ่มไม่พอใจผู้ป่วย ควรเก็บอาการ อย่าแสดงออก ยิ่งผู้ดูแลมีท่าทีไม่ดี จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยเกรี้ยวกราดและไม่เชื่อฟัง

  • การหาเกมหรือภาพถ่ายเก่าๆ ในอดีตมากระตุ้นผู้ป่วย จะช่วยให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวย และช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้

  • วิธีรับมือกับความดื้อของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ดีที่สุดคือ อย่าพยายามใช้เหตุผลมากนัก “ตามน้ำ” ไป หากทำแล้วผู้ป่วยสบายใจก็ปล่อยให้ทำไป ซึ่งจะช่วยให้ในแต่ละวันของผู้ป่วยมีความสุขมากขึ้น

  • กรณีที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะโรคยอดฮิตของผู้สูงวัย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ผู้ดูแลยิ่งต้องประคับประคองอาการของโรคเหล่านั้นให้ดี เพื่อไม่ให้โรคเหล่านั้นเป็นสาเหตุกระตุ้นให้อาการอัลไซเมอร์แย่ลง

การป้องกันโรคอัลไซเมอร์


หากิจกรรมทำลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์

อาการอัลไซเมอร์สามารถป้องกันได้ด้วยเทคนิคการดูแลตนเองง่ายๆ เช่น


  • สรรหาเกมหรือกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาความจำ หรือฝึกใช้สมอง เมื่อสมองได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์มากขึ้น

  • การเข้าสังคมคือกุญแจสำคัญของการป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์ เพราะเมื่อได้อยู่กับผู้คนมากๆ ต้องทำกิจกรรมต่างๆ จะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ

  • ควรหันมาออกกำลังกายแบบ “คาร์ดิโอ” (cardio) บ้าง เพราะเป็นวิธีออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วแรง เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้เต็มที่ จึงช่วยกระตุ้นสมองให้แจ่มใส

  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ตื่นมาจะได้สดชื่นแจ่มใสและยิ่งถ้าไม่เครียดง่ายด้วย ก็จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์


1. อัลไซเมอร์รักษาได้ไหม?


เป็นที่น่าเสียดายว่าโรคอัลไซเมอร์ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเซลล์สมองถูกทำลายจึงไม่สามารถกลับมาดีดังเดิม หรือไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาได้ แต่การที่ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ได้รับความรักจากคนในครอบครัวก็จะช่วยให้เขามีความสุข และแม้ผู้ป่วยอาจจะเป็น “ภาระทางกาย” แต่ก็ไม่ได้เป็น”ภาระทางใจ” สำหรับคนที่รักเขาเลย


2. คนอายุน้อยมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์หรือไม่?


อัลไซเมอร์สามารถเกิดขึ้นกับเด็กที่อายุยังน้อยได้ เนื่องจากสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก ดังนั้นผู้ที่มีพ่อแม่เป็นอัลไซเมอร์แบบที่เกิดก่อนวัยอันควร (เป็นโรคอัลไซเมอร์ก่อนอายุ 65 ปี) ลูกๆ ก็มีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ได้ และพบว่ามีความเสี่ยงมากถึง 50 %


3. นอนน้อยทำให้เป็นอัลไซเมอร์จริงหรือไม่?


เมื่อเราพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะทำให้สมองเสื่อมเร็ว เซลล์สมองต้องใช้งานหนัก และทำให้เกิดการผลิตสาร “เทา” (Tau) และสาร “เบตาอมีลอยด์” (Beta Amyloid) ออกมามากเกินไป ซึ่งสารนี้พบในเลือดของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในระดับสูง จึงมีความเป็นไปได้ว่า การอดนอนอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้


4. ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่ยอมกินข้าว ควรรับมืออย่างไร?


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยเฉพาะผู้สูงอายุก็ไม่ต่างจากเด็ก หากผู้ป่วยไม่ยอมกินข้าว การ “ล่อหลอก” ด้วยของชอบเล็กๆ น้อยๆ ก็จะช่วยให้การกินข้าวเป็นเรื่องง่าย เช่น ถ้าผู้ป่วยชอบกินลูกอม ผู้ดูแลก็ควรบอกว่ากินข้าวให้หมดจานก่อนแล้วจะให้ลูกอมเป็นรางวัล 1 เม็ด และก็ต้องให้ตามสัญญาด้วย เพื่อให้ครั้งหน้าผู้ป่วยจะพยายามกินข้าวให้มากขึ้น


5. ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่ยอมนอน ควรรับมืออย่างไร?


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มักหลับยาก แต่หากยังไม่ถึงขั้นที่คุณหมอต้องให้ยานอนหลับ ผู้ดูแลควรให้ผู้ป่วยงีบตอนกลางวันน้อยลง เพื่อตอนกลางคืนจะได้นอนนานขึ้น และควรชวนกันออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้ออกแรง เมื่อเหนื่อยเล็กน้อยก็จะทำให้นอนได้นานขึ้น




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



นพ. ชีวิน ขาวประภา (แพทย์ประสาทศัลยศาสตร์)
โรงพยาบาลสกลนคร
ประสาทศัลยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
แพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • 8 วิธี…หลีกหนีโรคสมองเสื่อม.(2020).https://www.paolohospital.com/th-TH/center/Article/Details/โรคสมอง-อัลไซเมอร์/วิธีหลีกหนีโรคสมองเสื่อม
  • Alzheimer’s stages: How the disease progresses.(2021).https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/alzheimers-disease/in-depth/alzheimers-stages/art-20048448
  • Healthline Editorial Team.(2020).Alzheimer’s disease.https://www.healthline.com/health/alzheimers-disease/difference-dementia-alzheimers
  • พญ. รุ่งทิพย์ ชัยธีรกิจ.(n.d.).ภาวะสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ มีอาการแบบไหน รักษาได้หรือไม่.https://www.nakornthon.com/article/detail/โรคสมองเสื่อมรู้ทันป้องกันได้
  • โรคอัลไซเมอร์ Alzheimer.(n.d.).http://www.chulabhornhospital.com/page.php?name=589
  • อัลไซเมอร์.(n.d.).https://www.bumrungrad.com/th/conditions/alzheimer 
  • อัลไซเมอร์ก่อนวัยอันควร คืออะไร?.(2020).https://chivacare.com/early-onset-alzheimers-disease-th/
  • อ.สมทรง จุไรทัศนีย์.(n.d.).การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์.http://www.azthai.org/เกี่ยวกับสมองเสื่อม/6-เทคนิคการดูแล-1044-การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์  
ผู้เขียน
Raksa Content Team

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer)

✅ บทความนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว


KEY POINTS:


  • โรคอัลไซเมอร์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอายุที่มากขึ้นเท่านั้น แต่สามารถเกิดกับคนวัยทำงานได้ และไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อาจเป็นกรรมพันธุ์ การประสบอุบัติเหตุทางสมอง การอักเสบของสมอง หรือเพราะใช้ชีวิตหละหลวมไม่พยายามพัฒนาสมอง ก็ก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

  • อาการของอัลไซเมอร์จะแบ่งเป็น 3 ระยะ เริ่มจากจำเหตุการณ์ไม่ได้ ขี้ลืม พูดซ้ำเรื่องเดิม พฤติกรรมเปลี่ยนไป จนระยะสุดท้ายคือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แม้แต่การขับถ่าย ไม่พูด ไม่เคลื่อนไหว และอาจอยู่ต่อได้ประมาณ 10 ปี

  • สามารถยืดเวลาหรือลดความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์ได้ด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการทำกิจกรรมที่ได้ฝึกพัฒนาความคิดและการพบปะผู้คนเพื่อพูดคุยเป็นการฝึกสมองไปด้วย รวมถึงการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมอง การพักผ่อนให้เพียงพอและไม่เครียด



Table of Contents
อัลไซเมอร์คืออะไร?
สมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ต่างกันอย่างไร?
อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ
สาเหตุของอัลไซเมอร์
อาการของอัลไซเมอร์
อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์
การรักษาอัลไซเมอร์
ยารักษาอัลไซเมอร์
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคอัลไซเมอร์
วิธีดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์
การป้องกันโรคอัลไซเมอร์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์


อัลไซเมอร์คืออะไร?


โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) จัดเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมถอยในการทำงานของสมอง และแม้ว่าจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ความจริงแล้วโรคอัลไซเมอร์กลับไม่ได้เป็นโรคที่มาจากความเสื่อมตามวัยหรือตามธรรมชาติที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรืออาจกล่าวได้ว่าโรคอัลไซเมอร์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้ป่วยแก่ตัวลง แต่เป็นเพราะมาจากสาเหตุอื่นๆ ด้วย โดยมีวัยหรือสังขารที่โรยราเป็นปัจจัยกระตุ้น จะเห็นได้ว่าผู้สูงอายุที่มีวัยกว่า 100 ปีบางคนก็ยังมีความจำดีเยี่ยม และไม่ได้มีอาการของโรคอัลไซเมอร์เลย


แต่รู้ไหมว่าการใช้ชีวิตแบบไม่ใส่ใจสุขภาพ ก็จะทำให้ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานและยังไม่ถึงวัยที่จะเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ สามารถเป็นคนหลงๆ ลืมๆ ได้ไม่แพ้ผู้สูงอายุเช่นกัน ดังนั้นมาทำความรู้จักโรคอัลไซเมอร์กันดีกว่า ทั้งในแง่การรู้เพื่อป้องกันตนเอง และรู้เพื่อเข้าใจผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ให้มากขึ้น


สมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ต่างกันอย่างไร?


โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) กับโรคสมองเสื่อม (Dementia Syndrome) อาจดูคล้ายกันจนทำให้คนมักสับสน แต่ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ Dementia เป็นคำรวมๆ ที่บรรยายถึงกลุ่มอาการเกี่ยวกับความจำ การใช้ชีวิตประจำวัน และความสามารถในการติดต่อสื่อสาร ในขณะที่ Alzheimer’s disease คือ โรคที่มีผลทำให้ความจำ ความคิดและภาษาหรือ การสื่อสารแย่ลง


อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ



สามารถแบ่งระยะของโรคอัลไซเมอร์ได้เป็น 5 ระยะ คือ


  • Preclinical Alzheimer’s disease มักจะไม่มีอาการใดๆ แต่สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจภาพทางรังสีวินิจฉัยสมองชนิดพิเศษ หรือการตรวจทางพันธุกรรม

  • Mild cognitive impairment (MCI) due to Alzheimer’s disease ระดับนี้จะสูญเสียความจำและความคิดระดับอ่อนๆ แต่ยังไม่มีผลต่อความสามารถในการทำงานหรือปฏิสัมพันธ์ ผู้ป่วยอาจลืมสิ่งของ บทสนทนา เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือนัดหมายที่ปกติจะจำได้

  • Mild dementia due to Alzheimer’s disease เป็นระยะที่เห็นชัดเจนว่าผู้ป่วยมีปัญหาจากอาการความจำเสื่อม เช่น ลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น มีปัญหาในการจัดการงานที่เคยทำเป็นประจำอยู่แล้ว ต่อมาไม่สามารถทำได้ หรือมีพฤติกรรม บุคลิกเปลี่ยนแปลงไป จนกระทั้งลืมตำแหน่งสิ่งของที่เคยวางไว้เป็นประจำ ไปจนกระทั้งลืมทางกลับบ้าน

  • Moderate dementia due to Alzheimer’s disease มีอาการลืมมากขึ้นจนมีผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน เริ่มสับสน ต้องการความช่วยเหลือเพราะไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันบางอย่างได้ เช่น อาบน้ำ ขับถ่าย ใส่เสื้อผ้า

  • Severe dementia due to Alzheimer’s disease ระยะสุดท้ายของโรค กล่าวคือ ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารพูดคุยได้ ไม่สามารถกินข้าว ขับถ่ายเองไม่ได้ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกร็ง ไม่สามารถเดิน หรือเคลื่อนไหวได้เอง ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงตัวหรือช่วยเดิน

สาเหตุของอัลไซเมอร์


สาเหตุของอัลไซเมอร์เกิดจากปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้


การเกิดภาวะสมองเสื่อม


โดยเฉพาะในผู้สูงวัยเมื่อถึงวัย 65 ปีขึ้นไป มักจะเกิดภาวะสมองเสื่อมไปตามวัย และมักเป็นภาวะสมองเสื่อมชนิดที่รักษาไม่ได้ ก็จะเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์มากถึง 60-80 %


อายุที่เพิ่มขึ้น


ยิ่งอายุมากความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็ทวีมากขึ้น ดังนี้


  • อายุ 65 ปี พบผู้ป่วยอัลไซเมอร์ประมาณ 5 %
  • อายุ 75 ปี พบผู้ป่วยอัลไซเมอร์ประมาณ 15 %
  • อายุ 85 ปี พบผู้ป่วยอัลไซเมอร์ถึง 40 %

การได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะ


พบว่าผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์หลายรายก็มีประวัติว่าเคยได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะมาก่อน ดังนั้นปัจจัยนี้จึงจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน


การอักเสบของสมอง


ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์อาจเกิดจากการอักเสบของสมอง เนื่องจากพบโปรตีนอย่างอะไมลอยด์สะสมในสมองของผู้ป่วยมากกว่าปกติ เมื่อโปรตีนนี้สลายจะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระที่ส่งผลต่อการอักเสบ


อาการของอัลไซเมอร์


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์

อาการเริ่มต้นของอัลไซเมอร์


ผู้ป่วยจะพอรู้สึกตัวว่าความจำแย่หรือความจำเสื่อมลง และยังมีอาการสับสน หลงทิศทาง ชอบพูดวนไปวนมาซ้ำซาก นอกจากนี้ยังส่งผลให้อารมณ์เปลี่ยนไป จากที่เป็นคนหัวเราะเก่งก็อาจกลายเป็นคนเครียดง่าย ขี้หงุดหงิด หรือซึมเศร้า แต่ในระยะแรกนี้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะยังทำกิจวัตรประจำวันเองได้


อาการอัลไซเมอร์ระยะกลาง


เมื่อระยะเวลาผ่านไปจนเข้าสู่ระยะกลางความจำจะแย่ลงไปอีก จะจำเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ เช่น จำไม่ได้ว่ากินข้าวหรือยัง จำบ้านตัวเองไม่ได้และพฤติกรรมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จะมีนิสัยฉุนเฉียวมาก เริ่มทำบางอย่างในชีวิตประจำวันไม่ได้แล้ว ความคิดก็ผิดเพี้ยนจนไม่อยู่กับโลกความเป็นจริง


อาการอัลไซเมอร์ระยะสุดท้าย


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่เข้าขั้นระยะสุดท้ายจะแทบไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกเลยจนดูคล้ายผู้ป่วยติดเตียง เพราะแทบไม่เคลื่อนไหว ไม่พูดคุย เรื่องการพึ่งพาตนเองหรือทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันไม่ได้เลย จำเป็นต้องมีคนดูแลทำให้ทุกอย่างแม้แต่การช่วยขับถ่าย


นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายคือภูมิคุ้มกันต่ำลง จนทำให้เกิดโรคได้ร้อยแปด และเมื่อเป็นแล้วก็จะหายยาก ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อคุณหมอได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยอาจมีอยู่ได้ต่อไม่เกิน 10 ปี


อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์


หากพบว่าญาติหรือผู้สูงอายุในการดูแลมีอาการขี้หลงขี้ลืม ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มแรกของโรคอัลไซเมอร์ ให้พาไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย โดยแพทย์จะมีการซักถาม ทดสอบความคิด หรือใช้การเอกซเรย์สมอง เพื่อแยกโรคอัลไซเมอร์ออกจากโรคสมองอื่นๆ


consult doctor

การรักษาอัลไซเมอร์


คุณหมอจะรักษาอาการอัลไซเมอร์โดยการช่วยยืดอายุการดำเนินโรค เน้นประคองให้อาการไม่แย่ลง และวิธีการรักษาหลักๆ ก็คือ


  • การใช้ยา เพื่อเป็นการควบคุมอาการเสื่อมของสมอง แต่ทั้งนี้ก็จะไม่ช่วยให้ความจำดีขึ้นมากนัก โดยยาที่ใช้จะออกฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ที่คอยทำลายสารสื่อประสาท แต่หากผู้ป่วยมีอาการทางจิตเวช ก็อาจจะต้องให้ยารักษาโรคจิตเวชร่วมกับยารักษาโรคอัลไซเมอร์ด้วย

  • การดูแลสุขภาพตนเอง เป็นวิธีรักษาโดยไม่ใช้ยา ซึ่งคุณหมอมักจะแนะนำให้ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ดูแลสุขภาพตนเองอย่างง่ายๆ แต่ก็เป็นวิธีช่วยประคองการเสื่อมของสมองได้ เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ การร่วมทำกิจกรรมกับผู้อื่นเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีความสุข และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะน้ำคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เลือดไม่ข้นเกินไป จนเป็นเหตุให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ซึ่งจะส่งผลให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ไม่เต็มที่ด้วย

ยารักษาอัลไซเมอร์


ผู้ป่วยต้องทานยาสม่ำเสมอ

ยาอัลไซเมอร์ Aricept


ยารักษาอาการอัลไซเมอร์ที่มีชื่อทางการค้าว่า “Aricept” จัดเป็นยารักษาภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์โดยตรง ซึ่งยานี้จะไปยับยั้งเอนไซม์ Acetylcholinesterase ส่งผลให้ระบบประสาททำงานดีขึ้น และเนื่องจากยานี้มีส่วนผสมสำคัญคือตัวยา “Donepezil” อันเป็นตัวยาเพียงชนิดเดียวซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่า สามารถรักษาอาการอัลไซเมอร์ได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการจนถึงขั้นรุนแรง จึงทำให้เป็นยาที่นิยมใช้เพื่อรักษาอาการอัลไซเมอร์


ยาอัลไซเมอร์ ผลข้างเคียง


สำหรับผลข้างเคียงของยาต่างๆ ที่ใช้รักษาอาการอัลไซเมอร์ก็แตกต่างกันไป เช่น


  • ผลข้างเคียงของตัวยา Donepezil (ชื่อทางการค้า : Aricept) คือ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องเสีย และอาการที่พบได้แต่ก็น้อยมากคือ รู้สึกร้อนวูบวาบ มีรอยช้ำที่ผิวหนัง ตัวบวม และหัวใจเต้นผิดจังหวะ

  • ผลข้างเคียงของตัวยา Memantine (ชื่อทางการค้า : Namenda) คือ ทำให้ปวดศีรษะ รู้สึกมึนงง เกิดภาวะสับสน และท้องผูก

  • ผลข้างเคียงของตัวยา Tacrine (ชื่อทางการค้า : Cognex) คือ ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียน และอาจส่งผลให้ตับอักเสบได้

buy drug online on raksa app

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคอัลไซเมอร์


Do


  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ควรเชื่อฟังผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด เพราะผู้ดูแลคือผู้ที่พร้อมจะช่วยผู้ป่วยในทุกเรื่อง

  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ควรพยายามทบทวนอยู่เสมอว่า เมื่อวานตนทำอะไรไปบ้าง เช่น ตอนเช้ากินข้าวกับอะไร ตอนเที่ยงไปไหนมาบ้าง ไปเจอกับใครมา หรือตอนเย็นทำกิจกรรมอะไร ซึ่งการหมั่นทบทวนเป็นประจำก็จะช่วยฝึกความจำช่วงสั้นๆ ได้ และหากทำทุกวันก็จะช่วยให้อาการหลงลืมไม่แย่ลงเร็ว

  • ในขณะที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ยังพอเข้าใจและรับรู้ได้ ผู้ป่วยควรบอกตนเองเสมอว่าอาการอัลไซเมอร์ย่อมจะเกิดขึ้น และอาการนั้นจะค่อยๆ รุนแรงขึ้น ดังนั้นความวิตกกังวลจึงไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่การทำความเข้าใจและยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ ย่อมจะทำให้ผู้ป่วยอยู่กับโรคนี้ได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

  • การมีตารางกิจวัตรประจำวัน และทำตามอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีความรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตนทำได้ และเมื่อทำสิ่งนั้นซ้ำๆ เดิมๆ ก็จะช่วยให้เกิดการจดจำมากขึ้น

  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ควรแทนตัวด้วยชื่อตนเองทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ลืมว่าตนเองชื่ออะไร นอกจากนี้ก็ควรเรียกคนในบ้าน โดยการเรียก “สถานะ” ของเขา เช่น พี่ น้อง ลูก หลาน เพื่อให้ผู้ป่วยไม่หลงลืมว่าตนมีความสัมพันธ์กับผู้นั้นอย่างไร

  • การเล่าอดีตของผู้ป่วยให้ลูกหลานฟังบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นความจำ และสร้างสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

Don’t


  • แม้ยารักษาอาการอัลไซเมอร์จะไม่ช่วยให้ผู้ป่วยหายขาด แต่การที่ผู้ดูแลคอยใส่ใจ ให้ผู้ป่วยกินยาตรงเวลา รวมทั้งตัวผู้ป่วยเองก็กินยาอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้อาการอัลไซเมอร์ทรงตัวและไม่แย่ลงเร็ว

  • ความปลอดภัยของผู้ป่วยอัลไซเมอร์เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรออกจากบ้านตามลำพัง ควรไปกับผู้ดูแลและควรมีเอกสารหรือบัตรที่แสดงตัวตนของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ติดตัวไว้เสมอ ในกรณีที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์พลัดหลงกับผู้ดูแล ก็จะสามารถใช้เอกสารนี้ตามตัวผู้ดูแลให้มารับได้ ซึ่งในเอกสารนี้ควรมีข้อมูลของผู้ป่วย ทั้งชื่อจริง นามสกุล ชื่อเล่น วันเดือนปีเกิด อายุ รูปถ่าย ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ดูแล

  • การที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อยู่ในบ้านที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ย่อมจะทำให้ผู้ป่วยไม่สบายหรือเกิดความไม่ปลอดภัยได้ ดังนั้นหากผู้ป่วยอัลไซเมอร์ยังสามารถดูแลตนเองได้ ก็ควรหมั่นทำความสะอาดบ้าน จัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ อย่าให้มีสิ่งของกีดขวางทางเดิน และระหว่างที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้จัดเก็บของก็จะรู้สึกว่าตนมีคุณค่า และยังสามารถทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้

  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ควรฝึกสมองด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อกระตุ้นความจำ แต่การพยายามกดดันตนเองมากเกินไป มีแต่จะทำให้เกิดความเครียด ดังนั้นค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวันแล้วทำให้สำเร็จ จากนั้นจึงค่อยเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำต่อไป

  • หากผู้ป่วยอยู่ในระยะที่อาการยังไม่รุนแรง เมื่อผู้ป่วยไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ดูแลอธิบาย ผู้ป่วยไม่ควรถอดใจหรือแสดงอาการไม่พอใจ ควรขอให้ผู้ดูแลพูดช้าๆ อีกครั้ง และพยายามตั้งใจฟังให้มากขึ้น

วิธีดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์


พยาบาลดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์

ผู้ป่วยที่มีอาการอัลไซเมอร์ย่อมไม่เหมือนคนเดิมที่เคยรู้จักอีกต่อไป ดังนั้นหากจะต้องดูแลผู้ป่วยก็ควรใจเย็น พยายามเข้าใจผู้ป่วยให้มากๆ และหากผู้ป่วยยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ การกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้ทำกิจวัตรประจำเอง ก็จะช่วยชะลอความเสื่อมของโรคอัลไซเมอร์ ทั้งยังช่วยผ่อนแรงผู้ดูแลได้ด้วย ซึ่งวิธีดูแลผู้ป่วยที่มีอาการอัลไซเมอร์ที่อยากแนะนำ เช่น


  • เมื่อจะให้ผู้ป่วยที่มีอาการอัลไซเมอร์ทำกิจกรรมใด ก็ควรบอกลำดับวิธีการเป็นขั้นตอนอย่างช้าๆ แต่ควรเลือกกิจกรรมที่ปลอดภัยกับผู้ป่วย ไม่ทำแล้วเสี่ยงอันตราย เช่น การปรุงอาหารด้วยความร้อน การใช้ของมีคม การอยู่ใกล้แหล่งน้ำต่างๆ

  • หากเริ่มไม่พอใจผู้ป่วย ควรเก็บอาการ อย่าแสดงออก ยิ่งผู้ดูแลมีท่าทีไม่ดี จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยเกรี้ยวกราดและไม่เชื่อฟัง

  • การหาเกมหรือภาพถ่ายเก่าๆ ในอดีตมากระตุ้นผู้ป่วย จะช่วยให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวย และช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้

  • วิธีรับมือกับความดื้อของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ดีที่สุดคือ อย่าพยายามใช้เหตุผลมากนัก “ตามน้ำ” ไป หากทำแล้วผู้ป่วยสบายใจก็ปล่อยให้ทำไป ซึ่งจะช่วยให้ในแต่ละวันของผู้ป่วยมีความสุขมากขึ้น

  • กรณีที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะโรคยอดฮิตของผู้สูงวัย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ผู้ดูแลยิ่งต้องประคับประคองอาการของโรคเหล่านั้นให้ดี เพื่อไม่ให้โรคเหล่านั้นเป็นสาเหตุกระตุ้นให้อาการอัลไซเมอร์แย่ลง

การป้องกันโรคอัลไซเมอร์


หากิจกรรมทำลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์

อาการอัลไซเมอร์สามารถป้องกันได้ด้วยเทคนิคการดูแลตนเองง่ายๆ เช่น


  • สรรหาเกมหรือกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาความจำ หรือฝึกใช้สมอง เมื่อสมองได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์มากขึ้น

  • การเข้าสังคมคือกุญแจสำคัญของการป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์ เพราะเมื่อได้อยู่กับผู้คนมากๆ ต้องทำกิจกรรมต่างๆ จะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ

  • ควรหันมาออกกำลังกายแบบ “คาร์ดิโอ” (cardio) บ้าง เพราะเป็นวิธีออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วแรง เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้เต็มที่ จึงช่วยกระตุ้นสมองให้แจ่มใส

  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ตื่นมาจะได้สดชื่นแจ่มใสและยิ่งถ้าไม่เครียดง่ายด้วย ก็จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์


1. อัลไซเมอร์รักษาได้ไหม?


เป็นที่น่าเสียดายว่าโรคอัลไซเมอร์ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเซลล์สมองถูกทำลายจึงไม่สามารถกลับมาดีดังเดิม หรือไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาได้ แต่การที่ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ได้รับความรักจากคนในครอบครัวก็จะช่วยให้เขามีความสุข และแม้ผู้ป่วยอาจจะเป็น “ภาระทางกาย” แต่ก็ไม่ได้เป็น”ภาระทางใจ” สำหรับคนที่รักเขาเลย


2. คนอายุน้อยมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์หรือไม่?


อัลไซเมอร์สามารถเกิดขึ้นกับเด็กที่อายุยังน้อยได้ เนื่องจากสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก ดังนั้นผู้ที่มีพ่อแม่เป็นอัลไซเมอร์แบบที่เกิดก่อนวัยอันควร (เป็นโรคอัลไซเมอร์ก่อนอายุ 65 ปี) ลูกๆ ก็มีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ได้ และพบว่ามีความเสี่ยงมากถึง 50 %


3. นอนน้อยทำให้เป็นอัลไซเมอร์จริงหรือไม่?


เมื่อเราพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะทำให้สมองเสื่อมเร็ว เซลล์สมองต้องใช้งานหนัก และทำให้เกิดการผลิตสาร “เทา” (Tau) และสาร “เบตาอมีลอยด์” (Beta Amyloid) ออกมามากเกินไป ซึ่งสารนี้พบในเลือดของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในระดับสูง จึงมีความเป็นไปได้ว่า การอดนอนอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้


4. ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่ยอมกินข้าว ควรรับมืออย่างไร?


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยเฉพาะผู้สูงอายุก็ไม่ต่างจากเด็ก หากผู้ป่วยไม่ยอมกินข้าว การ “ล่อหลอก” ด้วยของชอบเล็กๆ น้อยๆ ก็จะช่วยให้การกินข้าวเป็นเรื่องง่าย เช่น ถ้าผู้ป่วยชอบกินลูกอม ผู้ดูแลก็ควรบอกว่ากินข้าวให้หมดจานก่อนแล้วจะให้ลูกอมเป็นรางวัล 1 เม็ด และก็ต้องให้ตามสัญญาด้วย เพื่อให้ครั้งหน้าผู้ป่วยจะพยายามกินข้าวให้มากขึ้น


5. ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่ยอมนอน ควรรับมืออย่างไร?


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มักหลับยาก แต่หากยังไม่ถึงขั้นที่คุณหมอต้องให้ยานอนหลับ ผู้ดูแลควรให้ผู้ป่วยงีบตอนกลางวันน้อยลง เพื่อตอนกลางคืนจะได้นอนนานขึ้น และควรชวนกันออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้ออกแรง เมื่อเหนื่อยเล็กน้อยก็จะทำให้นอนได้นานขึ้น




✅ ตรวจสอบข้อมูลโดย



นพ. ชีวิน ขาวประภา (แพทย์ประสาทศัลยศาสตร์)
โรงพยาบาลสกลนคร
ประสาทศัลยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
แพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปรึกษาคุณหมอผ่านแอป Raksa




แหล่งข้อมูล


  • 8 วิธี…หลีกหนีโรคสมองเสื่อม.(2020).https://www.paolohospital.com/th-TH/center/Article/Details/โรคสมอง-อัลไซเมอร์/วิธีหลีกหนีโรคสมองเสื่อม
  • Alzheimer’s stages: How the disease progresses.(2021).https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/alzheimers-disease/in-depth/alzheimers-stages/art-20048448
  • Healthline Editorial Team.(2020).Alzheimer’s disease.https://www.healthline.com/health/alzheimers-disease/difference-dementia-alzheimers
  • พญ. รุ่งทิพย์ ชัยธีรกิจ.(n.d.).ภาวะสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ มีอาการแบบไหน รักษาได้หรือไม่.https://www.nakornthon.com/article/detail/โรคสมองเสื่อมรู้ทันป้องกันได้
  • โรคอัลไซเมอร์ Alzheimer.(n.d.).http://www.chulabhornhospital.com/page.php?name=589
  • อัลไซเมอร์.(n.d.).https://www.bumrungrad.com/th/conditions/alzheimer 
  • อัลไซเมอร์ก่อนวัยอันควร คืออะไร?.(2020).https://chivacare.com/early-onset-alzheimers-disease-th/
  • อ.สมทรง จุไรทัศนีย์.(n.d.).การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์.http://www.azthai.org/เกี่ยวกับสมองเสื่อม/6-เทคนิคการดูแล-1044-การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์